TASCO คาดราคายางมะตอยสูงต่อเนื่อง เตรียมบันทึกเงินประกันภัยจากไฟไหม้
นายชัยวัฒน์ ศรีวรรณวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO เปิดเผยว่า แนวโน้มไตรมาส 4/64 คาดว่าจะยังทรงตัว แต่ไตรมาสนี้จะบันทึกค่าสินไหมทดแทนส่วนสุดท้ายจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ในปี 61 จากบริษัทประกันภัย เป็นจำนวนเงิน 34 ล้านริงกิต หรือเทียบเท่าประมาณ 271 ล้านบาท
ทั้งนี้ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นสูงมาก บริษัทจึงได้มีการชะลอซื้อน้ำมันดิบเข้ามาเพิ่มเติม แต่น้ำมันดิบที่มีในสต๊อกสามารถใช้ได้ถึงปลายไตรมาส 1/65 ดังนั้นจะมีแผนซื้อน้ำมันดิบเข้ามาอีกครั้งในช่วงไตรมาส 1/65 ซึ่งยังคงนโยบายลดปริมาณการขายในรูปแบบเทรดดิ้งในต่างประเทศ เพื่อให้ราคาขายได้มากที่สุด
ขณะที่ตลาดในประเทศมี 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจก่อสร้าง ซึ่งมีการเติบโตตามลำดับ ส่วนธุรกิจยางมะตอย ปัจจุบันเป็นปีงบประมาณใหม่แล้ว โดยเงินงบประมาณปี 65 มีความล่าช้าเล็กน้อยมาอยู่ในช่วงปลายเดือนพ.ย.64 จากเดิมที่คาดจะเข้ามาในช่วงต้นเดือนต.ค.64 หมายความว่าจะกลับมาเป็นไฮซีซั่นอีกครั้งในช่วงปลายไตรมาส 4 และไตรมาส 1/65
สำหรับปี 64 ยังคึงเป้าปริมาณการขายที่ 1.20-1.25 ล้านตัน โดยตลาดในต่างประเทศยังคงนโยบายขายในประเทศที่บริษัทมีโรงงาน หรือบริษัทของกลุ่มตั้งอยู่ในภูมิภาคนี้ โดยในช่วงไตรมาส 4 ยังขายได้ดีปกติ เพราะมีเวียดนาม กัมพูชา และไทย ไม่มีผลกระทบโควิด ส่วนอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศที่บริษัทมียอดขายดีจำนวนมากเป็นอันดับ 2 ของต่างประเทศ ยังมีผลกระทบจากโควิดอยู่ในจำนวนมาก ปีนี้จึงคาดยอดขายจะลดลง
ด้านราคาขาย สิ่งที่บริษัทเห็นคือ เมื่อราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น ราคายางมะตอยก็ปรับขึ้นไปด้วย ตามเทรนด์ของราคาน้ำมันดิบ โดยราคายางมะตอยในภูมิภาคนี้ปัจจุบันเคลื่อนไหวในระดับ 400-450 เหรียญสหรัฐต่อตัน ถือว่าเป็นระดับที่สูงมาก และถือว่าดีทั้งภูมิภาค ซึ่งราคายางมะตอยจะขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันดิบบางส่วน และอีกบางส่วนจะขึ้นอยู่กับดีมานด์ และซัพพลาย
“ไตรมาส 4 ถือว่าเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของประเทศจีน แต่เราไม่ได้เน้นขายตลาดเทรดดิ้งแล้ว จีนจึงกระทบกับเราไม่มาก แต่ลูกค้าหลักในประเทศออสเตรเลียซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นทำให้เราขายได้ดีขึ้น โดยรวมแล้วไตรมาส 4 คาดจะยังทรงตัวอยู่ แต่จะเห็นการเติบโตที่ดีในไตรมาส 1/65”นายชัยวัฒน์ กล่าว
ส่วนแนวโน้มภาพรวมปี 2565 วางเป้าหมายยอดขายในระดับเดียวกันกับปี 64 ที่ 1.20-1.25 ล้านตัน โดยตั้งงบลงทุน 600-700 ล้านบาท เทียบกับปี 64 ที่อยู่ระดับ 600 ล้านบาท พร้อมกับวางเป้าหมายซื้อน้ำมันดิบใกล้เคียงเดิมเช่นกัน เพราะยังมีสินค้าคงคลังน้ำมันดิบอยู่จำนวนมาก โดยคาดว่าจะซื้อน้ำมันดิบเข้ามาเฉลี่ย 4 ลำเรือ คิดเป็นประมาณ 8 แสนบาร์เรลต่อ 1 ลำเรือ
