โพยหุ้น คัดหุ้น growth stock กำไรปี 65 เติบโตโดดเด่น
ปีนี้ยังถือเป็นปีที่ท้าทายอย่างมาก ทั้งในเรื่องของการดำเนินธุรกิจ และการใช้ชีวิตประจำวัน เนื่องจากปัญหาเดิมๆอย่างโควิด-19 ที่ทำลายเวลาอันมีค่าของเราไปนานพอสมควร แต่ล่าสุดเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายลงบ้างแล้ว หลังจากภาครัฐได้เดินหน้าฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลดีต่อการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่
เราอยู่กับโควิด-19 มานานมากพอสมควรแล้ว จึงได้แต่คาดหวังว่าปัญหานี้จะจบลงเสียที เพื่อให้เราได้กลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติอีกสักครั้ง แต่อย่างไรก็ตามการหยุดปัญหานี้ ก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกฝ่าย โดยมีภาครัฐเป็นแกนนำ เพื่อให้เราสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้
แต่หากมองในแง่ของการดำเนินธุรกิจ ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีไปแล้ว โดยภาพรวมกำไรของแต่ละบริษัทอาจจะไม่สู้ดีนักเท่าที่ควร และหากมองข้ามไปยังปี 2565 ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนจะเป็นอย่างไร? โพยหุ้นสัปดาห์นี้เราจึงได้คัดสรรหุ้นที่กำไรจะเติบโตอย่างโดดเด่นในปี 2565 มาฝากนักลงทุน เพื่อเป็นแนวทางนำไปทำการบ้านต่อ ผ่านการประเมินของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด
โดยมีใจความว่า Growth stock ฝ่ายวิจัยได้ทำการ screening หุ้นใน CGS-CIMB Universe โดยใช้เกณฑ์อัตราการเติบโตของผลกำไรในปีหน้า (2565) สูงกว่า 25% เทียบกับ SET ที่ 14% และยังมี upside สูงจากราคาเป้าหมายของ CGS-CIMB ซึ่งจะได้หุ้นที่น่าสนใจ (เรียงตามการเติบโตของผลกำไร) ประกอบไปด้วย
M อัตราการเติบโตของกำไร 2,555% (จากฐานกำไรที่ต่ำมากในปี 64) มี upside 10% จากราคาเป้าหมายที่ 60.00 บาท, VGI อัตราการเติบโตของกำไร 1,006% (จากฐานกำไรที่ต่ำมากในปี 64) มี upside 36% จากราคาเป้าหมายที่ 9.00 บาท,CRC อัตราการเติบโตของกำไร 388% (พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร) มี upside 20% จากราคาเป้าหมายที่ 42.00 บาท,
SHR อัตราการเติบโตของกำไร 97% (ขาดทุนน้อยลง) มี upside 37% จากราคาเป้าหมายที่ 5.00 บาท, CPALL อัตราการเติบโตของกำไร 90% (จากฐานกำไรที่ต่ำมากในปี 64) มี upside 30% จากราคาเป้าหมายที่ 84.00 บาท, STEC อัตราการเติบโตของกำไร 68% มี upside 39% จากราคาเป้าหมายที่ 19.00 บาท,
GFPT อัตราการเติบโตของกำไร 57% มี upside 13% จากราคาเป้าหมายที่ 13.90 บาท, CK อัตราการเติบโตของกำไร42% มี upside 6% จากราคาเป้าหมายที่ 22.50 บาท, AMATA อัตราการเติบโตของกำไร 39% มี upside 7%จากราคาเป้าหมายที่ 22.00 บาท,
HMPRO อัตราการเติบโตของกำไร 33% มี upside 22% จากราคาเป้าหมายที่ 17.50 บาท, EPG อัตราการเติบโตของกำไร 33% มี upside 54% จากราคาเป้าหมายที่ 16.90 บาท และ BDMS อัตราการเติบโตของกำไร 31% มี upside 17% จากราคาเป้าหมายที่ 27.00 บาท
สิ่งที่ Wealthy Thai นำมาเสนอ เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น อาจจะมีหุ้นอีกหลายๆตัวที่กำไรสุทธิจะเติบโตได้โดดเด่นในปี 2565 โดยเราหวังว่าจะมีประโยชน์กับนักลงทุนไม่มากก็น้อย เพื่อนำไปศึกษาต่อ แต่อย่างไรก็ตามไม่ได้มีเจตนาชี้นำราคาหุ้นแต่อย่างใด

