Official Update :

แรงขาย AI เขย่าหุ้นโลก นักลงทุนลดเสี่ยง-หมุนพอร์ต InnovestX ชี้แค่ “พักฐาน” ไม่ใช่จบรอบ แนะหลบภัย Healthcare-Software-หุ้นจีน

หุ้น AI ทั่วโลกกำลังเผชิญแรงขายทำกำไรอย่างหนักจนฉุดตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชียปรับตัวลงพร้อมกัน จากความกังวลว่าราคาหุ้นหลายตัวอาจแพงเกินปัจจัยพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่านี่เป็นเพียงการปรับฐานระยะสั้นของธีม AI มากกว่าการสิ้นสุดของวัฏจักรการเติบโต พร้อมแนะนักลงทุนกระจายพอร์ตไปยังกลุ่มที่มีแนวโน้มกำไรแข็งแกร่งเพื่อลดความผันผวน


บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX) ระบุว่า ตลาดหุ้นหลักทั่วโลกปรับตัวลงแรงในวันศุกร์ จากแรงขายทำกำไรและการลดความเสี่ยงในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและ AI ที่เป็นผู้นำตลาดในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา โดยหุ้นกลุ่ม “AI winners” ทั้งผู้ผลิตชิปและผู้ให้บริการคลาวด์/ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ ถูกขายออกพร้อมกัน ทำให้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปอ่อนตัวลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อวานนี้


โดยบรรยากาศการลงทุนดังกล่าวได้ส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย โดยดัชนี NIKKEI 225 ปรับตัวลดลงราว -4% ขณะที่ CSI 300 และ Hang Seng Tech ปรับตัวลดลงราว -3.6% และ -4.6% ตามลำดับ โดยการเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความกังวลของนักลงทุนว่าการประเมินมูลค่า (valuation) ของหุ้นกลุ่ม AI อาจตึงตัวเกินไปเมื่อเทียบกับมุมมองกำไรในระยะถัดไป ท่ามกลางสภาพดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูงและความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจโลก


ทั้งนี้ มีรายงานจาก Financial times ระบุว่านักลงทุนสถาบันและกองทุนเชิงปริมาณบางส่วนมีการลดน้ำหนัก (de-risking / de-grossing) ในธีม AI ส่งผลให้มีแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่ไม่กี่ตัวที่มีน้ำหนักสูงในดัชนี จนทำให้ตลาดโดยรวมลงมาพร้อมกัน นอกจากนี้ สัญญาณการหมุนกลุ่ม (sector rotation) จากหุ้นเทคโนโลยีความเสี่ยงสูง ไปสู่หุ้นป้องกันความเสี่ยง (defensives) และตราสารหนี้ระยะสั้นเริ่มชัดเจนขึ้น สะท้อนภาพ sentiment ที่เปลี่ยนจาก risk-on ไปเป็น risk-off ในระยะสั้น ขณะเดียวกันดัชนีความผันผวน (เช่น VIX) มีการขยับขึ้นจากระดับต่ำก่อนหน้า แสดงถึงความต้องการซื้อประกันความเสี่ยงของนักลงทุนที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่ trade AI กำลังร้อนแรง



เป็นเพียงการปรับฐาน ไม่ใช่จุดสิ้นสุดการลงทุน
AI

InnovestX มองว่า การปรับฐานครั้งนี้สะท้อนการ “De-rating” (การปรับลดระดับมูลค่าลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม) ระยะสั้นของธีม AI มากกว่าจะเป็นสัญญาณว่ากระแสการลงทุนด้าน AI สิ้นสุดลง เพราะปัจจัยพื้นฐานด้านโครงสร้าง เช่น ความต้องการใช้ compute, data center, และซอฟต์แวร์ AI ในภาคธุรกิจ ยังเป็นแนวโน้มระยะยาวที่แข็งแรงอยู่ อย่างไรก็ตาม ในเชิงจิตวิทยาตลาด การที่หุ้นกลุ่มนำตลาดถูกขายพร้อมกัน ทำให้นักลงทุนเกิดความระมัดระวังมากขึ้น และพร้อมลดความเสี่ยงในสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ทั้งในสหรัฐ ยุโรป และเอเชีย โดยเฉพาะตลาดที่มีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีสูง


ทั้งนี้ ความผันผวนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนมีแนวโน้มกระจายการลงทุนในหุ้นกลุ่มอื่นๆ นอกจาก AI โดย InnovestX เริ่มเห็นสัญญาณจาก Market Breadth ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่เริ่มเพิ่มขึ้น ขณะที่ VIX Index ของดัชนี S&P 500 ยังคงอยู่ในระดับที่ไม่สูง ตรงข้ามกับดัชนี VXN Index ซึ่งชี้ถึงความผันผวนของดัชนี NASDAQ 100 ที่ค่อยๆปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ชี้ว่า การกระจายความเสี่ยงสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ นอก AI มีแนวโน้มช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนได้


ด้านตลาดหุ้นจีน ได้รับแรงกดดันจาก GDP ในไตรมาสที่ 2/2026 ที่อ่อนแอ โดยมีการเติบโตอยู่ที่ 4.3% กดดันโดยความต้องการภายในประเทศ ขณะที่การส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม AI ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยหนุนเศรษฐกิจ ทั้งนี้ InnovestX แนะนำติดตามการประชุม Politburo ที่จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งอาจนำมาสู่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น



กลยุทธ์ลงทุน เน้น
Healthcare-Software-หุ้นจีน

InnovestX แนะนำนักลงทุนกระจายความเสี่ยงไปยังหุ้นกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่ AI Infrastructure แต่ยังมีแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแรง เช่น กลุ่ม Healthcare โดยในการประกาศงบการเงินที่ผ่านมา บริษัทขนาดใหญ่ในกลุ่มยังสามารถรายงานผลการเงินที่ดีกว่าคาด อาทิ UNH, JNJ ส่งผลให้กลุ่มนี้มีแนวโน้มได้รับความสนใจมากขึ้นจากนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยง โดยสามารถลงทุนผ่านกองทุน TUSHEALTH-A ได้


นักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูง อาจพิจารณาเข้าลงทุนในกองทุน MEGA10CYBER-A ซึ่งลงทุนในกลุ่ม Software โดยเป็นกลุ่มที่เคยถูกกดดันจากความกังวลด้าน AI Disruption ในช่วงก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ระดับ Valuation ปรับตัวลดลงมาก ขณะที่บริษัท Software ขนาดใหญ่ได้พยายามผนวก AI เข้าสู่ผลิตภัณฑ์ของตนซึ่งถูกคาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มกำไรของบริษัทได้ ทั้งนี้ การประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 จะเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันสมมุติฐานดังกล่าว หากเป็นไปตามคาด มีโอกาสที่นักลงทุนจะกลับมาสนใจหุ้นกลุ่ม Software มากขึ้น


ส่วนหุ้นจีน CSI 300 ได้รับแรงกดดันจากแรงขายของกลุ่ม AI Chip ตามตลาดโลกดังที่ได้กล่าวมา อย่างไรก็ตาม InnovestX ประเมินว่าหุ้น AI Chip ของจีนอาจได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากรัฐบาลจีนที่เร่งออกมาตรการสนับสนุนด้าน AI ภายในประเทศ ซึ่งอาจนำไปสู่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ภายในประเทศเพิ่มเติม โดยในระยะสั้นนี้ยังคงแนะนำถือกองทุน KFCSI300-A ในภาวะที่ตลาดมีความผันผวน