Official Update :

เจาะงบไตรมาส 3/64 หุ้นธนาคาร กำไรยังดีอยู่หรือไม่?

ไตรมาสที่ผ่านมาหุ้นธนาคารยังมีกำไรสุทธิเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/63 แต่อ่อนตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/64 และไตรมาส 3/64 เป็นไตรมาสที่ถูกจับตามองว่าผลกระทบจากการระบาดของ Covid-19 รอบใหม่ที่รุนแรงจนรัฐบาลต้องประกาศใช้มาตรการควบคุมการระบาดเข้มงวดอีกครั้งจะเป็นอย่างไร แม้ปัจจุบันสถานการณ์การระบาดจะค่อยๆ คลี่คลายแต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะมากน้อยขนาดไหนไม่มีใครรู้ จนกว่าธนาคารแต่ละแห่งจะประกาศงบออกมา ซึ่งวันนี้ Wealthy Thai ก็มีแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ของหุ้นกลุ่มธนาคาร รวมถึงมุมมองการลงทุนของนักวิเคราะห์มานำเสนอ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนให้กับนักลงทุนทุกท่าน



Covid-19 ยังกดดันกำไรไตรมาส 3/64

โดยนักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ไตรมาส 3/64 คาดหุ้นกลุ่มธนาคารภายใต้ Coverage ของฝ่ายวิเคราะห์ทั้ง 7 แห่ง จะมีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 35,631 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานที่ต่ำ ซึ่งหลายธนาคารได้ตั้งสำรองในระดับสูงเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของ Coverage Ratio และลดกิจกรรมการปล่อยกู้ลงเพื่อรักษาระดับเงินกองทุนในช่วงที่จะทำการทดสอบ Stress Test ในช่วงปลายปี 2563 แต่คาดว่ากำไรจะปรับลง 9.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/64 โดยสาเหตุหลักมาจากผลกระทบการแพร่ระบาดรอบใหม่ของ COVID-19 ที่ทำให้หลายจังหวัดกลับสู่ภาวะ Lockdown ต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางเดือนม.ย. ส่งผลให้ไตรมาส 3/64 ปริมาณธุรกรรมและกิจกรรมทางเศรษฐกิจลดน้อยลง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารายย่อยและกลุ่มลูกค้า SME พบว่าหลายธนาคารมีการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มดังกล่าวลดลงเพื่อลดความเสี่ยงของธนาคาร และหันไปเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อกลุ่ม Low Yield เช่น สินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อบ้านแทน


นอกจากนี้ คาดว่าจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง จะเร่งให้ปริมาณลูกหนี้ที่ขอเข้าโครงการช่วยเหลือทางการเงินกลับมาขยับขึ้นซึ่งจะกดดันให้ Asset Yield ของหลายธนาคารปรับลงราว 20-30 bps ขณะที่ในฝั่งรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยคาดจะปรับลงเช่นกัน เพราะการปิดห้างและการเข้าสู่ภาวะ Lockdown ทำให้กิจกรรมการขายที่ต้องอาศัยการทำธุรกรรมผ่านสาขา และการเจอหน้าลูกค้า เช่น การขายประกันและการขายหน่วยลงทุน ทำได้ยากขึ้น แต่คาดว่ารายได้จากธุรกิจ Brokerage ยังปรับตัวขึ้นได้เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/64 ตามปริมาณการซื้อขายของตลาด (ไม่รวม Prop trade) ที่เพิ่มขึ้น 0.8% จากไตรมาสก่อนหน้า และสุดท้ายคือ การตั้งสำรองที่คาดขยับขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 2/64 ซึ่งยังเป็นระดับการตั้งสำรองที่ค่อนข้างสูง เพื่อรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นจากอัตราการโตของเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดรอบใหม่และความล่าช้าของการเปิดประเทศ



KKP ก
ไรปรับลงน้อยสุดในกลุ่ม

ไตรมาส 3/64 จะเป็นไตรมาสที่ผลดำเนินงานของกลุ่มธนาคารชะลอตัวลงทั้งกลุ่มจากการตั้งสำรองที่เร่งตัวขึ้น โดยคาดว่าธนาคารที่กำไรสุทธิปรับลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/64 น้อยที่สุด คือ KKP คาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,330 ล้านบาท ลดลง 1.8% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 1.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนโดยการขยายพอร์ตสินเชื่อที่ทำได้ดีเทียบกับอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มเช่าซื้อรถมือหนึ่งและมือสองที่เติบโตได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีประเด็นบวกจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจฝั่งตลาดทุน หลังได้รับดีลใหญ่อย่างการปรับโครงสร้างของ SCBX อีกทั้งธุรกิจ Brokerage คาดจะปรับตัวได้ดีจากปริมาณการซื้อขายผ่าน KKPS ที่เพิ่มขึ้นถึง 31.2% จากไตรมาส 2/64 สอดคล้องกับความผันผวนในตลาดที่สูงขึ้นในไตรมาส 3/64


รองลงมาคือ TISCO คาดกำไรสุทธิ 1,628 ล้านบาท ลดลง 2.3% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้คาดว่าพอร์ตสินเชื่อจะปรับลงราว 3.7% จากไตรมาส 2/64 จากการเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อใหม่ในกลุ่มรายย่อย แต่ปัจจัยลบดังกล่าวคาดถูกชดเชยด้วยการตั้งสำรองที่ทรงตัว สอดคล้องกับคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อรวมที่ยังแข็งแรง ขณะที่ TTB คาดกำไรสุทธิ 2,293 ล้านบาท 9.5% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 41.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้วยแรงกดดันจากทั้งพอร์ตสินเชื่อที่ทำได้เพียงทรงตัว และมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับธุรกรรมควบรวมระหว่าง TMB และ TBANK ส่วนที่เหลือ



KTB กำไรปรับลงแรงสุดจากค่าใช้จ่าย IT สูงขึ้น

สำหรับธนาคารใหญ่คาดผลการดำเนินงานได้รับผลกระทบจาก Asset Yield ที่ต่ำลง และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ชะลอตัวมากกว่าธนาคารขนาดกลางและเล็ก โดยธนาคารใหญ่ที่คาดกำไรปรับลงจากไตรมาส 2/64 น้อยที่สุด คือ KBANK คาดกำไรสุทธิ 7,870 ล้านบาท ลดลง 11.5% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 17.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีพอร์ตสินเชื่อที่โตได้ดีช่วยหักล้างประเด็นลบจาก Asset Yield ที่ชะลอตัว รองลงมาคือ BBL คาดกำไรสุทธิ 5,498 ล้านบาท ลดลง 13.5% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 43.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กดดันจาก Asset Yield ที่ชะลอตัว และพอร์ตสินเชื่อที่ทำได้เพียงทรงตัวจากไตรมาส 2/64 ประกอบกับรายได้ค่าธรรมเนียมคาดปรับลงจากรายได้ค่านายหน้าขายประกันที่ลดลง


ส่วน SCB คาดกำไรสุทธิ 7,606 ล้านบาท ลดลง 13.7% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 63.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะได้รับผลกระทบจากการปรับพอร์ตสินเชื่อที่เน้นโตเฉพาะกลุ่ม Low Yield ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมคาดปรับลงจากการขายประกันชีวิตที่ทำได้ยากขึ้น รวมถึงธุรกรรมฝั่ง wealth และกองทุนรวมที่ชะลอตัวตามภาวะตลาดที่ผันผวน ขณะที่ KTB คาดกำไรสุทธิ 4,396 ล้านบาท -26.9% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 43.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กดดันจากทั้งการลดความเสี่ยงเน้นปล่อยสินเชื่อภาครัฐฯ และพนักงานราชการและรัฐวิสาหกิจที่ให้ Yield ต่ำ อีกทั้งคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายจากการตัดค่าเสื่อมของโครงการลงทุนด้าน IT ที่สูงขึ้น ทำให้ Cost to Income Ratio ในช่วงครึ่งหลังของปี 64 ปรับขึ้นจากครึ่งปีแรก



แนะนำลงทุน “มากกว่าตลาด”

คงน้ำหนักลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคาร "มากกว่าตลาด" แม้ผลดำเนินงานในไตรมาส 3/64 จะปรับตัวลงจากไตรมาส 2/64 แต่ถือว่าฟื้นตัวได้ดีจากไตรมาส 3/63 อีกทั้งคาดว่าตั้งแต่ไตรมาส 4/64 แนวโน้มกำไรสุทธิของกลุ่มจะเริ่มปรับตัวขึ้น หลังภาครัฐฯ ทยอยปลดล็อคกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และหลายธนาคารได้ตั้งสำรองเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับปริมาณ NPL ที่คาดจะเพิ่มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจาก ธปท. สนับสนุนให้ธนาคารปรับโครงสร้างลูกหนี้ และให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ถึงปี 2566 ช่วยลดความเสี่ยงที่ NPL จะเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้ธนาคารต้องตั้งสำรองจำนวนมากๆ ในระยะเวลาอันสั้น


โดยหุ้นแนะนำฝ่ายวิเคราะห์ยังชอบ KBANK ราคาเป้าหมาย 180 บาท คาดหวังการฟื้นตัวในไตรมาส 4/64 บวกกับเป็นหุ้นธนาคารที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูงขึ้นทั้งจากการเร่งขยายตลาดสินเชื่อในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงการลงทุนใน Digital Platform เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ขณะที่ราคาหุ้นยังซื้อขายที่ Valuation ต่ำที่ PBV เพียง 0.7x (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 5 ปีย้อนหลัง) ส่วนแบงก์ขนาดกลางและเล็กแนะนำ KKP ราคาเป้าหมาย 70 บาท มองกำไรปรับลงน้อยที่สุดในกลุ่ม เพราะมีรายได้ฝั่งตลาดทุนเข้ามาช่วยชดเชยรายได้ดอกเบี้ยที่อ่อนแอและการตั้งสำรองที่สูงขึ้น



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us