GCAP GOLD ชี้ทองคำเจอศึกหนักต่อเนื่อง จับตา "เฟด" จ่อพลิกเกมขึ้นดอกเบี้ยปลายปี

บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ชี้ทองคำเผชิญแรงกดดันระลอกใหม่ หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาดีเกินคาด ส่งผลให้ตลาดปรับลดน้ำหนักต่อคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ย จับตาทิศทาง ‘Kevin Warsh’ ประธานเฟดคนใหม่ ส่อแววพลิกเกมขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ ด้านนักวิเคราะห์ ชี้สัญญาณทางเทคนิคไม่เอื้อหลังราคาทองคำหลุดเส้น 200 วัน แนะกลยุทธ์ตั้งรับ ควบคู่การบริหารความเสี่ยง ให้แนวรับสำคัญบริเวณ $4,180 / $4,100


นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง หลังจากตลาดการเงินเริ่มปรับมุมมองต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อีกครั้ง เนื่องจากตัวเลขการจ้างงานล่าสุดของสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ส่งผลให้นักลงทุนลดน้ำหนักต่อการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ย และเพิ่มความเป็นไปได้ที่เฟดอาจกลับมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้


ทั้งนี้ ยอมรับว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในปัจจุบันกำลังกลายเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของ Kevin Warsh ประธานเฟดคนใหม่ โดยเฉพาะสัญญาณเชิงบวกจากตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง และการจ้างงานที่เร่งตัวขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ความกังวลด้านเงินเฟ้อกลับมาเป็นประเด็นหลักที่ตลาดให้ความสนใจอีกครั้ง ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังได้รับปัจจัยหนุนจากโครงสร้างเศรษฐกิจภายในของสหรัฐฯ ที่ขยายตัวจากการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างรวดเร็ว ซึ่งกระตุ้นความต้องการใช้วัตถุดิบและพลังงานในปริมาณสูง ประกอบกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อ ยิ่งทำให้ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายออกมาส่งสัญญาณสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง


การที่ตลาดเริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับโอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำในระยะสั้น นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงต้องจับตาการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยตลาดคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อทั่วไปอาจเร่งตัวขึ้นจาก 3.8% สู่ระดับ 4.2% ทั้งนี้ หากตัวเลขออกมาตามคาดหรือสูงกว่าคาด อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำเพิ่มเติมอีกระลอก”


อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ มองว่า ภาพรวมทางเทคนิคของราคาทองคำยังคงอยู่ในเชิงลบ หลังปรับตัวหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันในระยะกลาง แม้ในระยะสั้นอาจเห็นแรงรีบาวด์กลับขึ้นไปทดสอบบริเวณ $4,370–$4,400 หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 67,800–68,200บาท แต่การฟื้นตัวดังกล่าวยังมองว่าเป็นเพียงการรีบาวด์ทางเทคนิคในระยะสั้นเท่านั้น


ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนยังคงแนะนำให้ “รอย่อซื้อบริเวณแนวรับสำคัญ พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด”  โดยมีแนวรับสำคัญที่ต้องติดตามบริเวณ $4,180 และ $4,100 หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 65,000 และ 64,300 บาทตามลำดับ จึงเน้นสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวลงใกล้แนวรับ ขณะที่หากราคาสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นไปยืนเหนือโซน $4,510–$4,550 (ราคาทองคำไทยประมาณ 69,700 บาท) ได้อย่างมั่นคง จะเป็นสัญญาณว่าภาพขาลงเริ่มคลี่คลาย และมีโอกาสเห็นแรงซื้อกลับเข้ามาสนับสนุนการฟื้นตัวในระยะถัดไป

Most Viewed
Stock of the Day
สแกน 3 หุ้นโดรนสหรัฐฯ ตัวท็อป รับอานิสงส์นโยบายความมั่นคงยุคใหม่
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
DELTA Index อีกแล้วพี่จ๋า! SET ปิดเช้าพุ่งแรง 20 จุด โบรกฯ มองเป็นเพียงรีบาวด์ หากยังไม่ผ่านแนวต้าน 1,585 จุด
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
EARTH JUMP 2026 กสิกรไทยร่วมกับพันธมิตรระดับโลก ผลักดันธุรกิจ และ SME “ลงมือทำจริง”
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ทำความรู้จัก Marvell Technology บริษัทเบื้องหลัง AI ที่ Jensen Huang มองว่ามูลค่าอาจแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
CPF ร่วมส่งต่อ ‘พลังแห่งการให้’ สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ รพ.มหาราชนครราชสีมา
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us