EGCO เปิดแผนลงทุน 1.5 แสนล้านบาท เริ่มผลิตยานยนต์ไฟฟ้า-แบตเตอรี่
นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO เปิดเผยว่า บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ถือหุ้นสัดส่วน 40 กับ EGCO สัดส่วน 30% และส่วนที่เหลือเป็นบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH ที่ถือหุ้น 30% มีการศึกษาเพื่อที่จะลงทุนในกลุ่มธุรกิจประเภทนวัตกรรม: ยานยนต์ไฟฟ้า, ระบบกักเก็บพลังงาน Smart Grid, Energy Trading Platform
ขณะที่เป้าหมายการดำเนินงานในปีนี้คาดว่ากำไรจะเติบโตได้มากกว่า 9% ตามแผนที่วางไว้ ซึ่งเป็นผลมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ในปีนี้มีปริมาณน้ำเพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และมีโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ที่จ่ายไฟเข้าระบบ รวมถึงโรงไฟฟ้าที่ฟิลิปปินส์ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีปริมาณขายถ่านหินที่เพิ่มขึ้นและราคาขายที่เพิ่มขึ้นมาก ขณะเดียวกันมองว่าขณะนี้ถือเป็นช่วงเวลาเหมาะสมในการขายธุรกิจเหมืองถ่านหินที่อินโดนีเซีย
ทั้งนี้บริษัทยังคงแผนการลงทุน 5ปี (64-68) ไว้ที่ 150,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการลงทุนปีละ 30,000 ล้านบาท และในปี 65 คาดว่าจะมีกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ที่เข้าสู่ระบบมากกว่า 1,000 MW หลังจากที่ในปี 64 มีกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่เข้าในระบบได้มากกว่า 1,000 MW ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 5,959 MW
ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 3 โครงการ ประกอบด้วยโครงการโรงไฟฟ้า 2 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งทะเล “หยุนหลิน” ในไต้หวัน ก่อสร้างแล้วเสร็จ 71% โดยปัจจุบันกังหันลม 2 ต้น จำนวน 16 เมกะวัตต์ ได้เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ เมื่อวันที่ 5 พ.ย. และ 11 พ.ย.64 ตามลำดับ ซึ่งจะรับรู้รายได้ภายในปี 64
ในขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ “น้ำเทิน 1” ใน สปป.ลาว ก่อสร้างแล้วเสร็จ 94% นอกจากนี้ ยังมีโครงการธุรกิจพลังงาน ที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ โครงการ “ขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ก่อสร้างแล้วเสร็จ 89% ในขณะที่โครงการ “นิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง” อยู่ระหว่างการออกแบบโครงการ
สำหรับทิศทางการลงทุนในอนาคต ต่อยอดธุรกิจไฟฟ้า โดยเฉพาะการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด ในขณะเดียวกัน ได้เร่งขยายการลงทุนไปสู่ธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ตลอดจนยังมุ่งเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อให้สอดรับกับทิศทางพลังงานโลกและแผนพลังงานชาติ โดยตั้งเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 และเป้าหมายลดการปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ (Carbon Emission Intensity) 10% ภายในปี 2573
