คัดหุ้นเด่นได้ผลประโยชน์ เมื่อเงินบาทแข็งค่าหนุน Fund Flow ไหลเข้า

เมื่อเงินบาทกำลังแข็งค่าขึ้น หุ้นกลุ่มไหนบ้างจะได้รับผลประโยชน์ วันนี้ผู้เขียนมีคำตอบมาให้แล้ว และแน่นอนว่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้ Fund Flow ต่างชาติคาดยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง หากมองย้อนกลับไปตั้งแต่ต้นเดือน-ปัจจุบัน ต่างชาติไหลเข้า 3.28 พันล้านบาท (ซื้อสุทธิต่อเนื่องมาถึง 4 เดือนติดต่อกัน) 


สะท้อนจากมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ได้ออกมาเปิดเผยว่า เงินบาทแนวโน้มยังแข็งค่า หนุน Flow ไหลเข้าไทยต่อ โดยDollar Index ชะลอการแข็งค่า ล่าสุด พลิกกลับมาอ่อนค่าหลุด 94 จุด หนุนเงินบาทเดินหน้าแข็งค่าต่อ 3 วันรวมราว 1.7% ล่าสุด 32.73 บาท  (ฝ่ายวิจัยประเมิน Trend ช่วงสั้นจะแข็งค่าต่อหลังจากหลุดเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น –กลางลงมา  โดยแนวรับถัดไปอยู่ที่ 32.3 บาท ซึ่งเป็นบริเวณ EMA 200 วัน) 


โดยรวมเงินบาทที่แข็งค่าผลส่วนหนึ่งคือ ความมั่นใจในการเปิดประเทศ เริ่มมีมากขึ้นจากตัวเลขผู้ติดเชื้อทรงตัวระดับต่ำ 1 หมื่นรายติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์และยังเห็นทิศทางขาลงประกอบกับมีกระแสยารักษา COVID จาก Pfizer น่าจะบวกต่อภาคท่องเที่ยวไทย



ฝ่ายวิจัยประเมินเงินบาทที่แข็งค่า เป็นบวกต่อ

1.ทิศทาง Fund Flow ต่างชาติคาดยังคงไหลเข้า โดยมีโอกาสทำกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ตามเงินบาทที่แข็งค่า   ล่าสุดวานนี้ Flow จากต่างชาติไหลเข้า 1.99 พันล้านบาท นับตั้งแต่ต้นเดือน-ปัจจุบัน 3.28 พันล้านบาท (ซื้อสุทธิต่อเนื่องมาถึง 4 เดือนติดต่อกัน) โดยรวมประเมินเป็นบวกต่อ SET Index


2.หุ้นที่ได้ประโยชน์จากทิศทางเงินบาทแข็งค่า หลักๆ คือ 1.) กลุ่มที่เน้นการนำเข้า อาทิ TFG , TVO แต่แนะนำ TVO ( ราคาเป้าหมาย 35.0 บาท) บริษัทน้ำมันพืชไทย เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายกากถั่วเหลือง และน้ำมันถั่วเหลืองในประเทศ ที่มีต้นทุนวัตถุดิบหลัก คือ เมล็ดถั่วเหลือง ซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศสูงถึง 90% ของต้นทุนเมล็ดถั่วเหลืองทั้งหมดในรูปสกุลเงินดอลลาร์จากสหรัฐอเมริกา บราซิล และอาร์เจนตินา เป็นหลัก   และยังได้ Sentiment บวกจากราคากากถั่วเหลือง ปรับขึ้น 3.22%   


ขณะที่ราคาหุ้นยัง Laggard คือนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ยังติดลบ 8.1% เทียบกับราคาน้ำมันถั่วเหลืองที่ปรับขึ้นมาราว 51% และยังมีปัจจัยหนุนจากทิศทางเงินบาทที่แข็งค่า ดังกล่าวข้างต้นเป็นปัจจัยหนุน TVO  โดยประเมินแนวรับ 30.75 บาท  แนวต้านอยู่ที่ 33 บาท และถัดไป 35  บาท


2.) กลุ่มที่มีหนี้สกุลต่างประเทศ อาทิ กลุ่มโรงไฟฟ้า GULF , BGRIM, EGCO, PTT, PTTEP กลุ่มสายการบิน อาทิ BA ,AAV   และ3.) หุ้นขนาดใหญ่ในดัชนี SET 50-100 อาทิ BBL, KBANK, SCC, ADVANC เป็นต้น


แต่ในทางตรงข้ามหุ้นที่เสียประโยชน์หรือได้ Sentiment ลบในช่วงสั้น  เมื่อบาทแข็งค่า คือ กลุ่มส่งออก อาทิ HANA, KCE, SVI,  DELTA,  CPF, TU 

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us