SVT เปิดเทรดวันแรกพุ่ง 13.39% จัดทัพธุรกิจเตรียมบุกตลาดเวียดนาม
บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SVT ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine-VM) ภายใต้แบรนด์ SUN Vending ได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในกลุ่ม Commerce เป็นวันแรก ทำราคาเปิดการซื้อขายที่ระดับ 2.88 บาท เพิ่มขึ้น 13.39%จากราคาไอพีโอหุ้นละ 2.54 บาท หลังจากนั้นราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยจากราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น นางอาภัสรา ภาณุพัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ SVT เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจกับราคาวันนี้ โดยทางบริษัทต้องขอขอบคุณนักลงทุนที่ให้ความเชื่อมั่นต่อบริษัท ซึ่ง SVT ถือเป็นหุ้น Growth Stock และหุ้นรีเทล เทคฯ
ทั้งนี้ในปี 2564 บริษัทวางเป้าหมายจะมีรายได้รวมแตะที่ระดับ 2,000 ล้านบาท เติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักจากปี 2563 มีรายได้รวม 1,767.36 ล้านบาท และคาดจะมีอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 5% หลังจากนั้นปี 2565 ทางบริษัทวางเป้าหมายจะมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นระดับ 25% จากฐานปี 2564
โดยจุดเด่นของ SVT คือ มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญมายาวนานกว่า 20 ปี โดยมีโรงงานผลิตประกอบ (Refurbishment) เป็นของตนเอง และมีเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ติดตั้งให้บริการมากกว่า 13,884 เครื่อง ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ 26 จังหวัด ผ่านศูนย์กระจายสินค้าและดูแลรักษาเครื่อง VM (Logistics center) รวม 11 สาขา ทำให้บริษัทมีสินค้าให้บริการถึงประมาณ 700 รายการ (SKUs)
ทั้งนี้มีแผนการที่จะขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 3 สาขาในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ตามลำดับ รวมถึงบริษัท มีเป้าหมายที่จะติดตั้งให้บริการเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติให้ครบ 20,000 เครื่องภายในปี 2566 โดยมีวิสัยทัศน์ให้บริการทั่วประเทศพร้อมขยายสู่โมเดลแฟรนไชส์อีกด้วย
“ธุรกิจค้าปลีกขายสินค้าผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในประเทศไทยยังมีโอกาสในการเติบโตที่ดีในอนาคต เนื่องจากกระแสของการสังคมไร้เงินสด เข้ามาตอบโจทย์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ประกอบกับ บริษัทฯ ยังมีความได้เปรียบผู้ประกอบการรายอื่นๆ เนื่องจากการมีโรงงาน Refurbishment ที่มีศักยภาพ และทีมวิจัยที่พัฒนารูปแบบเครื่อง VM ที่หลากหลาย สามารถรองรับการให้บริการสินค้าและการชำระเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า”นางอาภัสรา กล่าว
รุกตลาดเวียดนาม
นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนขยายธุรกิจไปยังกลุ่มประเทศ CLMV โดยภายใน 2 ปีนับจากนี้ มีแผนขยายไปสู่ประเทศเวียดนาม ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น โดยมองว่าประเทศดังกล่าว ในอนาคตเศรษฐกิจมีการเติบโตมากกว่ากัมพูชา และสปป.ลาว ซึ่งประเทศเวียดนามมีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมาก จึงมองว่าธุรกิจของบริษัทน่าจะไปที่ประเทศเวียดนามมากกว่า เพราะว่าภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ที่ย้ายฐานจากประเทศไทย ไปยังประเทศเวียดนาม โดยบริษัทจะไปเจาะกลุ่มลูกฐานอุตสาหกรรมที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว
ส่วนแบ่งทางการตลาด 44%
ด้านนายวิชา โตมานะ กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน เปิดเผยว่าต้องขอขอบคุณนักลงทุนที่ให้ความเชื่อมั่นกับ SVT โดย SVT เป็นหุ้นค้าปลีกที่นำเทคโนโลยีเข้ามาต่อยอดธุรกิจ หลังจากเข้าตลาดหุ้นยะงมีแผนขยายเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติให้ครบ 20,000 เครื่อง โดยมองว่า SVT ยังมีโอกาสการเติบโตอย่างมั่นคง และต่อเนื่องในอนาคต
SVT เป็นผู้ประกอบการค้าปลีกในรูปแบบใหม่ที่จำหน่ายสินค้าผ่านตู้อัตโนมัติ มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญมายาวนานกว่า 20 ปี โดยมีเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ("Vending Machine-VM") ติดตั้งให้บริการมากกว่า 13,884 เครื่อง มีความหลากหลายของประเภท Vending machine ที่ให้บริการ ทำให้ SVT สามารถนำเสนอสินค้าเพื่อขายผ่านตู้ฯได้มากถึงประมาณ 700 SKUs ซึ่งบริษัทฯ มีส่วนแบ่งทางการตลาด 44% ในแง่ของจำนวนเครื่องที่ติดตั้ง ณ สิ้นปี 2563 ถือเป็นผู้นำอันดับ 1 ของประเทศไทย และ SVT ได้พัฒนาเทคโนโลยีในการรับชำระค่าสินค้าแบบไร้เงินสด (Cashless payment) ผ่านช่องทาง Application ต่างๆ อีกด้วย
โนมูระฯ เคาะเป้า 3.50 บาท
มุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ประเมินมูลค่าพื้นฐานของ SVT (TP22F) ที่ 3.50 บาท/หุ้น ด้วยวิธี DCF (ใช้อัตราคิดลด 10%) โดยมองว่าความน่าสนใจของ SVT อยู่ที่การเป็นผู้นำในธุรกิจขายสินค้าผ่านตู้อัตโนมัติครบวงจร มีโรงงานปรับปรุงเป็นของบริษัทเอง มีประสบการณ์ในธุรกิจมากกว่า 20 ปี ทิศทางธุรกิจยังมีโอกาสเติบโตสูง จึงคาดกำไรสุทธิปี 64-66 โตสูง +43%CAGR เด่นกว่าภาพรวมกลุ่มค้าปลีก +20%
