AOT กำลังเจอความท้าทาย กดราคาหุ้นร่วง 10% ใน 2 วัน
AOT หรือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ราคาหุ้นปรับตัวลดลงรุนแรงตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยรวมความเคลื่อนไหวตั้งแต่วันศุกร์ที่ 26 พ.ย. จนถึงขณะนี้ ราคาหุ้น AOT ร่วงมากกว่า 10 % การปรับตัวลดลงของ AOT ในช่วงที่ผ่านมานั้นส่วนหนึ่งเกิดจากแรงกดดันของ Covid-19 ที่เข้ามากระทบจากการค้นพบ Covid-19 สายพันธุ์ใหม่ Omicron กดดันให้กับหุ้นเปิดเมืองปรับตัวลดลงรุนแรงมาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ แต่ AOT ก็ต้องเจอกับอีก 1 ปัจจัยกดดันที่ AOT ต้องเยียวยากับคู่ค้าจากสถานการณ์ Covid-19 ในช่วงที่ผ่านมาและขยายเวลาเพิ่มเติมด้วย
บล.กรุงศรี วิเคราะห์ว่า ที่ผ่านมา AOT ได้ประกาศมาตรการบรรเทาผลกระทบเพิ่มเติมให้สายการบินและผู้ได้รับสัมปทาน เพื่อช่วยให้สายการบินและผู้ได้รับสัมปทานยังเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทานการบินและสนามบินได้ ประเด็นสำคัญมีดังนี้
1.ขยายมาตรการเดิมเป็นหมดอายุใน 31 มี.ค. 2023 จาก 31 มี.ค. 2022 ซึ่งครอบคลุมถึง:
1.2 ลดค่าสัมปทานคงที่
1.3 เว้นและลดค่าเช่าสำนักงานและทรัพย์สิน, ค่าบริการในสนามบินและอาคาร, ค่าสัมปทานคงที่รายเดือน, ค่าบริการขึ้นลงและจอดอากาศยาน
2. ขยายอายุสัมปทานทุกรายไปอีก 1 ปี (เช่น สัญญา KPD ใน BKK ขยายเป็น 2032 จาก 2031)
ทั้งนี้มาตรการ บรรเทาผลกระทบอีกรอบสำหรับสายการบินและผู้ได้รับสัมปทานจะที่กระทบต่อคาดการณ์กำไรปี FY23 ลง 37% เป็นผลจากรายได้สัมปทานที่ลดลง (โดยเฉพาะ สัญญารายได้ต่อหัวของ KPD) อย่างไรก็ตามมาตรการนี้เป็นประเด็นระยะสั้นและกระทบมูลค่าอย่างมากที่สุด1บาทต่อหุ้น มาตรการนี้จะกระทบแนวโน้ม AOT ในระยะสั้น
แม้บล.กรุงศรี คาดว่าอาจมีการขยายการเว้นค่าสัมปทานจากเดิมจาก 31 มี.ค. 2022 แล้ว แต่มาตรการจริงแย่กว่าคาดการณ์ของเรา ขณะที่เราเชื่อว่าการเว้นค่าสัมปทานหลังก.ย.-22 เป็นไปได้น้อยและค่อนข้างใจดี การวิเคราะห์ sensitivity ของเราสะท้อนการปรับคาดการณ์กำไรลง 37% เป็น 1.45หมื่นล้านบาท ผลจากการปรับรายได้ลง 22% จากรายได้สัมปทานลดลง 31% หากการงดเว้นค่าสัมปทานของ AOT บังคับใช้
ทั้งนี้มาตรการกระทบต่อดาวน์ไซด์ของราคาเป้าหมายเพียงเล็กน้อย 1.0บาทต่อหุ้น (-1%) อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่ามาตรการที่ออกมาเป็นลบมากกว่าคาด เนื่องจากทิศทางมาตรการที่ตรงข้ามกับคาดการณ์ของ AOT ในเดือนที่ผ่านมาว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้รวดเร็ว
ด้าน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ประเมินว่า AOT นั้นแนวโน้มธุรกิจสดใสขึ้นตั้งแต่ ต.ค.64 ถึง ธ.ค.64 จากการเปิดประเทศมากขึ้น ทำให้การท่องเที่ยวจากทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศฟื้นตัวดีขึ้น มีการมาใช้บริการมากขึ้นทั้งผู้โดยสารและเครื่องบิน
ได้มีการปรับประมาณการให้ดีขึ้น สะท้อนภาพการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวซึ่งเมื่อสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19 ผ่อนคลายลง ก็พลอยทำให้มาตรการคุมเข้มในเรื่องการเดินทางลดลง
คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานใหม่ที่ 75.00 บาท แม้ว่าเป็นความจริงที่โรคระบาดจะไม่หายไปเด็ดขาดและอาจจะยืดเยื้อ แต่อัตราการตายก็ลดน้อยลงหลังวัคซีนและยามีความคืบหน้า สำหรับแนวโน้มธุรกิจระยะยาวของ AOT ก็แข็งแกร่งจากการเป็นให้ผู้พัฒนาสนามบินรายใหญ่เพียงรายเดียวในไทย, ไทยเป็นปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมของทั่วโลก อีกทั้งมีแผนการขยายธุรกิจชัดเจน และงบดุลมีความแข็งแกร่ง สำหรับแรงกระตุ้นราคาหุ้นระยะสั้นจะเป็นความคืบหน้าของโครงการต่างๆ เช่น Airport City, Certify Hub, Digital Platform เป็นต้น
