ITC วิ่งฉิว 8% รับผลงาน Q1/69 “ออลไทม์ไฮ” โบรกฯ แนะ “ซื้อ” ชูเป้า 16.80 บาท มองเด่นสุดกลุ่มอาหาร-ปันผลน่าสนใจ
ITC วิ่งฉิว 8% รับผลงานไตรมาส 1/69 ทุบสถิติ “ออลไทม์ไฮ” นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดฯ ด้านนักวิเคราะห์แนะ “ซื้อ” ชูเป้า 16.80 บาท มองเด่นสุดกลุ่มอาหาร พร้อมให้ผลตอบแทนเงินปันผลน่าสนใจราว 6%
วันนี้ (29 เม.ย.69) ราคาหุ้นของ บริษัท ไอ‑เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 16.20 บาท เพิ่มขึ้น 1.20 บาท หรือ 8.00% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 499.33 ล้านบาท
โดยคาดว่าการปรับตัวเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นการตอบรับผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/69 ที่มีการเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ รับปัจจัยหนุนกลุ่มสินค้าขนมสัตว์เลี้ยงที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ทั้งนี้ นายรอย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ITC เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของปี 2569 สูงสุดนับตั้งแต่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยมียอดขายในสกุลดอลลาร์อยู่ที่ 163 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 28.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (คิดเป็น 5,174 ล้านบาท เติบโต 21.8%) จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้ารายสำคัญในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป
ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน อันเนื่องมาจากยอดขายและปริมาณการขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ขณะที่กำไรสุทธิปรับปรุง (ไม่รวม Transformation Costs) อยู่ที่ 991 ล้านบาท เติบโต 24.9%
โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมสัตว์เลี้ยงยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ โดยคิดเป็น 20.8% ของยอดขายรวมในไตรมาสแรก และเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดกว่า 95.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากกระแสสินค้าพรีเมียม ความตระหนักในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยง และความนิยมที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ขนมรูปแบบ Lickable
ยอดขายของทุกภูมิภาคนั้นเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยตลาดอเมริกายังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ ITC คิดเป็น 60.0% ของยอดขายรวม ซึ่งความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นของบริษัทอาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลกและลูกค้าในกลุ่ม Private Label นั้นเป็นปัจจัยการเติบโตสำคัญ ขณะที่ตลาดยุโรปส่งสัญญาณการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยยอดขายเติบโตกว่า 49.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคิดเป็น 15.0% ของยอดขายรวม ตลาดเอเชียและโอเชียเนียคิดเป็น 25.0% ของยอดขายรวม โดยยอดขายที่เติบโตนั้นได้รับแรงหนุนหลักจากญี่ปุ่น ไต้หวัน และออสเตรเลีย
สำหรับแนวโน้มในปี 2569 ITC ยังคงยืนประมาณการทั้งปีในระดับเดิม เพื่อสะท้อนมุมมองต่อภาพรวมผลการดำเนินงานตลอดทั้งปี โดยตั้งเป้าอัตราการเติบโตของยอดขายในสกุลดอลลาร์สหรัฐที่ 9–12% อัตรากำไรขั้นต้นที่ 23–25% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to sales) ที่ 9–10% ขณะที่บริษัทยังคงติดตามพัฒนาการสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุ คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ ITC ด้วยราคาเป้าหมาย 18.60% โดยยังคงให้ ITC เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มอาหาร จากโมเดลธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถรับมือกับแรงกดดันด้านต้นทุนได้ดี ซึ่งมองว่าปี 2568 เป็นปีที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยปัจจัยกดดันหลัก (ค่าใช้จ่ายโครงการ Tailwind) ส่วนใหญ่สิ้นสุดลง และคาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 3/68 จากสัดส่วนสินค้าพรีเมียมที่ดีขึ้น ITC คาดว่าจะมีการเติบโตของ EPS ราว 8% ในปี 2569 (สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม) และให้ผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจที่ประมาณ 6%
