สำรวจ 2 ฉากทัศน์บิ๊กดีล CPALL บนการตัดสินผถห. ปม Virtual Bank โหวตผ่านกดกำไรระยะสั้น-รับผลดีระยะยาว โหวตไม่ผ่านบ.ย่อยไม่กระทบ-ตกขบวนฟินเทค
ประเด็นการทำ Virtual Bank ของ CPALL กำลังก้าวเข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ผ่าน 2 ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นจากการลงมติของผู้ถือหุ้น ระหว่างการยอมรับผลกระทบต่อกำไรสุทธิในระยะสั้นเพื่อแลกกับโอกาสในการขยายฐานธุรกิจฟินเทคระยะยาว หรือการเลือกคงโครงสร้างรายได้เดิมไว้เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินในปัจจุบัน ซึ่งผลลัพธ์จากการตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางมูลค่าพื้นฐานและความเชื่อมั่นของตลาดต่อการปรับยุทธศาสตร์องค์กรในอนาคตอันใกล้
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 17 เม.ย. 69 ระบุ ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัท โดยกรรมการผู้ไม่มีส่วนได้เสียมีมติไม่เห็นด้วยในการให้บริษัทย่อยของบริษัท 3 บริษัท คือ 1.บจ. เคาน์เตอร์เซอร์วิส 2. บจ. ไทยสมาร์ทคาร์ด และ 3. บมจ. ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CPAXT) เข้าไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ของบจ. เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง (ACMH) ซึ่งเป็น บ.ย่อยของ บจ. เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPG) ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ธปท. ซึ่งความเห็นของกรรมการผู้ไม่มีส่วนได้เสียนี้สอดคล้องกับความเห็นคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัท
โดยมติของกรรมการผู้ไม่มีส่วนได้เสียดังกล่าวข้างต้นยังไม่มีผล เพราะต้องได้รับการโหวต 3 ใน 4 จากที่ประชุมผู้ถือหุ้น (จัดประชุมออนไลน์ในวันที่ 29 พ.ค.69)
ทั้งนี้ บล.เอเซีย พลัส มองผลของการโหวตจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่จะเกิดขึ้นออกเป็น 2 กรณี ดังนี้
- กรณีที่ผู้ถือหุ้นโหวตให้โยก 3 บ. ย่อยออกไปได้สิ่งที่อาจจะเกิด บ. ย่อย คือ 1) ขายทั้ง 3 บ.ย่อยเข้า virtual bank และรับชำระเป็นเงินสด 2) Swap หุ้น 3 บ. ย่อย กับหุ้น virtual bank ซึ่งจะกระทบต่อรายได้และกำไรของ CPALL ทันที โดยเฉพาะกำไรที่ CPALL รับรู้จาก CPAXT ราว 6 พันล้านบาท ในปี 2568 หรือราว 20% ของกำไรสุทธิของ CPALL ในปี 2568 ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท รวมทั้งน่าจะต้องรับรู้ผลขาดทุนในระยะแรกของ virtual bank ด้วย แต่ในระยะยาว (5 ปี ขึ้นไป) หาก virtual bank ประสบความสำเร็จคาด CPALL จะได้ประโยชน์จากทั้งกำไรที่ virtual bank ส่งต่อให้ รวมทั้ง cross selling ผ่าน 7-Eleven
- กรณีผู้ถือหุ้นโหวตไม่ให้โยก 3 บ. ย่อย จะไม่เกิดอะไรขึ้น โดย CPALL ยังรับรู้รายได้และกำไรของทั้ง 3 บ.ย่อย ตามปกติ นอกจากนี้ CPAXT จะไม่ต้องลงทุนเพิ่ม (ไม่ได้เข้าไปถือ virtual bank) แต่จะเสียโอกาสการลงทุนตามกระแสฟินเทคไป
อย่างไรก็ดี แม้ยังต้องรอมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นว่าจะโหวตให้ดีลนี้ผ่านหรือไม่แต่ข่าวนี้ถือเป็น sentiment เชิงลบระยะสั้นต่อ CPALL เนื่องจากโครงสร้างของดีลนี้ยังไม่ ชัดเจน โดยมีdownside ที่จะทำให้กำไรของ CPALL ลดลง ในกรณีที่โหวตให้ โยก 3 บ.ย่อยออกไปได้ขณะที่ผลเชิงบวกต่อกำไรคาดจะเกิดในระยะยาว
โดยปัจจุบัน บล.เอเซีย พลัส ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 59.00 บาท แต่เชื่อว่าราคาหุ้นในระหว่างที่ยังไม่มีผลโหวตจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นออกมา จะถูกกดดัน เพราะเชื่อว่านักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยงจากการปรับโครงสร้าง การลงทุนของ CPALL จะขายหุ้นออกมาก่อน เพราะมีความเสี่ยง ในกรณีที่โหวตให้โยก 3 บ.ย่อยได้ ซึ่งจะมีผลต่อกำไรในระยะสั้นของ CPALL ทันที โดยคาดตลาดจะให้น้ำหนักกับผลกระทบเชิงลบระยะสั้น มากกว่าผลเชิงบวกในระยะยาว
