KEX ดิ้นหนีราคาน้ำมันสูง-ลดค่าธรรมเนียม จับมือ เครือเบทาโกร ผุด “KERRY COOL”

ราคาหุ้นของบริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX ทำจุดต่ำสุดเมื่อวันที่ 3 พ.ย.64 ที่ผ่านมา ในราคาระดับ 32.50 บาท ภายใต้แรงกดดันอะไรบ้าง โดยบริษัทมีแผนสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างไร ในขณะเดียวกัน KEX เป็นผู้จุดไฟสงครามด้านค่าธรรมเนียมทำให้ตลาดแข่งขันกันอย่างรุนแรง ท่ามกลางราคาน้ำมันที่สูงมาก วันนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาหาคำตอบกับผู้บริษัทของบริษัท ซึ่งจะมีความน่าสนใจแค่ไหน บทความนี้มีคำตอบ          



ผนึก
เครือเบทาโกร ผุด “KERRY COOL”

นายอเล็กซ์ อึ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX เปิดเผยว่า “เคอรี่ เอ็กซ์เพรส” ผู้นำธุรกิจด้านการจัดส่งพัสดุด่วนทั่วไทย และ เครือเบทาโกร ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารคุณภาพชั้นนำของประเทศไทย ประกาศความพร้อมร่วมมือทางธุรกิจครั้งสำคัญ ได้ร่วมลงนามสัญญาการร่วมทุน (Joint Venture Agreement) ร่วมกันอย่างเป็นทางการพร้อมเตรียมงบลงทุนกว่าพันล้านบาท รุกธุรกิจขนส่งด่วนแบบควบคุมอุณหภูมิรายแรกในไทย “KERRY COOL” ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อตอบสนองประสบการณ์ลูกค้าทั่วไทย


“KERRY COOL” จะเข้ามาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคด้วยบริการขนส่งเย็นแบบครบวงจรเจ้าแรกของไทย โดยเงินลงทุนหลักจะใช้สำหรับการลงทุนในคลังสินค้าและจุดกระจายสินค้าด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดตามมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามีการควบคุมอุณหภูมิที่มีคุณภาพตลอดเส้นทางตั้งแต่กระบวนการจัดการสินค้าจนถึงการขนย้ายสินค้า และเงินลงทุนอีกส่วนหนึ่งจะนำไปพัฒนาระบบเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด



3 ปีดันสัดส่วนรายได้
25%

โดยสัดส่วนการถือหุ้นของเคอรี่ เอ็กซ์เพรส เท่ากับ 60% และเครือเบทาโกรถือหุ้น 40% ดำเนินงานภายใต้ บริษัท เคอรี่เบทาโกร จำกัด ซึ่งมุ่งมั่นให้ KERRY COOL อยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์บริการขนส่งเย็นเจ้าแรกและดีที่สุดของไทย ซึ่งถือเป็นที่แรกที่ให้บริการขนส่งสินค้าด้วยแพลตฟอร์มการขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Express Delivery Platform)


ทั้งนี้จะนำเอาเทคโนโลยีและบริการที่มีคุณภาพระดับโลกอย่างระบบ Advanced technology & signaling system ซึ่งถือเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของเคอรี่ เอ็กซ์เพรส ช่วยให้ลูกค้าสามารถติดตามอุณหภูมิของพัสดุตลอดการขนส่ง ไปพร้อมกับการติดตามสถานะการขนส่งได้แบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังมีระบบการควบคุมอุณหภูมิภายในรถแบบ Dual Chamber ซึ่งสามารถควบคุมอุณหภูมิได้ทั้ง 2 แบบ คือ แบบแช่เย็น และแช่แข็ง


นอกจากนี้ KERRY COOL ได้นำความเชี่ยวชาญในการเป็นผู้นำธุรกิจจัดส่งพัสดุด้วยโมเดล Hub-and-Spoke ของเคอรี่ เอ็กซ์เพรสมาปรับใช้อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยในการลดต้นทุนและค่าดำเนินการขนส่ง ช่วยประหยัดเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งได้มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงบริการที่ยอดเยี่ยมในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย บริษัท คาดว่า “KERRY COOL” จะเป็นผู้นำตลาดและสร้างรายได้ให้กับเคอรี่ เอ็กซ์เพรสกว่า 25% ของรายได้รวมในช่วง 3 – 5 ปีข้างหน้า


ด้านนายวราวุธ นาถประดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติการ KEX เปิดเผยว่า ในปี 2565 วางเป้าขยายจุดกระจายสินค้า 55 แห่ง และลูกค้าสามารถเข้าไปใช้บริการจุดบริการกว่า 1 พันจุดบริการ ที่บริษัทเตรียมจะให้บริการภายในไตรมาส 2/65 ภายใต้งบลงทุนรวม 1,000 ล้านบาท และภายในไตรมาส 2/65 จะให้บริการทุกกลุ่มลูกค้า


“งบลงทุนเริ่มต้นจดทะเบียนที่  50 ล้านบาท แต่งบลงทุนที่เราวางกรอบไว้ที่ระดับเกิน 1,000 ล้านบาท สำหรับรองรับการลงทุนในระยะถัดไป ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของความใหม่ที่จะต้องเกิดรถขนส่งพัสดุขึ้นมา ส่วนทีมงานก็จะมีทั้งใหม่และเก่า ด้านทีมจัดการอาจจะเป็นทีมเก่ที่ช่วยเหลือในเรื่องของโปรดักส์”นายวราวุธ กล่าว


ขณะที่นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร กล่าวเสริมว่า “ด้วยจุดประสงค์ของเบทาโกร ที่มุ่งมั่นยกระดับอุตสาหกรรมอาหารของประเทศ ด้วยการส่งมอบอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัยสูงในราคาที่เป็นธรรมสู่ผู้บริโภค  เราจึงมองหาโอกาสในการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งด้านคุณภาพการให้บริการขนส่ง เพื่อส่งมอบอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัยในราคาที่เป็นธรรมให้เข้าถึงทุกคนในวงกว้างมากขึ้น


ประกอบกับธุรกิจ Cold Chain Delivery ของประเทศไทย ในปัจจุบันยังคงเน้นจับกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นหลัก ยังไม่สามารถให้บริการผู้ประกอบการรายกลาง รายย่อย และผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง และพฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภคช่วงหลังสถานการณ์โควิด-19 มีการซื้อสินค้าและอาหาร รวมถึงกลุ่มอาหารสด หรือแช่เย็น แช่แข็ง ผ่านช่องทาง Online เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการอาหารทั้งรายใหญ่ และรายย่อยทั้งหมด ต้องปรับตัวทางธุรกิจโดยให้ความสำคัญเรื่อง Food Delivery มากขึ้น  เครือเบทาโกร


จึงได้จับมือร่วมกับ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส สร้างธุรกิจ “KERRY COOL” หวังยกระดับอุตสาหกรรมอาหารด้วย Cold Express Delivery Platform ที่จะช่วยทำให้โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ของอุตสาหกรรมอาหารให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ รายกลาง และรายย่อย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยการมอบประสบการณ์ใหม่ ด้วยบริการส่งอาหารพร้อมทานและวัตถุดิบเพื่อประกอบอาหาร ที่เปิดกว้างมากขึ้น สามารถสั่งซื้อได้จากทุกพื้นที่ มาพร้อมความสะดวกสบาย และความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารในราคาที่เข้าถึงได้ ทั้งหมดนี้ Kerry Cool นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่สามารถเชื่อมโยงทุกภาคส่วนใน Food Supply Chain ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และทั่วภูมิภาคของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม”



โบรกเกอร์กดราคาเป้าหมายเหลือ 38 บาท

จากการสำรวจราคาเป้าหมาย KEX โดย IAA Consensus ประเมินไว้ที่ระดับ 38.00- 51.00 บาท ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประการแรก เมื่อวันที่ 2 พ.ย. KEX สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการลดค่าธรรมเนียมการจัดส่งพัสดุที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 2 กก. ลง 36.7-65.5% เป็น 19 บาททั่วประเทศ  และลดค่าบริการเก็บเงินปลายทาง (COD) จาก 3% เป็น 2.4% ทั้งนี้ KEX เคยตัดสินใจกำหนดราคาใหม่ครั้งแรกเมื่อต้นเดือน ม.ค. โดยลดค่าธรรมเนียมการจัดส่งสำหรับถุงซีลที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 500 กรัม ลง 16.7% จาก 30 บาท เป็น 25 บาท


ประการที่สอง ฝ่ายวิจัยมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อกำไรสุทธิของ KEX จากราคาน้ำมันปลีกดีเซล B20 ที่สูงขึ้น 58%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 29.4 บาท/ลิตร เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2564


มุมมองของฝ่ายวิจัย เหตุการณ์ทั้งสองเพิ่ม downside risk ต่อทั้งประมาณการกำไรและมูลค่าหุ้น โดยประการแรก การตัดสินใจลดค่าธรมเนียมของ KEX เป็นการยืนยันการเกิดสงครามราคาในตลาดขนส่งพัสดุด่วน ประการที่สอง ปฏิกิริยาการตอบโต้ด้านราคาที่จะเกิดขึ้นจากคู่แข่ง เช่น Flash และไปรษณีย์ไทยจะเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่จะประเมินว่าการลดค่าธรรมเนียมจะช่วยกระตุ้นอุปสงค์บริการขนส่งพัสดุได้หรือไม่


ประการที่สาม แรงกดดันด้านต้นทุนจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นย่อมส่งผลต่อความสามารถในการรักษาอัตรากำไรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากมองในแง่ดี การแข่งขันที่แรงและสภาวะทางการเงินจะไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อ KEX เท่านั้น แต่ยังรวมถึงคู่แข่งด้วย ซึ่งคาดว่ามีความเปราะบางทางการเงินมากกว่า ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการรวมตลาดและการสิ้นสุดของสงครามราคา


ลดค่าธรรมเนียม กรณีที่เลวร้ายที่สุดแสดงให้เห็นว่ารายได้ของ KEX จะได้รับผลกระทบเชิงลบที่ 2.8-4.2% กำไรสุทธิที่ 17.1-24.6% และราคาเป้าหมายที่ 14.7% หากการลดค่าจัดส่งไม่ทำให้ยอดส่งพัสดุแบบเร่งด่วนเพิ่มขึ้น สำหรับขณะนี้ จะต้องรอและตรวจสอบว่าคู่แข่งของ KEX จะตอบโต้กับการลดค่าจัดส่งของ KEX ครั้งนี้หรือไม่ สมมติฐาน คือ 1.การลดค่าจัดส่งเฉพาะ 20% ของปริมาณการจัดส่งของกลุ่ม C2C 2.ลดค่าจัดส่งแบบถาวร 3.ต้นทุนผันแปรตามรายได้จะอยู่ที่ 50% ของ opex รวม และ 4.อัตราภาษีส่วนเพิ่มอยู่ที่ 20%


ราคาน้ำมัน กรณีที่เลวร้ายที่สุดของแสดงให้เห็นว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อกำไรสุทธิของ KEX และราคาเป้าหมายที่ 8-18% และ 9.5% ตามลำดับ หากราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B20 อยู่ที่ 30 บาท/ลิตร ถาวร ทั้งนี้ ต้นทุนเชื้อเพลิงของ KEX (น้ำมันดีเซลB20) คิดเป็นสัดส่วนที่ประมาณ 8% ของต้นทุนการดำเนินงานทั้งหมด


ราคาหุ้น ในเชิง YTD ราคาหุ้นของ KEX ลดลง 32.0% สวนทางกับ SET Index ที่เพิ่ม 11.6% โดยคาดว่าราคาหุ้น KEX อยู่ภายใต้แรงกดดันจาก 1) สงครามราคา 2) ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และ 3) การปรับลดค่าธรรมเนียมที่นอกเหนือจากที่คาดการณ์ไว้


อย่างไรก็ตามแนะนำ "ซื้อ" คงคำแนะนำ "ซื้อ" KEX ด้วยราคาเป้าหมายปี 2565 ที่ 45.19 บาท ราคาหุ้น KEX ลดลงจากการลดค่าธรรมเนียมอย่างไม่คาดคิด ดังนั้น จากการที่มองว่าตลาดมีปฏิริยาต่อการลดค่าธรมเนียมมากเกินไป จึงเป็นโอกาสของนักลงทุนระยะยาวในการซื้อหุ้นราคาถูก


อย่างไรก็ตามเมื่อรวมสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดจากการลดค่าธรรมเนียมและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น จึงปรับมูลค่ายุติธรรมของ KEX เป็น 31.5 บาท ราคาหุ้นขณะนี้ซื้อขายด้วย PER ปี 2565 ที่น่าสนใจมากขึ้นที่ 34.5 เท่า หาก KEX สามารถเพิ่มปริมาณการส่งพัสดุให้มากพอที่จะชดเชยการลดค่าธรรมเนียมและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นได้

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us