WHAUP มั่นใจไตรมาส 4/69 เข้าเป้า Capacity Charge หนุนปี 69 สดใส Data Center ดันปริมาณน้ำแตะ 60 ล้านคิว รุกพลังงานสะอาด ตั้งเป้า PPA สะสม 1,124 MW
WHAUP มั่นใจผลการดำเนินงานไตรมาส 4/69 เป็นไปตามเป้าหมาย โดยมีรายได้ Capacity Charge เป็นปัจจัยสนับสนุนภาพรวมทั้งปี ขณะที่ธุรกิจน้ำรับโอกาสจากกลุ่ม Data Center หลังเซ็นสัญญาจัดหาน้ำแล้วกว่า 60 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานสะอาด ตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายสะสม 1,124 เมกะวัตต์ภายในปีนี้
คุณอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2569 เป็นไปตามเป้าหมาย โดยมีรายได้ค่าความพร้อมจ่าย (Capacity Charge) เป็นปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติม แม้โดยปกติไตรมาสสุดท้ายจะเป็นช่วงฤดูกาล (Seasonal) ที่ผลการดำเนินงานไม่ได้อยู่ในระดับสูงมากนัก ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานตลอดปี 2569 ยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้
ทั้งนี้ Capacity Charge จะเข้ามาช่วยเสริมรายได้ในไตรมาสสุดท้ายของปี ส่งผลให้แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงดังกล่าวยังคงเติบโตได้เป็นอย่างดี และสนับสนุนให้ผลประกอบการทั้งปีเป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทกำหนดไว้
สำหรับแผนการลงทุนระยะ 5 ปี (2569-2573) บริษัทวางงบลงทุนรวมประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยในช่วง 2 ปีแรกจะใช้งบลงทุนประมาณปีละ 3,000 ล้านบาท และจัดสรรเงินลงทุนระหว่างธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจน้ำในสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 50:50 ก่อนปรับสัดส่วนการลงทุนในระยะยาวให้ธุรกิจไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 70% เพื่อรองรับการลงทุนโครงการพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการที่บริษัทได้รับการคัดเลือกจากการประมูล ซึ่งมีขนาดประมาณ 120-130 เมกะวัตต์ และต้องเตรียมเงินลงทุนสำหรับการซื้อที่ดินและก่อสร้างโครงการ
ปัจจุบัน WHAUP มีกำลังการผลิตไฟฟ้าในพอร์ตกว่า 1,080 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นพลังงานดั้งเดิมและพลังงานสะอาดในสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ลงนามแล้วสะสมตามสัดส่วนการถือหุ้นแตะ 1,124 เมกะวัตต์ภายในปี 2569 แบ่งเป็นพลังงานหมุนเวียน 596 เมกะวัตต์ และตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานสะอาดเป็นมากกว่า 1,200 เมกะวัตต์ภายในปี 2573
ขณะที่ธุรกิจน้ำ ปัจจุบันมียอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำประมาณ 120 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 170 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2569 โดยหนึ่งในปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากความต้องการใช้น้ำของกลุ่ม Data Center ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ลงนามสัญญาจัดหาน้ำให้ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวเพิ่มเติมแล้วกว่า 60 ล้านลูกบาศก์เมตร
ทั้งนี้ Data Center มีปริมาณการใช้น้ำสูงกว่าลูกค้าอุตสาหกรรมทั่วไปประมาณ 12-16 เท่า โดยคาดว่าการใช้ทรัพยากรน้ำของกลุ่มลูกค้าดังกล่าวจะทยอยเพิ่มขึ้นประมาณ 30-40% ในปีหน้า ก่อนเข้าสู่ระดับการใช้งานเต็มที่ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า สอดคล้องกับแนวโน้มการย้ายฐานลงทุนจากประเทศเพื่อนบ้านมายังประเทศไทย ซึ่งเป็นโอกาสต่อยอดธุรกิจสาธารณูปโภคของบริษัท
ด้านกลยุทธ์พลังงานสะอาด WHAUP เดินหน้าพัฒนาโซลูชันให้ครอบคลุมทั้ง Solar Rooftop, Floating Solar และ Solar Carport รวมถึงระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนแบตเตอรี่ปรับลดลง ทำให้ลูกค้ามีความต้องการใช้ระบบกักเก็บพลังงานที่รองรับการจ่ายไฟฟ้าได้นานขึ้นจากเดิมประมาณ 4 ชั่วโมง เป็น 6-8 ชั่วโมง
นอกจากนี้ บริษัทยังผลักดันการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) และระบบ Third-Party Access (TPA) รวมถึงพัฒนา Energy Trading Platform เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถนำไฟฟ้าส่วนเกินมาซื้อขายกันได้ พร้อมขยายบริการไปยังกลุ่มลูกค้านอกนิคมอุตสาหกรรม อาทิ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลสินแพทย์ และกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าและต่อยอดธุรกิจพลังงานสะอาด
ส่วนธุรกิจน้ำ บริษัทมุ่งพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดหาน้ำดิบ น้ำอุตสาหกรรม น้ำเกรดพิเศษ ไปจนถึงการบำบัดและนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ (Reclaimed Water) ผ่านเทคโนโลยีการกรองขั้นสูงและระบบ Reverse Osmosis (RO) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดการพึ่งพาแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยตั้งเป้าเพิ่มปริมาณน้ำเสียที่นำกลับมารีไซเคิลเป็น 25 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีภายในปี 2573 จากปัจจุบันประมาณ 7-8 ล้านลูกบาศก์เมตร
สำหรับโอกาสจากนโยบายภาครัฐ บริษัทมองว่าร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2026) และการสนับสนุนการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเปิดโอกาสการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติม โดย WHAUP มีความพร้อมจากประสบการณ์พัฒนาโครงการ Solar Rooftop, Floating Solar และ Solar Farm รวมถึงฐานลูกค้าอุตสาหกรรมที่สามารถต่อยอดการให้บริการได้
ขณะเดียวกัน บริษัทยังนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทั้งระบบติดตามการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) รวมถึงการใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพน้ำเพื่อวิเคราะห์และปรับกระบวนการบำบัดน้ำล่วงหน้า ช่วยลดความเสี่ยงจากความเสียหายของอุปกรณ์และควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน
ด้านความสำเร็จในการให้บริการโซลูชันพลังงานสะอาด บริษัทได้ร่วมกับ บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ AAT ผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์จากการร่วมทุนระหว่างฟอร์ดและมาสด้า พัฒนาโครงการ Solar Rooftop ขนาด 6 เมกะวัตต์ และ Floating Solar ขนาด 8 เมกะวัตต์ รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 14 เมกะวัตต์ โดย WHAUP เป็นผู้ลงทุน พัฒนา และบริหารจัดการระบบ ทำให้ AAT สามารถใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาดรองรับความต้องการของโรงงานได้ประมาณ 25% โดยไม่ต้องลงทุนเอง
ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนศักยภาพของ WHAUP ในการนำโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคและพลังงานมาพัฒนาเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าอุตสาหกรรม ทั้งด้านต้นทุน ประสิทธิภาพ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นอีกแนวทางในการต่อยอดธุรกิจเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
