Official Update :

SET ปิดลบ 6.48 จุด ประคอง 1,600 ไม่จบวัน หุ้นใหญ่ร่วงหลังบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่ง ฟากพลังงาน-โรงพยาบาลช่วยพยุงตลาด

SET วันนี้ปิดลบ 6.48 จุด หลังเปิดตลาดเหนือระดับ 1,600 จุด ก่อนเผชิญแรงขายจนไม่สามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ ท่ามกลางแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่เร่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 เดือน ฉุดหุ้นใหญ่ทั้งกลุ่มโรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ และอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวลง ขณะที่หุ้นท่องเที่ยวอ่อนตัวตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์ที่หดตัว ส่วนกลุ่มพลังงานและโรงพยาบาลปรับตัวขึ้นช่วยพยุงตลาดไว้บางส่วน


โดย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ SET Index ปิดลบ 6.48 จุด (-0.41%) ปิดที่ระดับ 1,589 จุด มูลค่าการซื้อขาย 7.2 หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับลง 373 บริษัท มีปรับขึ้นเพียง 108 บริษัท) วิตก US Bond yield เร่งตัวและราคาน้ำมันดิบทรงตัวสูงกระทบตลาดสินทรัพย์เสี่ยง หุ้นปรับลงกดดัชนีนำลงโดยกลุ่มที่ Sensitive กับ Bond yield คือ กลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF, BGRIM, GPSC), กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD, TIDLOR), กลุ่มอิเล็กฯ (KCE, HANA) และกลุ่มท่องเที่ยวผิดหวังนักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัว w-w (AOT, CENTEL, AWC, THAI)  ส่วนกลุ่มที่ปรับขึ้นประคองดัชนี คือ กลุ่มน้ำมัน,โรงกลั่น และ ปิโตรฯ (IVL, TOP, BCP), รวมถึงกลุ่มโรงพยาบาล (BDMS, BCH, CHG)


หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ

  • TOP (+1.17%), BCP (+3.14%)

เล่นเก็งกำไรข่าว รมว. พลังงาน อยู่ระหว่างเสนอ นายกฯ ขอปลดล็อกให้ผู้ประกอบการโรงกลั่น นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของเรามีมุมมอง slightly positive กับประเด็นนี้คาดหวังผลบวกจาก Utilization Rate ปรับขึ้น หากอิงตาม product yield ที่ได้จากการกลั่น BCP จะเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุด เนื่องจากมี product yield เป็นน้ำมันดีเซลมากสุดที่ 43% ตามด้วย SPRC และ TOP ที่ 37% ตามลำดับ

  • IVL (+2.46%)

ปรับขึ้นเด่นคาดหวังปัญหาอุปทานล้นตลาดทยอยลดลง จากผลของสงครามกระทบกำลังการผลิตในตะวันออกกลาง, โรงปิโตรฯ ล้าสมัยหลายแห่งในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ทยอยปิดดำเนินการ ผสานธุรกิจปิโตรฯ ในสหรัฐได้ผลบวกจากข่าวเวเนฯ เตรียมออกจากกลุ่มสมาชิก OPEC เปิดทางให้สหรัฐเร่งเข้าลงทุนมากขึ้นบวกกับธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรฯ ในสหรัฐจากต้นทุนวัตถุดิบถูกลง ในขณะที่ Spread ปิโตรฯ Integrated PET ฟื้นตัวสู่ระดับ 190$/ton  (+4.97%w-w) และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์

  • BDMS (+2.04%), CHG (+5.52%), BCH (+3.74%)

นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของเราเน้นย้ำให้ซื้อโดยเฉพาะ CHG ราคาหุ้นร่วงแรงในช่วงก่อนหน้าจาก MSCI Rebalance แต่ปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยน แนวโน้มกำไร 3Q26F เร่งตัวขึ้นจาก high season ของธุรกิจ, จำนวนผู้ป่วยในและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยเมื่อเทียบ 1H26 ในขณะที่ CHG, BCH มีประเด็นปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาลของกลุ่มผู้ป่วยประกันสังคม

  • ERW (-3.74%), CENTEL (-2.89%), AWC (-2.6%)

ผิดหวังตัวเลขนักท่องเที่ยวรายสัปดาห์หดตัว 11.67%w-w จากการลดลงของนักท่องเที่ยวจีน (-24.44%w-w), ไต้หวัน (-22.65%w-w) และ อินเดีย (-11.47%w-w) อย่างไรก็ดีเรามองเป็นผลจากฤดูกาล effect (หมดช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน หรือ Summer Holiday)

  • KCE (-4.55%), HANA (-4.76%), MTC (-3.2%), BGRIM (-3.45%)

เป็นหุ้นใน 3 กลุ่มหลักที่ได้รับผลกระทบในเชิง sentiment จาก US Bond yield 10 ปี เร่งขึ้นแตะระดับ 4.75% ทำสถิติสูงสุดในรอบ 19 เดือน กระทบต้นทุนเงินทุนและ Valuation

Most Viewed
Stock of the Day
จับตา GUNKUL-HANA MSCI ดันเงินไหลเข้า โบรกฯ ชี้รับทรัพย์แล้ว 28.5 ล้านเหรียญฯ CHG-JTS-CPF-DELTA-CPN เสี่ยงแรงขาย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ASP-TAIWAN” เกาะกุม “หุ้นไต้หวัน”... “หัวใจ” ของซัพพลายเชน “ชิปโลก” โอกาสลงทุนที่ยิ่งใหญ่ “สำคัญ” เกินกว่าจะละเลย !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us