Official Update :

MINT หวังท่องเที่ยวฟื้น หนุนผลงานพลิกบวก

MINT เป็นอีกหนึ่งธุรกิจโรงแรมที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 อย่างหนัก แต่บริษัทก็พยายามบริหารจัดการ รวมถึงขายสินทรัพย์ที่มีอยู่เพื่อให้ธุรกิจยังเดินต่อไปได้ สำหรับไตรมาส 3/64 แม้ผลการดำเงินงานยังขาดทุน แต่เริ่มเห็นแนวโน้มการฟื้นตัวที่ชัดเจน ซึ่งบริษัทคาดหวังว่าการการท่องเทียวในไทย ยุโรป และภูมิภาคอื่นๆ จะฟื้นตัวดีขึ้น ช่วยสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานกลับเป็นบวกได้ในไม่ช้า


บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด (มหาชน) หรือ MINT เปิดเผยถึงแนวโน้มการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีในงาน Oppday ประจำไตรมาส 3/64 ว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/64 ที่ผ่านมา บริษัทมีผลขาดทุนสิทธิ 2,366 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 4,783 ล้านบาท และลดลงจากไตรมาส 2/64 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 3,395 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมในทวีปยุโรปและมัลดีฟส์ แม้ว่าสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานของไมเนอร์ ฟู้ ด และไมเนอร์ ไลฟ์สไตล์จะยังคงเผชิญกับความท้าทาย เนื่องจากไทยยังมีมาตรการควบคุมการระบาดของ Covid-19 ที่เข้มงวดในร้านอาหารและห้างสรรพสินค้า รวมถึงสถานบันเทิงในจังพื้นที่สีแดงเข้ม


โดยไตรมาส 4/64 หากสถานการณ์ Covid-19 ยังดีต่อเนื่อง การท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัว น่าจะช่วยให้ผลประกอบการของบริษัทกลับมาเป็นบวกได้ในไม่ช้า


ปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทยหลักแสน แต่ปี 2565 หลังการเปิดประเทศจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในไทยมากขึ้น แม้จะไม่เท่ากับปี 2562 แต่ก็มากกว่าปีนี้ ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะช่วยให้โรงแรมกลับมาฟื้นตัวดีแล้ว นักท่องเที่ยวในไทยก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน จากการฉีดวัคซีนทำให้คนมีความมั่นใจมากที่จะเดินทางมากขึ้น ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของภาครัฐ ก็จะช่วยสนับสนุนให้คนใช้เงินและการกระจายรายได้มาสู่ธุรกิจต่างๆ มากขึ้น ขณะเดียวกันธุรกิจอาหาร คนเริ่มออกมาทานข้าวข้างนอกมากขึ้น ซึ่งบริการเดลิเวอรี่บริษัทก็ยังเดินหน้าต่อไป เพราะเป็นเจ้าเดียวที่มีแอพพลิเคชั่นเดลิเวอรี่เป็นของตนเอง ในอนาคตอาจนำฐานข้อมูลลูกค้ามาวิเคราะห์เพื่อต่อยอดบริการใหม่ๆ


ทั้งนี้ บริษัทยังคงมองหาโอกาสในการขยายพอร์ตโฟลิโอโรงแรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านรูปแบบสินทรัพย์ที่มีขนาดไม่ใหญ่มากในช่วงระยะสั้นถึงปานกลาง ซึ่งรวมถึงสัญญาบริหารจัดการโรงแรมในบาห์เรนที่เพิ่งลงนามเมื่อเร็ว ๆ นี้และการร่วมทุนกลุ่มโรงแรม ฟันยาร์ด โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท (Funyard Hotels & Resorts) ซึ่งเป็นสมาชิกในเครือ คันทรี การ์เด้น เพื่อเตรียมขยายแบรนด์โรงแรมในเครือสู่ประเทศจีน โดยปี 2565 บริษัทวางเป้าหมายจะเปิดโรงแรมใหม่ 7 แห่ง รวมเป็นจำนวน 1,548 ห้อง และมีสัญญาบริหารจัดการโรงแรมเพิ่มอีก 17 แห่ง รวมเป็นจำนวน 3,949 ห้อง

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้