AI Boom ดันหุ้นเอเชียเหนือพุ่งแรง เตือน Valuation ตึง เสี่ยงปรับฐาน ระยะสั้นรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัว ระยะยาวแนะ “เลือกหุ้นรายตัวคุณภาพ”
ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเอเชียเหนือ โดยเฉพาะ KOSPI Index ของเกาหลีใต้และ TAIEX ของไต้หวัน ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยปรับขึ้นราว 22% และ 21% ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ตามลำดับ
ซึ่งแรงหนุนหลักมาจากหุ้นในกลุ่ม semiconductor ซึ่งเป็นผู้ได้ประโยชน์โดยตรงจากกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน data center ทั่วโลก
โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ เช่น TSMC, Samsung Electronics และ SK Hynix มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนดัชนี โดยเฉพาะ TSMC ซึ่งมีน้ำหนักในดัชนี TAIEX ในระดับสูง (ราว 30%) ส่งผลให้ทิศทางของตลาดมีความกระจุกตัว (concentration) และเคลื่อนไหวตามหุ้นรายตัวอย่างมีนัยสำคัญ
ในด้านปัจจัยพื้นฐาน การเติบโตของ AI ยังถูกมองว่าเป็นแนวโน้มเชิงโครงสร้างระยะยาวมากกว่าระยะสั้น
โดยสถาบันการเงินอย่าง Morgan Stanley, Goldman Sachs และ UBS มีมุมมองไปในทิศทางเดียวกันว่า ความต้องการชิปสำหรับ AI โดยเฉพาะกลุ่ม advanced logic และหน่วยความจำแบบ HBM ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาของการเติบโตนี้ยังเป็นเพียง “การคาดการณ์” ไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่นอน
แต่ด้านมูลค่า (valuation) ในระยะสั้น ระดับราคาหุ้นในบางบริษัทเริ่มสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกไปมากแล้ว
ตัวอย่างเช่น TSMC มีค่า Forward P/E อยู่ราว 25–27 เท่าในช่วงต้นถึงกลางปี 2026 ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ขณะที่ SK Hynix ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วตามความต้องการหน่วยความจำ HBM และการฟื้นตัวของวัฏจักรอุตสาหกรรม ส่งผลให้ระดับราคาหุ้นในบางช่วงเข้าใกล้จุดสูงของรอบที่ผ่านมา
มุมมองจากฝั่งสถาบันเองก็เริ่มมีความระมัดระวังมากขึ้นในระยะสั้น
UBS มองว่าการลงทุนในธีม AI เริ่มแน่น (crowded trade) หรือมีนักลงทุนเข้ามาถือกันเยอะแล้ว ขณะที่ JPMorgan Chase เตือนว่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะกลุ่มหน่วยความจำ ยังมีลักษณะขึ้นลงเป็นรอบ ราคาสามารถผันผวนตามดีมานด์และกำลังการผลิตได้ แม้ในช่วงที่ความต้องการจาก AI ยังแข็งแรง
นอกจากนี้ ภาพรวมของเศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มอ่อนแอ
International Monetary Fund และ World Bank ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มเติบโตในระดับปานกลางและมีความเสี่ยงด้านลบ ซึ่งอาจส่งผลต่อการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น data center ในระยะถัดไป
สรุป
แม้ว่าเทรนด์ AI ยังมีแรงหนุนระยะยาวที่ชัดเจน และบริษัทในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ยังมีแนวโน้มเติบโต แต่ราคาหุ้นในปัจจุบันที่ค่อนข้างสูง รวมถึงความผันผวนตามวัฏจักร โดยเฉพาะในกลุ่มหน่วยความจำ ทำให้การลงทุนช่วงนี้ควรระมัดระวังมากขึ้น
ในเชิงกลยุทธ์ นักลงทุนระยะยาวอาจมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีขึ้น หากเลือกลงทุนเป็นรายตัวมากกว่าการซื้อทั้งกลุ่ม โดยเน้นบริษัทที่มีการเติบโตของกำไรสอดคล้องกับความต้องการ AI อย่างแท้จริง มากกว่าการลงทุนตามธีมแบบกว้าง
สำหรับนักลงทุนระยะสั้น หากต้องการลดความเสี่ยงจากการเข้าซื้อในระดับราคาที่สูง อาจพิจารณารอจังหวะที่ราคาปรับฐานก่อนเข้าลงทุน
Source: Morgan Stanley, Goldman Sachs, UBS, JPMorgan Chase, International Monetary Fund, World Bank, TradingKey, Investing.com, Mirae Asset Securities
