“ThaiESG” ปีนี้ “สุดปัง” โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +20.36%... “TDSThaiESG-A” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +44.76% ส่วน “KFGBTHAIESG-A” ร่วงสุด -5.49% !!!
สาระ Fund วันละนิด: รู้หรือไม่?...ปีนี้ กองทุน “ThaiESG” โชว์ผลตอบแทน “สุดปัง” เฉลี่ย +20.36% และยังเป็นปีสุดท้ายที่ลงทุนแล้ว “เซฟภาษี” สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท (ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ทั้งปี โดยถือลงทุนแค่ 5 ปี (นับจากวันที่ซื้อ) เท่านั้น)
ในปี2027 – 2032 จะกลับสู่เงื่อนไขปกติที่ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ทั้งปี สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท โดยต้องถือลงทุน 8 ปี (นับจากวันที่ซื้อ)
สำหรับนักลงทุนที่ต้องเสียภาษีและอยากลงทุนให้คุ้มค่าถึง 3 ต่อ คือ 1) โอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดี 2) เซฟภาษี และ 3) สนับสนุนเรื่อง ESG
กลุ่ม “ThaiESG” ยังเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
สำหรับ 5 “ThaiESG” ที่มีผลงานปีนี้ “ดีสุด-แย่สุด” เป็นกองทุนอะไรบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthythai’ สรุปมาให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
5 “ThaiESG” ปีนี้ผลงาน “สุดปัง” เป็น “กองหุ้นยั่งยืน” โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +36.06%...“TDSThaiESG-A” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +44.76%
จากการสำรวจผลงานของกองทุน “ThaiESG” ปีนี้ (ณ วันที่ 22 ต.ค. 26) พบว่า มีกองทุนทั้งหมด 54 กอง ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +20.36% (ดีสุด +44.76%, แย่สุด -5.49%) โดยมีกองทุน 42 กอง คิดเป็น 78% ที่ผลตอบแทนเป็น “บวก” ส่วนที่เหลืออีก 12 กอง คิดเป็น 22% ที่ผลตอบแทนยังคง “ติดลบ” อยู่
สำหรับ “ThaiESG” ที่มีผลงานดีสุดปีนี้ 5 อันดับแรก (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนเดียวกัน) นั้น เป็นกองทุนที่ลงทุน “หุ้นไทยยั่งยืน” ทั้งหมด โดยทำผลตอบแทนรวมกันเฉลี่ยสูงถึง +36.06% เป็นการปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับ “ตลาดหุ้นไทย” ในปีนี้ นำมาโดย
1) “TDSThaiESG-A” ของบลจ.ทิสโก้ +44.76%
2) “T-ThaiESG-A” ของบลจ.ทิสโก้ +34.27%
3) “KKP EQ THAI ESG” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร +33.95%
4) “KFTHAIESGA” ของบลจ.กรุงศรี +33.67%
5) “SCBTP(ThaiESGE)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +33.67%
5 “ThaiESG” ผลงานปีนี้ “สุดแป้ก” เป็น “กองตราสารหนี้ยั่งยืน” ติดลบเฉลี่ย -5.27%...“KFGBTHAIESG-A” ร่วงมากสุด -5.49%
ส่วน 5 “ThaiESG” ที่อยู่ท้ายตารางนั้น ผลตอบปีนี้ ติดลบเฉลี่ย -5.27% เป็นกองทุนที่ลงทุน “ตราสารหนี้ยั่งยืน” ทั้งหมด หลัง “Bond Yield” ในตลาดปรับตัวสูงขึ้น กลุ่มกองทุน “ThaiESG-ตราสารหนี้” มีอายุเฉลี่ยตราสารหนี้ในพอร์ตที่ยาวกว่ากองตราสารหนี้ปกติ จึงได้รับผลกระทบทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุนลดลงนั่นเอง ทั้ง 5 กองทุน ได้แก่
1) “KFGBTHAIESG-A” ของบลจ.กรุงศรี -5.49%
2) “B-SI-THAIESG” ของบลจ.บัวหลวง -5.41%
3) “K-ESGSI-ThaiESG” ของบลจ.กสิกรไทย -5.34%
4) “KTESGSI-ThaiESG” ของบลจ.กรุงไทย -5.16%
5) “SCBTB(ThaiESGA)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ -4.96%
สำหรับใครที่มองหาโอกาสการลงทุนเพื่อ “เซฟภาษี” พร้อมโอกาสได้รับผลตอบแทนพร้อมสนับสนุนการลงทุนแบบยั่งยืนร่วม “รักษ์โลก” เชื่อว่า “ThaiESG” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่ลดหย่อนได้เต็มเพดานสูงสุด 300,000 บาท และถือลงทุนเพียง 5 ปี (นับจากวันที่ซื้อ) อีกด้วย
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

