Official Update :

คัด 10 หุ้นเลือดสาด!! เมื่อนักวิเคราะห์หั่นเป้ากำไรลงมากสุด

สิ้นสุดแล้ว ! กับการประกาศงบไตรมาส 3/64 ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอย่างรุนแรงในประเทศไทย ที่ส่งผลต่อภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทำให้หลายต่อหลายบริษัทรายงานผลประกอบการออกมาไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้นักวิเคราะห์ต่างทยอยประคาดการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียนลง


ทั้งนี้ทีมข่าว Wealthy Thai ได้รวบรวมหุ้นที่ค่าเฉลี่ยประมาณการกำไรสุทธิถูกปรับลงมากสุด 10 อันดับแรก เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นข้อมูลเปรียบเทียบที่แสดงเป็นค่ามัธยฐานของการประมาณการทั้งหมด โดยจะแสดงเฉพาะหุ้นที่มีโบรกเกอร์ส่งการประมาณการเข้ามาตั้งแต่ 3 โบรกเกอร์ขึ้นไป และเป็นข้อมูลประมาณการ ณ วันที่ 15 พ.ย.64 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้





จากตารางข้างต้น พบว่า 3 อันดับแรกที่ถูกปรับลดคาดการณ์กำปี 64 ลงมากสุด คือ CRC ที่ถูกนักวิเคราะห์ปรับลดคาดการณ์กำไรปีนี้เป็นขาดทุนสูงถึง 1,303.40 ล้านบาท จากเดิมที่คาดจะมีกำไรราว 168.4 ล้านบาท ขณะที่ ANAN จากเดิมคาดขาดทุนราว 51.4 ล้านบาท แต่ล่าสุดได้มีการคาดการณ์ขาดทุนสูงถึง 160.9 ล้านบาท และอันดับ 3 SEAFCO จากเดิมคาดมีกำไรราว 21 ล้านบาท แต่ล่าสุดพบว่ามีการประเมินปีนี้จะมีผลขาดทุนราว 19.9 ล้านบาท



CRC การเข้าลงทุน ควรเน้นจังหวะหุ้นอ่อนตัวเป็นหลัก

หากมาไล่ดูบทวิเคราะห์ พบว่า CRC โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า แม้ขาดทุนงวด9 เดือนปี 64 จะอยู่ที่ 2 พันล้านบาท สูงกว่าประมาณการทั้งปีที่ประเมินไว้ 1.47 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม แนวโน้มงวดไตรมาส 4/64 ของ CRC เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ค่อนข้างชัดเจน ทั้งจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่กลับมาบวกได้ราว 5-7% ขณะที่เป็นการกลับมาบวกในทุกกลุ่มสินค้าและทุกประเทศที่ดำเนินงานอยู่ ตั้งแต่ พ.ย. 64 ส่วนพื้นที่เช่าคาดปรับตัวดีขึ้นตามปริมาณการเดินทางจับจ่ายที่กลับมา


จึงประเมินงวดไตรมาส 4/64 CRC จะพลิกกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง และน่าจะอยู่ในระดับลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 4/63 เนื่องจากธุรกิจพื้นที่เช่า ซึ่งคาดยังไม่สามารถกลับมาปกติเท่าไตรมาส 4/63 ภาพรวมจึงยังคงประมาณการขาดทุนปี 2564 อยู่ที่ 1.47 พันล้านบาท พลิกจาก 2563 ที่มีกำไรเล็กน้อย 46 ล้านบาท


ทั้งนี้ คาดว่า CRC จะกลับมาฟื้นตัวมีกำไรนับจากปี 2565 ที่ 5.16 พันล้านบาท และกลับสู่ระดับใกล้เคียงก่อน COVID ในปี 2566 ที่ 6.44 พันล้านบาท เติบโต 24.7% อย่างไรก็ตามให้มูลค่าพื้นฐานปี 2565 ที่ 39 บาท แม้ยังให้คำแนะนำ ซื้อ แต่การเข้าลงทุน ควรเน้นจังหวะหุ้นอ่อนตัวเป็นหลัก



โบรกฯยังคงแนะนำ “ขาย”
ANAN

ถัดมา ANAN นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการปี 2564 เป็นขาดทุนปกติ 332 ล้านบาท (จากเดิมคาด 194 ล้านบาท) สะท้อนตัวเลขไตรมาส 3/64 ขาดทุนมากกว่าคาด โดยประเมินไตรมาส 4/64 ยังมีโอกาสขาดทุนปกติ แต่น่าจะลดลงเทียบกับไตรมาสก่อน หนุนจากยอดโอนฯ คาดฟื้นตัวดีขึ้น จากการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สะท้อนจากยอด Presale เดือน ต.ค. เพิ่มขึ้น 30% เทียบกับเดือนก่อน, การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริหารโครงการ หลังกิจกรรมก่อสร้างและขายกลับมาเหมือนปกติ รวมถึงภาระดอกเบี้ยที่คาดลดลง หลังใช้เงินสดชำระคืนหุ้นกู้มูลค่า 4 พันล้านบาท ที่ครบกำหนดเมื่อ ต.ค.ที่ผ่านมา


ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาขายพื้นที่ร้านค้าโครงการคอนโดฯ เพื่อสร้างกระแสเงินสด และรับรู้กำไรพิเศษจากการขายอสังหาฯ เพื่อการลงทุน เหมือนที่ เคยเกิดขึ้นในไตรมาส 3/63 (รับรู้กำไรส่วนนี้หลังภาษี 237 ล้านบาท) และไตรมาส 2/64 (กำไรหลังภาษี 49 ล้านบาท) คงต้องติดตามธุรกรรมดังกล่าวว่าจะมีมูลค่ามากพอที่จะทำให้ผลประกอบการไตรมาส 4/64 พลิกมีกำไรสุทธิได้หรือไม่ เบื้องต้นคาดปี 2564 มีผลขาดทุนสุทธิราว -252 ล้านบาท


แต่อย่างไรก็ตาม คงแนะนำขาย ให้ราคาเป้าหมายปี 2565 (อิง PER 8 เท่า) ที่ 1.11 บาท แม้คงคาดการณ์ปี 2565 มีกำไรปกติ 461 ล้านบาท หนุนจากการส่งมอบ 3 คอนโดฯ ใหม่ (เป็น JV 2 โครงการ) ซึ่งมี Backlog รอโอนฯ ปีหน้า 4.1 พันล้านบาท รวมถึงอานิสงค์จาก LTV ในการช่วยระบายสต๊อก แต่กำไรดังกล่าวยังอยู่ในระดับต่ำจากอดีตที่เคยทำได้ขณะที่ FV ปี 2565 (อิง PER 8 เท่า) ที่ 1.11 บาท (กรณีใช้สิทธิ RO ครบเต็มจำนวน ให้ FV หลัง เพิ่มทุน RO จะอยู่ที่ 0.88 บาท ) ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน จึงคงแนะนำ ขาย



SEAFCO มีงานในมือ 1.4 พันล้านบาท

และอันดับ 3 SEAFCO โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า SEAFCO รายงานผลขาดทุนปกติในไตรมาส 3/64 ที่ 46.4 ล้านบาท มากกว่าที่เราคาดจะขาดทุน 20 ล้านบาท แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเหมาะสม ปี 2565 ที่ 5.34 บาท


ทั้งนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการปิดแคมป์คนงาน ส่งผลกดดันต่อผลประกอบการในไตรมาส 3/64 ที่มีผลขาดทุน คาดเป็นไตรมาสที่มีผลประกอบการน้อยสุดของปี อย่างไรก็ดีในไตรมาส 4/64 คาดเห็นการฟื้นตัวขึ้นของผลประกอบการที่ไม่มีการปิดแคมป์คนงาน และสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 คลี่คลายมากขึ้น ขณะที่ปัญหาการขาดแคลนแรงงานอยู่ระหว่างการแก้ไขของภาครัฐซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันของการหาจำนวนคนงานทดแทนได้ในอนาคต


SEAFCO มีงานในมือรองรับราว 1.4 พันล้านบาท โดย 50% เป็นงานโครงการ Central Embassy 2 อยู่ระหว่างรอความชัดเจนในการเริ่มงานซึ่งมีผลต่อการรับรู้รายได้ อย่างไรก็ดีกรณีเริ่มงานได้จะเห็นความคืบหน้าของงานและผลประกอบการโดยรวมที่ฟื้นตัวเพิ่ม โดยคาดปี 64 มีกำไรสุทธิ 16 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 154 ล้านบาท ขณะที่ปี 65 คาดเห็นกำไรสุทธิที่ 130 ล้านบาท


โดยในปี2565 ยังมีงานโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ เช่น งานรถไฟทางคู่สายใหม่เส้นทาง เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ โดยเฉพาะงานที่คาดหวัง จากรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย สายสีส้ม/ม่วงซึ่งจะมีมูลค่าของแต่ละเส้นทางราว 700-800 ล้านบาท โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยายที่เริ่มเห็นกรอบเวลางานประมูลซึ่ง รฟม.มี การประกาศขาย TOR ระหว่างวันที่ 11 พ.ย -24 ธ.ค เป็นโอกาสต่องานใหม่ในมือ และรายได้ระหว่างปี 2565

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Stock of the Day
จับตา GUNKUL-HANA MSCI ดันเงินไหลเข้า โบรกฯ ชี้รับทรัพย์แล้ว 28.5 ล้านเหรียญฯ CHG-JTS-CPF-DELTA-CPN เสี่ยงแรงขาย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ASP-TAIWAN” เกาะกุม “หุ้นไต้หวัน”... “หัวใจ” ของซัพพลายเชน “ชิปโลก” โอกาสลงทุนที่ยิ่งใหญ่ “สำคัญ” เกินกว่าจะละเลย !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us