มูลค่าหุ้นไทยเริ่มตึงตัว แนะหุ้นนิคมฯ AMATA-WHA-WHAUP รับอานิสงส์ RCEP
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มอง SET index มีโมเมนตัมปรับตัวขึ้นต่อได้ในกรอบ 1,380-1,400 จุด จากทิศทาง fund flow นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยซื้อสุทธิ 5,700 ล้านบาท ในสัปดาห์ที่แล้ว และ 31,000 ล้านบาท ในสัปดาห์ก่อนหน้า แต่ความเสี่ยงเริ่มปรับตัวขึ้นเมื่อ SET index ปรับตัวขึ้นต่อ (เกือบ 200 จุดใน 3 สัปดาห์) และมูลค่า PER ปรับตัวขึ้นสูง +2.3SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี ความเสี่ยงการปรับตัวลงต่อข่าวร้ายก็สูงขึ้น
ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องตืดตาม
มาตรการคุมค่าเงินบาท คาดไม่เพียงพอ : ธปท. ประกาศมาตรการลดแรงกดดันค่าเงินบาท เพื่อเปิดให้คนไทยฝากเงินตราต่างประเทศได้เสรี รวมถึงผ่อนคลายเกณฑ์การลงทุนต่างประเทศ และ เพิ่มการลงทะเบียนแสดงตัวตนเพื่อซื้อขายตราสารหนี้ แต่คาดไม่เพียงพอ ล่าสุดค่าเงินบาทแข็งค่าต่อมาอยู่ที่ 30.26
มูลค่าหุ้นไทยเริ่มตึง ความเสี่ยงกดดันง่าย : ดัชนี SET index ซื้อขายที่มูลค่าเหลือ +2.0SD ของค่าเฉลี่ย 3 ปีแล้ว นอกจากนี้ดัชนีหุ้นไทยยังปรับตัวขึ้นมาแล้วเกือบ 200 จุด ภายในเวลา 3 สัปดาห์ (+16%mtd)
การแพร่ระบาด Covid-19 ระลอกสอง-สาม : ปริมาณผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตปรับตัวขึ้นมากในสหรัฐฯ เสี่ยงการประกาศปิดเมืองอีกครั้ง มองเป็นปัจจัยกดดัน
ควรลงทุนในหุ้นกลุ่มไหนบ้าง
-KTB, LH, SIRI หุ้นแถวสองได้ประโยชน์ความคืบหน้าวัคซีน Covid-19
-SPRC หุ้นกลุ่มโรงกลั่นที่ได้ประโยชน์จากธีมความคืบหน้าวัคซีน Covid-19
-AMATA, WHA, SAT, AH, RCL ได้ประโยชน์การค้าเสรี RCEP และพิจารณา TPP
หุ้นแนะนำวันนี้
KTB (ปิด 10.6 ซื้อ/เป้า 13.5) แนะนำสลับหุ้นจาก KBANK ที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งในกลุ่มธนาคารในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มทยอยเข้า KTB ที่ได้ประโยชน์จากธีมการลงทุนด้านการเปิดเมืองเช่นเดียวกัน แต่ราคายังล้าหลังมากถึง -34% (ตั้งแต่ Covid-19) คาดมี upside มากกว่า และ downside น้อยกว่า
SPRC (ปิด 7.25 ซื้อ/เป้าสูงที่สุดจาก Bloomberg 10.0) หนึ่งในหุ้นโรงกลั่นที่มีราคาล้าหลังมากที่สุดในตลาด แนวโน้มค่าการกลั่นปรับตัวขึ้นได้ดีจากธีมการเปิดเมืองหลังจากนี้ และแนวโน้มราคาน้ำมันที่เป็นขาขึ้นต่อ จะเป็นบวกต่อทิศทาง stock gain ให้กับกำไรบริษัท
