บิ๊กล็อตหุ้น KEX โผล่มูลค่าเกือบ 2 พันล้านบาท พร้อมโยนราคาเหนือกระดานที่ 38.00 บาท
หุ้น KEX หรือ บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)ยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง หลังประกาศกำไรในไตรมาสที่ 3 ออกมาลดลงกว่า 95 % และในช่วงเช้าวันนี้พบรายการซื้อขายหุ้นที่สำคัญโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้รายงาน การซื้อขายหุ้นในกระดานรายใหญ่ หรือ BIGLOT จำนวนกว่า 52 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 38 บาทต่อหุ้น โดยมีมูลค่ารวมกว่า 1,990 ล้านบาท
โดยการซื้อขายหุ้นในจำนวน 52 ล้านหุ้นนั้นเป็นปริมาณที่มากกว่าผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 3 อย่าง บริษัท กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ถือครองอยู่ที่ 48.7 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 2.8 % ของหุ้นทั้งหมด ทำให้เป็นที่น่าติดตามว่า การซื้อขายดังกล่าวนั้น เป็นการทำธุรกรรมของกลุ่มใด

บล.กรุงศรี ออกบทวิเคราะห์หุ้น KEX โดยเขามองว่ากลยุทธ์การลดราคาของKEX ที่กำลังดำเนินอยู่ทำเพื่อวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องคือ การดึงส่วนแบ่งตลาดกลับมาและทำให้คู่แข่งอ่อนแอลงในเวลาเดียวกัน แต่การใช้กลยุทธ์นี้อาจยืดเยื้อนานกว่าที่บริษัทคาดไว้และทำให้กำไรอ่อนแอลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราปรับคาดการณ์กำไรของเราลง35% ตั้งแต่ปี 2021 เพื่อสะท้อนมุมมองของเราว่าบริษัทจะมีฐานต้นทุนที่สูงขึ้นจากรองรับปริมาณพัสดุที่สูงขึ้นจากกลยุทธ์ด้านราคา จากภาพกำไรที่ราบรื่นและระดับ PE ที่สูง เราปรับคำแนะนำลง เป็น ขาย และปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 32 บาท (จาก 45บาท)
โทนจากการประชุมเป็นลบ
ทั้งนี้ บล.กรุงศรี ได้มีการ conference call กับ KEX และมองว่าผลประกอบการของ KEX ยังไม่ผ่านช่วงเวลาที่แย่ ประเด็นสำคัญจากการประชุมมีดังนี้
1) ต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างในไตรมาสที่ 3 จะยังดำเนินต่อไปอีกอย่างน้อย 3 ไตรมาส เป็นเพราะบริษัทใช้มาตรการต่อโควิด-19อย่างระมัดระวัง ต้นทุน 3Q21 สูงขึ้นจากค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นจากการสำรองทรัพยากร เช่น ศูนย์คัดแยกและศูนย์กระจายสินค้าสำรอง นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการลงทุนเพิ่มกำลังการส่งพัสดุเพื่อรองรับปริมาณพัสดุที่เพิ่มขึ้น
2) ในด้านกลยุทธ์ราคา บริษัทจะใช้กลยุทธ์ด้านราคาที่รุนแรงขึ้นเพื่อดึงส่วนแบ่งตลาดกลับมาจากคู่แข่ง ในระยะสั้นกลยุทธ์นี้อาจทำให้ KEX มีหลายไตรมาสที่ไม่ดีและอัตรากำไรอาจพลิกเป็นติดลบ แต่ในระยะยาวบริษัทมั่นใจว่าอัตรากำไรจะสามารถเป็นบวกได้
3) บริษัทพยายามที่จะกระจายรายได้ไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ขนส่ง Cool chain ซึ่งตอนนี้ร่วมมือกับ Betago บริษัทผู้ผลิตอาหาร
ปรับคาดการณ์กำไรปี 2021 เป็นต้นไปจากฐานต้นทุนใหม่
แม้เราคาดว่าจะมีการฟื้นตัวของกำไรบางส่วนในไตรมาสที่ 4 แต่แรงกดดันจากต้นทุนจากการขยายกำลังการขนส่งและกำลังการขนส่งสำรองเพื่อรองรับโควิด ยังอยู่ต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อยสามไตรมาส เราจึงปรับคาดการณ์กำไรลง 35% ตั้งแต่ปี 2021 เพื่อสะท้อนฐานต้นทุนใหม่จากการขยายกำลังการผลิต
ปรับคำแนะนำลงเป็น ขาย จาก ถือ หลังปรับราคาเป้าหมาย DCF ลงเป็น 32บาทจาก 45บาท
การปรับราคาเป้าหมายของเราเป็น 32บาท จาก 45 เพื่อสะท้อนการปรับคาดการณ์กำไรของเรา เราปรับคำแนะนำเป็น ขาย จาก ถือ หลังราคาหุ้น KEX ฟื้นตัวช่วง 3 วันที่ผ่านมา PE ที่ระดับราคาปัจจุบันแพง รวมถึงการแข่งขันยังคงรุนแรงและทำให้กำไรมีความผันผวนสูงขึ้น
