ดัชนีหุ้นไทยดิ่ง 26.54 จุด หลังเข้าภาวการณ์ซื้อมากเกินไป
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ (30พ.ย.63) ปรับตัวลดลง 26.54 จุด หรือลดลง 1.85 จุด มาอยู่ที่ 1,411 จุด โดยตลาดหุ้นไทยยังไร้ปัจจัยใหม่ที่จะเข้ามากระตุ้น รวมถึงเตรียมรอรับปัจจัยลบบางประการที่จะเข้ามากระทบ อาทิ การพบผู้ติดเชื้อไวรัสที่เชียงใหม่ และเชียงราย รวมถึงคำวินิจฉัยของศาลต่อนายกรัฐมนตรี
โดยนายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ ประธานสายธุรกิจรายย่อย บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เล่าให้กับ Wealthy Thai ฟังว่า ตลาดหุ้นไทยในวันนี้ที่ปรับตัวลงแรงเช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาค เนื่องจากไม่มีปัจจัยบวกใหม่ที่เสริมตลาด ซึ่งในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นตอบรับข่าวการมาของวัคซีนป้องกันโควิด และการเตรีมเข้ารับตำแหน่งของโจ ไบเดน
ดังนั้นจึงทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐเกิดการโยกย้ายเงินทุนจากหุ้นขนาดใหญ่มายังกลุ่มหุ้นขนาดเล็ก สำหรับตลาดหุ้นไทยมองว่าเป็นการขายเพื่อทำกำไร ซึ่งหากมองในสัญญาณทางเทคนิคจะบอกได้เลยว่า ภาวะการเข้าซื้อมากเกินไป (OVERBOUGHT) โดยหุ้นที่มีแรงขายมากที่สุดจะเห็นได้ว่าคือกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มโรงไฟฟ้า
สำหรับปัจจัยที่มีผลกระทบต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ถือเป็นเรื่องรองจากการซื้อมากจนเกินไป คือคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญในคำร้องบ้านพักทหาร วันที่ 2 ธ.ค.นี้ และการค้นพบผู้ติดเชื้อโควิด 19 ที่จ.เชียงใหม่ หรือการปรับดัชนี MSCI รอบใหม่ที่ประเทศไทยอาจจะโดนขายกว่า 3,000-4,000 ล้านบาท
“ถ้าพูดกันง่ายๆก็คือตอนนี้เข้าเขตของการซื้อมากจนเกินไปแล้ว ที่หุ้นลงวันนี้ก็เป็นผลจากแรงขายทำกำไรบางส่วนในระยะสั้นอาจจะเป็นรูปแบบนี้อยู่ พรุ่งนี้ก็มองว่าก็น่าจะอยู่ในแดนลบ แต่ไม่ถึงขั้นลง 100 จุด แต่ในระยะกลางและระยาวยังพอไปได้” นายเผดิมภพ กล่าว
สำหรับกลุ่มที่น่าสนใจเข้าลงทุนในระยะสั้น ได้แก่หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่จะได้รับประโยชน์จากข่าวต่าง เช่น JWD ในอนาคตจะขนส่งวัคซีน SYNEX ได้รับประโยชน์จาก iPhone 12 และ Xiaomi ส่วนหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์และโรงไฟฟ้า มองว่าควรรอให้ดัชนีลงไประดับ 1,380 จุด ก่อนถึงควรเข้าซื้อ ถ้ามีหุ้นอยู่ก็สามารถถือต่อไปได้ โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,370 จุด และแนวต้าน 1,440-1,450 จุด
