Official Update :

4 ยอดกุมาร หุ้นเทพธีมลงทุน ESG ลงทุนตอนนี้…เพื่อหวังผลระยะยาว

การลงทุนเกิดขึ้นได้สำหรับบุคคลทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้เองถือเป็นปีประวัติศาสตร์ที่มีนักลงทุนหน้าใหม่เข้าสู่ระบบกันเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันเมื่อมีนักลงทุนรายย่อยหน้าใหม่ที่เพิ่มจะตัดสินใจเข้าตลาดหุ้น หรือรวมถึงนักลงทุนหน้าเก่าก็ล้วนแล้วแต่มีวิธีหรือกลยุทธ์การลงทุนที่แตกต่างกันไป โดยบางรายอาจจะชื่นชอบการเก็งกำไรในช่วงสั้นๆไม่ชอบเก็บหรือทยอยสะสม แต่ในทางตรงกันข้ามก็มีนักลงทุนที่เน้นผลการลงทุนระยะกลางและในระยะยาว


ในครั้งนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาพูดคุยถึงการลงทุนที่มักจะให้ผลตอบแทนในระยะยาวและแบบยั่งยืน ก่อนอื่นที่เราจะเลือกลงทุนในรูปแบบใดนั้น เราจะต้องเลือกกลุ่มหุ้นที่เหมาะสมกับการทยอยลงทุนและสามารถหวังผลตอบแทนได้ในระยะกลางและในระยาว ซึ่งดูจากปัจจัยพื้นฐานธุรกิจ เป้าหมายการบริหารของผู้บริหาร รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือเรียกกันง่ายว่าธีม ESG


โดยบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีความเห็นแนะนำธีมหุ้นที่ควรจะเลือกเน้นทยอยการลงทุนในธีม ESG ที่ควรจะเลือกวิธีลงทุนแบบ DCA (dollar-cost averaging) โดยการจับจังหวะลงทุนเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยาก สำหรับนักลงทุนที่ไม่ได้มีเวลาติดตามภาวะตลาดมากนัก ดังนั้นจะใช้วิธีการลงทุนแบบทยอยสะสมในกลุ่มหุ้นธีม ESG ที่จะสามารถรองรับวิธีการลงทุนดังกล่าวได้ดี


ดังนั้นจึงได้คัดกรองหุ้นจากปัจจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยในเชิงคุณภาพคำนึงให้ความสำคัญกับ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล) ประกอบกับความสามารถในการแข่งขันของบริษัท รวมถึงความสามารถบริหารจัดการของทีมผู้บริหาร อีกทั้งปัจจัยหนุนและปัจจัยเสี่ยงของบริษัท


ขณะที่ในเชิงปริมาณ คํานึงถึงการเติบโตโดดเด่นของธุรกิจในระยะทางและในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง และฐานะการเงินของบริษัทแข็งแกร่ง รวมถึงมูลค่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจ และความสามารถจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ โดยกลุ่มหุ้นที่ตอบโจทย์ที่ได้เลือกมาได้แก่ AOT,CPALL,GULF และ JMT


โดยเริ่มที่ AOT สัญญาณที่โดดเด่นคือ เป็นผู้เล่นในธุรกิจสนามบินที่มีผู้แข่งขันในตลาดน้อยราย และภาพรวมของสัญญาณการท่องเที่ยว ถ้าหากย้อนหลังในช่วง 10ปีที่ผ่านมามีอัตราเติบโตต่อเนื่องมาโดดยตลอด แต่จะมีที่ชะลอตัวไปบ้างเพราะเกิดจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่น การชุมนุมประท้วงปิดสนามบิน และการเกิดภาวะการระบาดของไวรัสโควิด19 แต่อย่างไรก็ตามภาพของการฟื้นตัวจากตัวเลขนักท่องเที่ยวกำลังจะเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะการเติบโตแบบปกติ


ขณะที่ CPALL มีความโดดเด่นในเรื่องของการเป็นผู้นำตลาดค้าปลีกภายใต้แบรนด์ร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น ซึ่งโอกาสของการเติบโตการขยายสาขาในประเทศยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยให้เติบโตต่อเนื่องไปยังอนาคตคือการขยายสาขาออกไปสู่ต่างประเทศ ซึ่งล่าสุดได้ขยายไปยังตลาดในภูมิภาคอาเซียนอย่างกัมพูชาเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นสัญญาณการต่อยอดการเติบโตยังมีอยู่ต่อเนื่อง และภาพรวมธุรกิจที่ลิงค์กับการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นอีกด้วย


ในส่วนของ GULF หลายๆคนคงจะรู้แล้วว่าธุรกิจไฟฟ้ามีอัตราการเติบโตและรายได้ที่มั่นคงจากการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในระยะยาว และในอนาคตยังมีการหากำลังการผลิตใหม่ๆเพิ่มเติมเข้ามาโดยเฉพาะในหมวดโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดตอบโจทย์เทรนด์ในอนาคต และ GULF เป็นมากกว่าโรงไฟฟ้า ด้วยการตอบโจทย์ในด้านธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานหลายๆด้านเช่นคมนาคม และโทรคมนาคม กำไรที่เป็นขาขึ้นจึงทำให้ EPS เป็นทิศทางเป็นบวกต่อเนื่อง


ปิดท้ายกันที่ JMT สัญญาณภาพระยะกลางโครงสร้างบริหารจัดการสามารถตอบโจทย์ทิศทางของกำไรที่จะเติบโตโดดเด่นและสามารถทำจุดสูงสุดได้ต่อเนื่องในระยะถัดไป ด้วยการซื้อหนี้เข้ามาเพิ่มในพอร์ตการบริหารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาพรวมในระยะกลางจะมีความสามารถในการทำให้กำไรนิวไฮได้ไม่ยาก ดังนั้นหากจะหาคุณที่มีความโดดเด่นในเชิงคุรภาพ และในเชิงปริมาณ JMT จะสามารถทำให้ผลตอบแทนเป็นที่พอใจได้



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่