XO ส่งซิกครึ่งปีหลังโตเด่น ดันรายได้ปี 69 แตะ 2.4 พันลบ. ทุ่ม 1.3 พันลบ. สร้างโรงงานใหม่ ปูทางสู่เบอร์ 1 ตลาดซอสศรีราชาโลก
XO มั่นใจผลงานครึ่งหลังปี 2569 โตเด่น ลูกค้ายุโรป-โอเชียเนียกลับมาสั่งซื้อ หลัง Overstock คลี่คลาย ดัยรายได้ทั้งปี 2569 โต 10% แตะ 2,400 ล้านบาท ตามเป้า เดินหน้าขยายตลาดยุโรป-เพิ่ม SKU ทุ่ม 1,300 ล้านบาท ขยายโรงงานใหม่ คาดส่งออกเชิงพาณิชย์ได้ไตรมาส 3/71 ปูทางสู่เป้าหมายยอดขาย 4,000 ล้านบาท พร้อมก้าวขึ้นเบอร์ 1 ตลาดซอสศรีราชาโลก
นายจิตติพร จันทรัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO เปิดเผยว่า แนวโน้มการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปี 2569 จะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก โดยคาดยอดขายไตรมาส 3/69 เติบโตประมาณ 12–15% จากไตรมาส 2/69 ขณะที่ Q4/69 ยังมีคำสั่งซื้ออยู่ในระดับที่ดีต่อเนื่อง เนื่องจากลูกค้าในยุโรปและโอเชียเนียเริ่มกลับมาสั่งซื้อ หลังปัญหาสินค้าคงคลังส่วนเกิน (Overstock) คลี่คลาย
โดยบริษัทมั่นใจว่าภาพรวมผลประกอบการทั้งปี 2569 จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 10% หรือแตะระดับราว 2,400 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 2,160 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) คาดจะอยู่ในระดับ 40–45% จากครึ่งปีแรกอยู่ที่ 42%
ในส่วนของต้นทุนบริษัทบริหารวัตถุดิบล่วงหน้า โดยราคาพริกสำหรับปี 2570 ลดลงเล็กน้อยจากปีนี้ ขณะที่น้ำตาลได้ล็อกราคาสำหรับครึ่งปีหลังไว้แล้ว
สำหรับการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ บริษัทได้รับผลกระทบจำกัด เนื่องจากปัจจุบันมียอดขายส่งออกไปยังสหรัฐฯ ไม่ถึง 10 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมียอดขายส่งออกไปยังยุโรป 82%, เอเชีย 7%, โอเชียเนีย 6% แอฟริกาใต้และอเมริกาเหนือรวมกันประมาณ 3% โดยยุโรปยังเป็นตลาดหลักและมีโอกาสขยายตัวผ่านเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่
ส่วนการตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยและสหภาพยุโรป (EU) หากประสบความสำเร็จ จะเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัท เนื่องจากช่วยลดภาระภาษีของคู่ค้า และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับเวียดนามและสิงคโปร์ ส่วนความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน บริษัทเน้นการขายสินค้าเป็นสกุลเงินบาท ทำให้มีความจำเป็นในการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนในระดับจำกัด
ปี 2570 ยอดขายโตต่อ 5-10%
ขณะที่ปี 2570 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตประมาณ 5–10% โดยยังมีโอกาสจากการขยายตลาดเดิม ผ่านการเพิ่มจำนวนสาขาและ SKU รวมถึงการขยายไปยังตลาดใหม่ ปัจจุบันบริษัทออกผลิตภัณฑ์ใหม่เฉลี่ยประมาณ 5–7 SKU ต่อปี โดยยุโรปยังมีโอกาสเติบโตจากการขยายช่องทางจำหน่ายผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในเยอรมนี ซึ่งบริษัทมีแผนเพิ่มจำนวนสาขาที่วางจำหน่ายจากปัจจุบันราว 5,000–6,000 สาขา ไปสู่เป้าหมาย 8,000 สาขา จากทั้งหมดประมาณ 11,000 สาขา
ด้านความคืบหน้าโรงงานแห่งใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี บริษัทใช้เงินลงทุนประมาณ 1,300 ล้านบาท คาดก่อสร้างแล้วเสร็จในไตรมาส 2/71 และเริ่มส่งออกได้ในไตรมาส 3/71 โดยโรงงานใหม่สามารถรองรับยอดขายประมาณ 4,300 ล้านบาท และหากเดินเครื่องเต็ม 2 กะ จะสามารถรองรับยอดขายได้มากกว่า 8,000 ล้านบาท ขณะที่โรงงานเดิมมีกำลังการผลิตส่งออกรวมสูงสุดประมาณ 3,300 ล้านบาท/ปี ปัจจุบันใช้อัตรากำลังการผลิตอยู่ราว 67%
ในส่วนสถานการณ์น้ำท่วม บริษัทไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากโรงงานตั้งอยู่ในพื้นที่สูงของนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง และเส้นทางขนส่งยังใช้งานได้ตามปกติ ขณะที่ปัญหาระยะเวลาขนส่งทางเรือที่ต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮป บริษัทและลูกค้ามีการวางแผนล่วงหน้าแล้ว
อย่างไรก็ตาม บริษัทวางเป้าหมายระยะยาวในการก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกในตลาดซอสศรีราชา จากปัจจุบันที่อยู่ในอันดับ 2 รองจาก Huy Fong โดยตั้งเป้ายอดขายระยะแรกที่ 3,000 ล้านบาท ก่อนขยับสู่ระดับ 4,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายที่บริษัทมองว่าจะช่วยผลักดันให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำตลาดโลกได้
