นาทีทองหุ้น! ของ 4 หุ้นโรงกลั่น หลังค่าการกลั่นเพิ่มสูงขึ้นในรอบปี
ในวันที่สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกกำลังแกว่งตัวอยู่ในขาขึ้นแตะระดับ 70-80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล (นักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่ามีโอกาสจะได้เห็นระดับ 100 เหรียญ) ก็ส่งผลให้มาร์จิ้นค่าการกลั่นของโรงกลั่นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากที่ในช่วงปีก่อน ค่าการกลั่นถึงขั้นติดลบ และปรับตัวบวกมาแค่ระดับ 1-3 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จนในช่วงล่าสุดผ่านมา 10 เดือนของปีระดับค่าการกลั่นพุ่งไปที่ 6-7เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
โดยเมื่อช่วงต้นปี และกลางปี 64 ระดับราคาน้ำมันดิบทั้งในฝั่งของสหรัฐและฝั่งยุโรป รวมถึงจากตะวันออกกลางปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น และมีปัจจัยหนุนจากการเข้าสู่ไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวเดินทาง มาบรรจบกับการที่สถาณการณ์โควิดหลายประเทศทั่วโลกเริ่มคลี่คลายมีการปลดล็อกการเดินทางกันมากขึ้นยิ่งสะท้อนทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามไม่เพียงแค่นั้น กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อย่างกลุ่มโอเปกก็ยังคงนโยบายเพิ่มระดับปริมาณการผลิตแค่เพียงเดือนละ 4 แสนบาร์เรลต่อวัน ซึ่งส่งผลให้ปริมาณน้ำมันที่จะเข้าสู่ระบบน้อยกว่าความต้องการใช้เข้าไปอีก จึงเป็นเหตุผลโดยรวมที่ทำให้ราคาพลังงานและราคาน้ำมันดิบยังทรงตัวในระดับสูงถึงขั้นนี้ ก็ส่งผลให้ค่าการกลั่นมีลักษณะพุ่งพรวดด้วยเช่นกัน ดันทำให้กลุ่มโรงกลั่นจะมีกำไรจากการกลั่นที่เพิ่มขึ้น
เทียบฟอร์มกลุ่มโรงกลั่น
บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ประเมินหุ้นโรงกลั่นอย่าง PTTGC ว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/64 ที่จะรอประกาศนั้นจะมีกำไรสุทธิ 7,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 719% จากปีก่อน จะมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่อ่อนค่า และ Hedging loss ราว 2.5 พันล้านบาท ถ้าไม่รวมรายการพิเศษจะทำให้มีกำไรจากการดำเนินงานจะอยู่ราว 1 หมื่นล้านบาท
โดยธุรกิจโรงกลั่นเริ่มดีขึ้น แม้ว่าจะมีการปิดซ่อมบำรุงก็ตาม ทำให้มีการผลิตได้เพียง 140,000 บาร์เรล แต่ค่าการกลั่น (GRM) ปรับเพื่มมาอยู่ที่ 2.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากกลุ่มน้ำมันดีเซลและ LPG ส่วนธุรกิจ Olefins จะมี EBITDA ปรับลดลงเหลือ 7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น61% จากราคาเม็ดพลาสติกที่ดีขึ้นมากกว่า 200 เหรียญสหรัฐต่อตัน ด้านธุรกิจ Aromatic คาดจะยังทรงตัวได้ โดย PX และ Bz spread ยังอยู่ที่ 300-350 เหรียญสหรัฐต่อตัน
คงประมาณการกำไรปี 64 ที่ 6.5 หมื่นล้านบาท คาดกำไรปกติไตรมาส 4/64 จะยังอยู่ที่ราว 1.0-1.3 หมื่นล้านบาทได้ จากธุรกิจโรงกลั่นที่คาดว่าจะออกมาดี ด้วย GRM ปรับเพิ่มมาเป็นกว่า 7 เหรียญสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ EBITDA ปรับดีขึ้นได้กว่า 2 พันล้านบาท ปรับราคาเป้าหมายไปปี 65 ที่ 80 บาท
ส่วน SPRC บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดว่า ไตรมาส 3/64 จะมีกำไรสุทธิ 103 ล้านบาท ลดลง62% จากปีก่อน สาเหตุหลักจากผลกระทบมาตรการควบคุมแพร่ระบาดในประเทศ และต้นทุนน้ำมัน Crude premium สูงขึ้นหน่วยเพิ่มคุณภาพเพื่อผลิตน้ำมันเบนซิน (RFCCU) หยุดผลิตนอกแผนตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. ทั้งนี้ วันที่ 8 ต.ค.การซ่อมบำรุงเสร็จสมบูรณ์แล้ว เร็วกว่าแผนเล็กน้อย
ขณะที่แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/64 ทยอยดีขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมในประเทศ, Crude premium ลดลง, ค่าการกลั่นได้ประโยชน์จากการใช้น้ำมันสำเร็จรูปผลิตไฟฟ้าทดแทนถ่านหิน-ก๊าซ ระยะสั้นจึงสามารถเก็งกำไรได้ ราคาเหมาะสม 10.30 บาท
ด้าน IRPC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 3/64 ราว 2,630 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55% จากค่าการกลั่นและสต๊อกเกนสูงกว่าคาด เพราะอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นของฝั่งโรงกลั่น จากความต้องการใช้ฟื้น และซัพพลายตึงตัว อัตราส่วนตรากำไรฝั่งปิโตรเคมีที่ลดลงจากซัพพลายใหม่เข้ามาฉุด และดีมานด์ในจีนชะลอ เราคาดทิศทางกำไรที่ดีขึ้น q-q จะเริ่มอีกครั้งในไตรมาส 1/65
ดังนั้นปรับคำแนะนำเป็น Trading Buy (เดิม Buy) มองราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นนับแต่ ก.ค.21 ราว 32% สะท้อน spread PP (ผลิตภัณฑ์หลัก) ที่เริ่มทรงตัวได้และแนวโน้มการ turnaround ของ IRPC ไประดับหนึ่งแล้ว จึงมองเป็นการเล่นเก็งกำไรการฟื้นตัวของ PP/HDPE ตั้งแต่ไตรมาส 4/65 เป็นต้นไปที่ราคาเหมาะสม 4.90 บาท
ปิดท้ายที่ TOP บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แม้ไตรมาส 3/64 จะเป็นช่วงการแพร่ระบาด และเงินบาทอ่อนค่า อย่างไรก็ตาม คาดว่าการปรับตัวขึ้นของ Market GIM สู่ระดับสูงสุดรอบ 10 ไตรมาส และกำไรสต็อกน้ำมันจะช่วยให้กำไรสุทธิ เป็น 2.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 247% จากปีก่อน จึงปรับกำไรสุทธิปีนี้ขึ้น 43% เป็น 9.8 พันล้านบาท สะท้อน Market GIM และกำไรสต็อกน้ำมันช่วง 9 เดือนแรก ที่มีโอกาสสูงกว่าคาด
แนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 4/64 จะอยู่ในเกณฑ์ดี หนุนด้วยการฟื้นตัวของกิจกรรมเดินทางหลัง Covid-19 คลายตัว ประกอบกับ การปรับตัวขึ้นของค่าการกลั่นสิงคโปร์สู่ระดับสูงสุดรอบ 2 ปี และCrude premium ลดลง แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมใหม่ 65 บาท จากรับประโยชน์การ Reopening ทำให้ค่าการกลั่น - การเดินทางฟื้นตัว และการเติบโตจากโครงการ CFP และ CAP อีกทั้งเป็นเป้าหมายหุ้นโรงกลั่นอันดับต้นๆ ของนักลงทุนต่างชาติ

