เปิดคำทำนายกำไรไตรมาส 3/64 หุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน
กำลังจะเข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/64 กันแล้ว วันนี้ทีมข่าว Wealthy Thai จึงได้รวบรวมคาดการณ์งบไตรมาส 3/64 ของกลุ่มที่นักลงทุนให้ความสนใจต่อเนื่อง อย่างหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมาฝากนักลงทุน จะมีความน่าสนใจแค่ไหนอ่านได้ในบทความนี้เลย
สะท้อนจากมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มไตรมาส 3/2564 แข็งแกร่ง โดยคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 3/2564 ของทั้ง 10 บริษัทในกลุ่มพลังงานหมุนเวียนที่เราวิเคราะห์อยู่จะเพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 18%จากไตรมาสก่อน เป็น 6.4 พันล้านบาท หนุนจาก 1.กำลังการผลิตรวมที่ขยายตัวขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 1% จากไตรมาสก่อน เป็น 3,993 MW
2.กำลังการผลิตไฟฟ้าที่สูงขึ้นจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำซึ่งจะส่งผลดีต่อ BCPG และ CKP 3. กำลังการผลิตไฟฟ้าที่สูงขึ้น จากโรงไฟฟ้าพลังงานลม จะส่งผลดีต่อ GUNKUL, EA และ DEMCO และ 4.ก าไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่อ่อนค่าลงของสินทรัพย์เงินตราต่างประเทศ
โดยปัจจัยเหล่านี้จะหักล้าง 1.ค่า Ft ที่ลดลง หลังคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ปรับลดค่า Ft ลงเป็น 0.153 บาท/หน่วย จาก 0.124 บาท/ หน่วย ตั้งแต่เดือน ม.ค.2564 ดังนั้น อัตราค่าไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จึง ลดลงเป็น 3.4 บาท/หน่วย ลดลง 1.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ทรงตัวจากไตรมาสก่อน 2.ช่วงเริ่มต้นของเฟสเพิ่มกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าชีวมวลของ TPCH 3.ต้นทุนถ่านหินที่เพิ่มขึ้นของ TPIPP และ 4.ช่วงโลว์ซีซั่นของการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อ SPCG, SSP และ BCPG

ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/2564 อ่อนแอ โดยคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/2564 จะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาส 3/64 ซึ่งการลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดจะมีสาเหตุจากการขาดหายไปของรายได้พิเศษมูลค่า 1.2 พันล้านบาท ที่เกิดขึ้นในไตรมาส 4/2563 จากการขายสินทรัพย์ของ GUNKUL แต่หากไม่รวมรายการดังกล่าว คาดว่ากำไรปกติรวมจะเติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องของ BCPG, CKP, SSP และ TPCH ส่วนสาเหตุที่กำไรสุทธิปรับลดลงจากไตรมาส 3/64 จะมาจาก 1.กำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าพลังงานลมและน้ำที่ลดลง DEMCO, EA และ GUNKUL เป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่มุ่งเน้นด้านพลังงานลม ขณะที่ CKP และ BCPG มีสัดส่วนโรงไฟฟ้าพลังน้ำสูง 2.การบันทึกค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงตามฤดูกาล 3.การขาดหายไปของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 0.9 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 33.1 บาท/ดอลลาร์ฯ เทียบกับที่อ่อนค่าลงที่ 1.8 บาท/ดอลลาร์ฯ ในไตรมาส 3/2564
อย่างไรก็ตามโอกาสที่คาดจะได้รับจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าในประเทศใหม่ โดยกกพ.อยู่ระหว่างทบทวนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าในประเทศ พ.ศ.2561-2580 (PDP2018R1) และวางแผนที่จะแก้ไขการจัดสรรกำลังการผลิต ในช่วงปี 2564-2573 โดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% จากปัจจุบันที่ 40% เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและส่งเสริมการใช้พลังงานสีเขียว การเปลี่ยนแปลงการจัดสรรพลังงานจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าได้มีโอกาสในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงาน หมุนเวียน ขณะที่แผนดังกล่าวคาดว่าจะทบทวนแล้วเสร็จในไตรมาส 4/2564
ดังนั้นจึงคงมุมมองกลางต่อกลุ่มผู้ประกอบการพลังงานหมุนเวียน โดย BCPG เป็นหุ้นเด่นของฝ่ายวิจัย ซึ่ง BCPG เป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ฝ่ายวิจัยชอบจากราคาหุ้นที่ยัง laggard และกำลังศึกษาการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าที่สามารถรองรับการเติบโตของกำไรในระยะยาว
