รู้จัก TLI “ไทยประกันชีวิต” ธุรกิจประกันชีวิตยักษ์ใหญ่ที่จะเข้า IPO
หุ้นไอพีโอกำลังทยอยเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างต่อเนื่อง และอีกหนึ่งหุ้นที่น่าจับตา คือ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI ที่ชื่อนี้เชื่อว่านักลงทุนหลายๆท่านอาจจะรู้จักเป็นอย่างดี โดยมีแผนเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในหมวดธุรกิจการเงิน / ประกันภัยและประกันชีวิต ซึ่งจะมีความน่าสนใจแค่ไหน ทีมข่าว Wealthy Thai สรุปมาให้นักลงทุนแล้ว
1.ลักษณะการประกอบธุรกิจ
“ไทยประกันชีวิต”ดำเนินธุรกิจประกันชีวิตแห่งแรกในประเทศไทยที่เป็นของคนไทยและก่อตั้งโดยคนไทย ภายใต้แบรนด์ “ไทยประกันชีวิต” มีผลิตภัณฑ์ที่ครบวงจร ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ประเภทบุคคลและประเภทกลุ่ม โดยเป็นบริษัทประกันชีวิตแบรนด์ของไทยซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยคนไทยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เมื่อพิจารณาจากรายได้เบี้ยประกันภัยรับรวมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 และสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีรากฐานมายาวนานกว่า 79 ปี โดยถูกจัดตั้งขึ้นในเดือนมกราคม 2485 และเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกในประเทศไทยที่เป็นของคนไทยและก่อตั้งโดยคนไทย
2.จำนวนหุ้นที่เสนอขาย
จำนวนหุ้นที่เสนอขายไม่เกิน 2,384,318,900 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (par) 1 บาทต่อหุ้น ประกอบด้วย (1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 1,000,000,000 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 8.6% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้
(2) หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยบริษัท วี.ซี. สมบัติ จำกัด จำนวนไม่เกิน 1,218,815,600 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 10.5% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้ และ (3) หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Her Sing (H.K.) Limited จำนวนไม่เกิน 165,503,300 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 1.4% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้ รวมทั้งหมดคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 20.6 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้
หาก ณ วันปิดการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ มีผู้จองซื้อหุ้นเป็นจำนวนมากกว่าจำนวนหุ้นสามัญที่เสนอขายทั้งหมด ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอาจพิจารณาให้มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกินให้แก่ผู้ลงทุนเป็นจำนวนไม่เกิน 322,547,900 หุ้นหรือคิดเป็นไม่เกิน 13.5% ของจำนวนหุ้นสามัญที่เสนอขายทั้งหมดในครั้งนี้ อย่างไรก็ดี จำนวนหุ้นที่เสนอขายสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทฯ และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
3.วัตถุประสงค์ระดมทุน
การลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) และการทำการตลาด รวมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งของช่องทางจัดจำหน่ายผ่านทางพันธมิตร และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเงินทุน และสำหรับเงินทุนหมุนเวียนและวัตถุประสงค์อื่น ๆ
4.นโยบายการจ่ายเงินปันผล
บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า30% ของกำไรสุทธิหลังจากหักภาษีในแต่ละรอบปีบัญชี อย่างไรก็ตาม การพิจารณาจ่ายเงินปันผลซึ่งรวมถึงการพิจารณาทบทวนแก้ไขนโยบายการจ่ายเงินปันผล จะคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ข้างต้นและตามที่คณะกรรมการบริษัทพิจารณาเห็นสมควร
5.ตัวแทนประกันของบริษัทมากกว่า 66,000 ราย
บริษัทถือเป็นบริษัทประกันชีวิตสัญชาติไทยแห่งเดียวที่ประสบความสำเร็จในการสร้างเครือข่ายตัวแทนประกันที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย โดยเครือข่ายตัวแทนประกันชั้นนำที่โดดเด่นนั้นเป็นรากฐานที่สำคัญของกลยุทธ์การจัดจำหน่ายในหลากหลายช่องทางของบริษัท และยังช่วยให้สามารถสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ในระยะยาว
สำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ช่องทางจัดจำหน่ายผ่านตัวแทนประกันของบริษัท มีสัดส่วนคิดเป็น 16.2% ของเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปีทั้งหมดที่ขายผ่านตัวแทนประกันของทั้งอุตสาหกรรมประกันภัย และคิดเป็น 70.8% ของรายได้เบี้ยประกันภัยรับรวมของบริษัท ด้วยจำนวนตัวแทนประกันของบริษัทที่มีมากกว่า 66,000 ราย ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 25% ของจำนวนตัวแทนประกันทั้งหมดในประเทศไทย ณ เดือนมิถุนายน 2564
บริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่ครบวงจร ซึ่งครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ประเภทบุคคลและผลิตภัณฑ์ประเภทกลุ่ม โดยมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายทั้งด้านการคุ้มครองชีวิต การออม การลงทุน และการวางแผนมรดก ที่ได้รับการออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกช่วงชีวิต บริษัทฯ เชื่อว่าบริษัทฯ มีความสามารถในการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเห็นได้จากการที่บริษัทฯ เป็นผู้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดเป็นรายแรก ๆ อย่างสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ บริษัทยังได้สร้างฐานลูกค้ากลุ่มสถาบันและองค์กรต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้บริษัทฯ สามารถสร้างความสัมพันธ์ต่อเนื่องกับสมาชิกของกลุ่มลูกค้าสถาบันและองค์กรเหล่านี้สำหรับการขายผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพิ่มเติม (Cross-sales) รวมทั้งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โรคโควิด-19) บริษั เป็นหนึ่งในบริษัทประกันรายแรก ๆ ในประเทศไทยที่ออกผลิตภัณฑ์ที่ให้ความคุ้มครองชีวิตแก่บุคลากรทางการแพทย์ และบริษัทยังได้รับเลือกให้เป็นผู้ออกกรมธรรม์ประกันชีวิตแก่บุคลากรทางการแพทย์ของแพทยสภาอีกด้วย
รวมถึงยังคงเร่งพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัล เพื่อเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) และเพิ่มศักยภาพในการให้บริการของบริษัทฯ ผ่านทางดิจิทัลมากขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสู่การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
6.สรุปฐานะการเงินและผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี

สำหรับปี 2561-2563 รายได้รวมของบริษัทมีจำนวนเท่ากับ 100,851.67 ล้านบาท 108,388.70 ล้านบาท และ 107,642.26 ล้านบาท ตามลำดับ และสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกปี 2563 และปี 2564 รายได้รวมของบริษัทฯ มีจำนวนเท่ากับ 48,174.65 ล้านบาท และ 50,744.50 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับปี 2561-2563 กำไรสุทธิของบริษัท มีจำนวนเท่ากับ 6,709.23 ล้านบาท 6,777.35 ล้านบาท และ 7,692.32 ล้านบาท ตามลำดับ และสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกปี 2563 และปี 2564 กำไรสุทธิของบริษัท มีจำนวนเท่ากับ 4,170.43 ล้านบาท และ 5,935.33 ล้านบาท ตามลำดับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 2562 และ 2563
7.ที่ปรึกษาทางการเงิน
บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) โดยจะเข้าซื้อขายใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
8.โครงสร้างผู้ถือหุ้น
โครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 แต่อย่างไรก็ตามสัดส่วนการถือหุ้นภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรกยังไม่มีรายงานออกมาแต่อย่างใด โดย 3 อันดับแรก ประกอบด้วย อันดับแรก กลุ่ม วี.ซี.สมบัติ ถือหุ้นสัดส่วน 65.87% ถัดมาอันดับสอง Meiji Yasuda Life Insurance Company ถือหุ้นสัดส่วน 15.00% และอันดับ 3 Her Sing (H.K.) Limited ถือหุ้นสัดส่วน 9.52% ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้


