SENA รับมือ Self-Rejection ส่ง LivNex ทดลองอยู่ก่อนโอน ตุน Backlog รอรับรู้ 9 พันลบ. ลุยกลยุทธ์ Humble ลดภาระหนี้

ท่ามกลางมลภาวะทางเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยปัจจัยลบ ทั้งหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญกับโจทย์ใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม นั่นคือปรากฏการณ์ Self-Rejection หรือภาวะที่ผู้บริโภคปฏิเสธตัวเอง แม้จะมีความสามารถในการกู้ผ่าน แต่กลับไม่กล้าตัดสินใจโอนกรรมสิทธิ์เนื่องจากขาดความเชื่อมั่นในอนาคต


ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA มองว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวกำลังกลายเป็นความท้าทายสำคัญของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ผ่านโมเดล SENA Next และแนวคิด Humble Strategy เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินงานและตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป


Self-Rejection: วิกฤตเชิงจิตวิทยาที่น่ากลัวกว่าแบงก์ไม่ปล่อยกู้

ในอดีต ปัญหาหลักผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คือ Bank Rejection หรือการที่ธนาคารปฏิเสธสินเชื่อ แต่ในปัจจุบัน SENA พบว่าสัดส่วนของลูกค้าที่จองแล้วไม่ยอมมาโอนกรรมสิทธิ์นั้น มาจากปัญหา Self-Rejection หรือการที่ผู้บริโภคปฏิเสธการตัดสินใจซื้อด้วยตนเองสูงถึง 40-50% ขณะที่การถูกปฏิเสธจากธนาคารอยู่ที่ประมาณ 40%


ความน่ากังวลของเรื่องนี้ คือ ลูกค้ากลุ่ม Self-Rejection มักเป็นกลุ่มที่กู้ผ่านและเห็นสินค้าจริงก่อนจองแล้ว แต่ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์กลับเปลี่ยนใจเพราะความกังวลด้านเศรษฐกิจ ปัญหานี้จึงไม่ใช่เรื่องของคุณภาพสินค้า แต่เป็นปัญหาเชิงจิตวิทยาที่สะท้อนว่าผู้บริโภคไม่มั่นใจว่าในอีก 30 ปีข้างหน้าจะมีความสามารถในการผ่อนชำระหรือไม่


“LivNex เช่าออมบ้าน” ปิด Paint Point การปฏิเสธตนเองของลูกค้า

เพื่อแก้โจทย์ความไม่มั่นใจ SENA ได้ปรับปรุงโปรแกรม LivNex หรือโมเดลเช่าออมบ้าน จากเดิมที่ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ที่กู้ธนาคารไม่ผ่าน ให้กลายเป็นทางเลือกสำหรับกลุ่มที่กู้ผ่านแต่ยังไม่กล้าเป็นหนี้ระยะยาว


การที่คนตัดสินใจชอบแล้ว แต่เลือกที่จะไม่ซื้อ เป็นการตัดสินใจที่มีเหตุผลและเราต้องเข้าใจ หน้าที่ของ SENA ไม่ใช่การยัดเยียด แต่คือการทำให้เขาได้ทดลองเพื่อสร้างความมั่นใจก่อนก้าวเข้าสู่การเป็นหนี้ระยะยาวผศ.ดร.เกษรา กล่าว


จุดเด่นของ
LivNex ที่ตอบโจทย์การบริหารความมั่งคั่ง

  • Try Before You Buy ให้ลูกค้าได้ทดลองอยู่และทดลองผ่อนในอัตราที่ใกล้เคียงกับธนาคาร เพื่อประเมินความพร้อมของตนเองก่อนเป็นหนี้จริง

  • Capital Preservation เงินที่ผ่อนในช่วง 3 ปีแรกจะนำไปหักเงินต้นของราคาบ้าน ซึ่งหากผ่อนครบ 3 ปี ราคาบ้านจะลดลงโดยเฉลี่ยถึง 9%

  • Credit Building การผ่อนชำระที่ตรงเวลาผ่านโปรแกรมนี้จะสร้าง Credit Pattern ให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการขอสินเชื่อกับธนาคารในอนาคต


การปรับตัวนี้ช่วยให้บริษัทรักษาฐานลูกค้าและเปลี่ยนยอดจองให้กลายเป็นรายได้ในรูปแบบการเช่า ซึ่งเติบโตขึ้นจาก 10% ในปีที่ผ่านมา เป็น 21% ในปี 2569


ปัจจุบันโครงการ LivNex มีลูกค้าที่ยังคงผ่อนชำระและอยู่ในระบบราว 980-1,000 ราย ขณะที่มีลูกค้าที่สามารถผ่านกระบวนการและได้รับสินเชื่อจากธนาคารเพื่อโอนกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของบ้านสำเร็จแล้ว 180-187 ราย โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าให้มีลูกค้าโอนออกจากโครงการหรือ Exit ราว 400-500 ราย พร้อมคาดว่าจะมีลูกค้าใหม่เข้าสู่ระบบอีกประมาณ 500 ยูนิตต่อปี


อย่างไรก็ตาม โครงการยังมีการยกเลิกสัญญาบางส่วน โดยมีลูกค้าที่ยกเลิกไปประมาณ 100 ราย ซึ่งราวหนึ่งในสามเกิดจากปัญหาความสามารถในการผ่อนชำระ ส่วนที่เหลือมาจากการเปลี่ยนใจหรือการย้ายที่อยู่อาศัย สะท้อนว่าโมเดลดังกล่าวยังทำหน้าที่เป็นกลไกคัดกรองและประเมินความพร้อมของผู้ซื้อก่อนเข้าสู่การเป็นเจ้าของบ้านได้ในระดับหนึ่ง


แนวโน้มครึ่งปีหลัง
2569

สำหรับแนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ผศ.ดร.เกษรา ยอมรับว่าไม่มีข่าวดี และสถานการณ์ภาพใหญ่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น โดยยังเผชิญแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่รายได้ของผู้บริโภคเติบโตไม่ทันรายจ่าย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายจำเป็นที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้ที่สามารถนำไปใช้จ่ายได้จริง (Disposable Income) ลดลง


จากปัจจัยดังกล่าว SENA ประเมินว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั้งประเทศในปี 2569 อาจลดลงเหลือเพียง 300,000 หน่วย จากช่วงที่ตลาดอยู่ในภาวะดีซึ่งเคยทำได้ราว 500,000 หน่วย


ตัวเลขโครงการและงานในมือ (
Backlog)

แม้บริษัทจะชะลอการเปิดโครงการใหม่ แต่ยังคงมีโครงการในมือจำนวนมาก ได้แก่

  • โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการทั้งหมด 98 โครงการ

  • สินค้าพร้อมขาย บริษัทมีหน่วยพร้อมโอนหรือ Ready to Move มูลค่าประมาณหมื่นกว่าล้านบาท

  • สินค้าระหว่างก่อสร้าง (WIP) มีมูลค่าราว 40,000 ล้านบาท

  • ยอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 9,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับที่บริษัทต้องเร่งผลักดันการโอนกรรมสิทธิ์ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้


ยุทธศาสตร์
Humble

ผศ.ดร.เกษรา เปิดเผยว่า สาเหตุที่ SENA ไม่มีแผนเปิดโครงการใหม่ในระยะนี้ มาจากการเลือกใช้กลยุทธ์ Humble หรือการดำเนินธุรกิจแบบถ่อมตัวและระมัดระวังมากขึ้น โดยบริษัทมีแผนไม่เปิดโครงการใหม่เลยในช่วงปี 2569-2570 หรือประมาณ 1-2 ปีข้างหน้า เนื่องจากมองว่าโครงการที่มีอยู่ในปัจจุบันจำนวน 98 โครงการ เพียงพอต่อการสร้างยอดขายได้อีกหลายปี


ขณะเดียวกัน เป้าหมายสำคัญคือการลดภาระหนี้ โดยตั้งเป้าลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ให้เหลือ 1 เท่า ภายในปี 2571 จากปัจจุบันที่สามารถลดหนี้หุ้นกู้ลงจาก 10,000 ล้านบาท เหลือประมาณ 6,000 ล้านบาทแล้ว


การปรับโครงสร้างรายได้ (
Diversification)

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการปรับโครงสร้างรายได้ เพื่อเพิ่มสัดส่วนธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำและต่อเนื่องมากขึ้น


ปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลงจากเดิมที่เคยอยู่ในระดับ 78-90% ของรายได้รวม เหลือประมาณ 62% ขณะที่รายได้จากการเช่าและบริการ ซึ่งรวมถึง SENA Next เพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 21%


นอกจากนี้ ธุรกิจพลังงานสะอาด (Green Energy) ยังมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสัดส่วนรายได้เติบโตจาก 4% เป็น 13% ของพอร์ตรายได้รวม สะท้อนความพยายามในการกระจายความเสี่ยงและสร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้กับบริษัทในระยะยาว.


ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย: เมื่อการสนับสนุนจากภาครัฐอาจใช้ไม่ตรงจุด

ผศ.ดร.เกษรา ยังตั้งคำถามถึงนโยบายภาครัฐเกี่ยวกับการลดค่าธรรมเนียมโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ดำเนินการมานานกว่า 10 ปี ว่าเป็นการใช้เงินงบประมาณที่คุ้มค่าที่สุดหรือไม่ โดยมองว่าภาครัฐอาจพิจารณาปรับรูปแบบการสนับสนุนให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ผ่านแนวทางที่น่าสนใจ ดังนี้

  1. Targeted Policy แทนที่จะหว่านงบประมาณให้ทุกคน ควรโฟกัสเฉพาะกลุ่ม เช่น First Jobber หรือคนที่จะแต่งงานมีลูก เพื่อแก้ปัญหาประชากรเกิดน้อยควบคู่ไปกับการเข้าถึงที่อยู่อาศัย

  2. Savings for Housing ศึกษาโมเดลจากเยอรมนี (Bauspar) ที่สนับสนุนให้คนออมเงินก่อนซื้อบ้าน 3 ปี เพื่อรับสิทธิ์ดอกเบี้ยต่ำและ LTV พิเศษ

  3. Government Guarantee เช่นในเนเธอร์แลนด์ที่รัฐบาลช่วยค้ำประกันสินเชื่อ 10% สำหรับบ้านหลังแรก เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์กล้าปล่อยกู้มากขึ้น

Most Viewed
Stock of the Day
วันของปู่! SET ปิดพุ่งกระฉูด 35 จุด รับแรงซื้อคืนหุ้นใหญ่หนุนดัชนี DELTA-GULF-TRUE ยังเป็นเดอะแบก
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“BLUEBELL” ชี้ครึ่งปีหลังผลตอบแทนสินทรัพย์ “ต่างกันสุดขั้ว”... แนะ “เลือกถูกกลุ่ม” มากกว่าเลือกถูกตลาด เน้นธีมเติบโตชัดเจน ควบคู่ “หุ้นกู้” คุณภาพดี !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us