Official Update :

4 หุ้น Big Cap ตัว TOP สตอรี่เด่น อัพไซด์สูง น่าสะสม

ในวงการตลาดทุนมีกระแสใหม่ๆให้ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง ทั้งปัจจัยภายในประเทศ และต่างประเทศ ย่อมส่งผลต่อตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นทีมข่าวก็ได้รวบรวมหุ้นขนาดใหญ่ มีอัพไซด์สูงมาฝากนักลงทุน เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ จะมีหุ้นอะไร และน่าสนใจแค่ไหน อ่านได้ในบทความนี้เลย


ภายใต้มุมมองของนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มีคำแนะนำให้เลือกซื้อหุ้น Big Cap ไว้ในพอร์ต โดยประเมิน SET Index สัปดาห์นี้ แนวรับ 1610-1600-1590 หลุด 1625 Stop Loss, แนวต้าน 1640, 1650-1660 ดังนั้นกลยุทธ์ เลือกซื้อหุ้น Big Cap ไว้ในพอร์ต แนะนำ AOT, IVL, KBANK, PTT



AOT กำไรจะโตกระโดดในปี 65-66

เริ่มจาก AOT แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 70 บาท โดยกรมการบินพลเรือนฯ ออกประกาศให้ทำการบินเส้นทางใน ประเทศได้ตั้งแต่ 1 ก.ย.64 ในช่วง 04.00-21.00 น.โดยอยู่ภายใต้มาตรการที่กำหนด (ผู้จะเดินทางต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม, และ/ หรือมีเอกสารแสดงผลการตรวจ RT-PCR หรือ ATK /หรือ รับรองว่าเคยติดเชื้อมาไม่เกิน 90 วัน ฯลฯ)


ทั้งนี้ไทยแอร์เชียกลับมาบริการการบินในประเทศ 11 เส้นทาง ตั้งแต่ 3 ก.ย.64 ด้าน BA กลับมาให้บริการการบินในประเทศ 5 เส้นทาง โดยเริ่มตั้งแต่ 1 ก.ย.64 คาดว่าผลประกอบการช่วงพ.ย.-ธ.ค.64 จะเริ่มกระเตื้องขึ้น คาดกำไรปกติของ AOT จะเติบโตก้าวกระโดดได้ในปี 65-66 (สิ้นสุดก.ย.) เมื่อมีการเปิดเมืองและเปิดประเทศ AOT เป็นผู้ประกอบการสนามบินรายเดียวของไทย คงคำแนะนำ ซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 70 บาท



IVL สเปรดพุ่ง

ถัดมา IVL แนะนำซื้อ ราคาพื้นฐาน 59 บาท โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากสเปรด PET/PTA ในตลาด ตะวันตกที่เพิ่มขึ้น (ส่วนในเอเชียอ่อนลงเล็กน้อย), สเปรด MEG ในสหรัฐดีขึ้นมาก จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะอุปทานจำกัด


นอกจากนั้นโรงงาน อีเธนในสหรัฐกลับมาผลิตในไตรมาส 3/64 (กำลังการผลิต 4.4 แสนตันต่อปี) รวมทั้งเริ่ม COD โรงแยกก๊าซในไตรมาส 3/64 สร้าง EBITDA เข้ามาเพิ่มราว 20 ล้านเหรียญสหรัฐ/ไตรมาส


ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/64 ยังไปได้ดี ส่งผลให้ผลดำเนินงานในครึ่งหลังปี 64 จะไม่ได้อ่อนลงจากครึ่งแรกมากนัก ซึ่งดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ก่อนหน้า โดยกำไรปกติปี 65 แข็งแกร่ง อุปสงค์โตตามภาวะเศรษฐกิจโลก แม้จะมีอุปทานใหม่เข้ามาก็ตาม อย่างไรก็ดี บรรทัดสุดท้ายจะ อ่อนลงเพราะมีสมมติฐานว่ากำไรสต็อกลดลงจากปีก่อน



KBANK มูลค่าจูงใจ

ตามด้วย KBANK แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 195 บาท (P/BV 1.0 เท่า) โดย KBANK มีแผนและได้ทยอยดำเนินการเพื่อเข้าสู่ธุรกิจการเงินยุคดิจิตอลมาหลายปีแล้ว ผู้บริหารบริษัท กสิกร บิซิเนส เทคโนโลยี กรุ๊ป หรือ KBTG ระบุว่าธนาคารได้ปรับตัวมาอย่างต่อเนื่องที่จะเชื่อมบริการของธนาคารกับเทคโนโลยี และร่วมมือกับพันธมิตรหลายรูปแบบเพื่อ หนุนการเติบโตยั่งยืนในระยะยาว KTBG มีเป้าหมายเป็นบริษัทเทคโนโลยีอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ (SEA)


โดยจะมีการตั้งบริษัท กสิกร เอ็กซ์ (KX) สร้าง ฟินเทค ยูนิคอร์น บริษัทแรกของไทย ซึ่งแตกไลน์จากธุรกิจธนาคาร และเป็นอิสระจาก KBANK และ KBTG รวมทั้ง Valuation จูงใจ ณ ราคาปัจจุบันมี P/BV ปีนี้ที่ 0.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 0.8 เท่า และต่ำกว่า SCB ที่ 1.0 เท่า เงินกองทุนแข็งแกร่ง สิ้นไตราส 2/64 มี CAR 18.2% (Tier 1 : 15.9%)



PTT ระยะยาวไปได้ดี

และสุดท้าย PTT แนะนำ ซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 53 บาท (SOP) โดยแนวโน้มระยะยาวไปได้ดีทั้งจากธุรกิจพลังงาน, ปิโตรฯ, EV, แบตเตอรี่ ทั้งนี้ได้ร่วมมือกับ Foxconn ผลิตรถ EV จำนวน 5 หมื่นคันภายในปี 66 และ 1.5 แสนคันภายในปี 73 โดยบริษัทย่อยของ PTT คือ Arun Plus (ถือหุ้น 100%) เซ็นสัญญาร่วมทุน (JV) กับ Lin Ying ซึ่งเป็น บริษัทในกลุ่มของ Foxconn ที่เป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลก ด้ว เงินลงทุนเริ่มต้น 3.22 พันล้านบาท โดย Arun Plus ถือหุ้น 60% และ Lin Ying ถือ 40%


ส่วนผลประกอบการไตรมาส 3/64 ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน เพราะถูกกระทบจากค่า การกลั่นและธุรกิจน้ำมันที่อ่อนลง กำไรจากสต็อกน้อยลง ราคาน้ำมันดิบแข็งแกร่งในไตรมาส 4/64 หนุนโดยปริมาณการผลิตในสหรัฐที่ลดลงเพราะประสบกับพายุเฮอริเคน และอุปสงค์สูงขึ้นในช่วงฤดูหนาว


สำหรับ Foxconn เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในชื่อ Hon Hai Precision Industry Co., Ltd. แต่เทรดในบริษัทหลักทรัพย์ในชื่อ Foxconn Technology Group ซึ่ง Foxconn ก่อตั้งขึ้นโดย Terry Gou ในปี 1974 สำนักงาน ใหญ่ของ Foxconn อยู่ที่ Tucheng เมือง New Taipei City สาธารณรัฐจีนหรือไต้หวัน


ดังนั้น Foxconn คือบริษัทไต้หวัน มีโรงงานในหลายประเทศ ทั้งจีน (ฐานผลิตหลัก), อินเดีย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, เม็กซิโก, ยุโรป, สหรัฐ, บราซิล ฯลฯ


จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Foxconn ใหญ่มากก็เนื่องจาก Intel ในปี 2001 ที่เลือกให้ Foxconn ผลิตเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์แทน Asus ซึ่งนอกจาก Apple แล้ว Foxconn ผลิตสินค้าให้ Microsoft, HP, IBM รวมถึงจับมือกับ PTT ผลิต EV ในไทยด้วย Market Cap ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในตลาดหุ้นไต้หวัน (5.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ( 1.78 ล้านล้านบาท)



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”