UOB ชี้เทรนด์ AI ยังไปต่อ กางกลยุทธ์ลุยตลาดครึ่งปีหลัง เน้นเก็บหุ้นสหรัฐ-เอเชียดันพอร์ต พร้อมแนะเก็บทองในพอร์ต 5% รับผันผวน
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะต้องเผชิญกับความซับซ้อน ทั้งเงินเฟ้อที่ลดลงช้าและการเติบโตที่ไม่เท่ากัน แต่ UOB มองว่าเศรษฐกิจยังยืดหยุ่นได้ดี โดยชูธีม AI Super Cycle เป็นแรงขับเคลื่อนหลักอย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะกลยุทธ์จัดพอร์ตรับมือความผันผวนด้วยการเน้นสินทรัพย์คุณภาพ
เศรษฐกิจครึ่งปีหลังยืดหยุ่น Fed จ่อคงดอกเบี้ยยาวถึงปี 70
UOB ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ว่ายังคงมีความยืดหยุ่น (Resilient) คาดการณ์การเติบโตของสหรัฐฯ ไว้ที่ 1.7% และจีนที่ 4.6% ด้านราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ระดับ 80-90 ดอลลาร์/บาร์เรล มองว่าจะกลับเข้าสู่ค่าเฉลี่ย (Mean Reverting) และจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง
สำหรับทิศทางนโยบายการเงิน คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมตลอดปี 2569 และทิศทางจากผู้นำ Fed คนใหม่น่าจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปี 2570 เมื่อสภาวะต่างๆ เข้าสู่จุดที่เหมาะสม
คุณเอเบิล ลิม Head of Deposit and Wealth Management ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า เงื่อนไขการลงทุนโลกเปลี่ยนไปจากเดิม แต่ความซับซ้อนไม่ใช่เหตุผลให้นักลงทุนหยุดอยู่ข้างสนาม
“แนวคิดของเราคือ Resilience over Perfection นักลงทุนไม่จำเป็นต้องจับจังหวะตลาดให้ถูกทุกครั้ง แต่ควรมีพอร์ตที่สามารถสร้างโอกาสจากการเติบโตระยะยาว ขณะเดียวกันก็รับมือกับความผันผวนได้” คุณเอเบิล กล่าว
AI Super Cycle ขยายวงกว้าง - กลุ่ม ซอฟต์แวร์ ยังมี “คูเมือง” แข็งแกร่ง
UOB มองว่า AI ยังคงเป็นธีมหลักที่แนะนำอย่างต่อเนื่อง โดยกำลังก้าวเข้าสู่ “AI Super Cycle” ซึ่งโอกาสเริ่มขยายวงกว้าง (Broadening) จากผู้พัฒนาโมเดลไปสู่กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์, ระบบพลังงาน, ระบบทำความเย็น และระบบเครือข่าย รวมถึงการมาถึงของ Agentic AI ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานอัตโนมัติ
ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ขนาดเล็ก เช่น CRM และ HR ไม่ได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของ AI เนื่องจากบริษัทเหล่านี้มีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง และมี “คูเมือง” (Moat) จากข้อมูลองค์กรที่ฝังรากลึก ซึ่ง AI ไม่สามารถเข้ามาแทนที่ได้โดยง่าย
3 เปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง จาก ‘Just in Time’ สู่ ‘Just in Case’
การลงทุนในระยะยาวจะได้รับอิทธิพลจาก 3 การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างสำคัญ:
-
Agentic AI: การก้าวข้ามจากการสร้างเนื้อหาไปสู่ระบบอัตโนมัติที่วางแผนและทำงานได้จริง
-
ตลาดหุ้นจีนแยกเป็นสองเรื่อง: ตลาด Onshore (A-shares) ได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูงและนโยบาย New Quality Productive Forces ขณะที่ H-shares ยังเจอความท้าทาย จึงแนะนำการลงทุนแบบ Barbell Strategy
-
Strategic Reindustrialisation: ปรับเปลี่ยนแนวคิดจาก "Just in Time" เน้นประสิทธิภาพ มาเป็น "Just in Case" เน้นความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานและกำลังการผลิต
กลยุทธ์ลงทุน Q3/69 และการจัดพอร์ตครึ่งปีหลัง
สำหรับกลยุทธ์การจัดสรรสินทรัพย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 UOB แนะนำ ดังนี้
-
หุ้น (Overweight): เน้นหุ้นสหรัฐฯ และเอเชียเกิดใหม่ (Emerging Asia) โดยเฉพาะบริษัทคุณภาพที่มีกำไรและกระแสเงินสดชัดเจน ส่วนตลาดหุ้นจีนเน้นกลุ่ม "New China" ในตลาด Onshore
-
ตราสารหนี้ (Neutral): ปรับลด Duration เหลือ 4-5 ปี (จากเดิม 5-7 ปี) เพื่อรับมือกับภาวะดอกเบี้ยทรงตัวสูง และเน้นตราสารหนี้ระดับ Investment Grade
-
ทองคำ (สินทรัพย์หลบภัย): แนะนำควรมีทองคำ 5-7% ของพอร์ต เพื่อเป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ โดยมองเป้าหมายราคาทองคำอยู่ที่ 4,300 ดอลลาร์/ออนซ์ ในไตรมาส 4/2569 และมีโอกาสแตะ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ ภายในปี 2570
