เจาะคีย์สำคัญที่ทำให้กลุ่ม JMART กำลังเติบโตได้แบบไม่มีวันหยุด!!

ในครั้งนี้ Wealthy Thai จะพาไปเจาะลึกแผนของกลุ่มเครือเจมาร์ท ที่ผ่านการทำกลยุทธ์ร่วมกันภายในกลุ่ม และการจับมือร่วมกับกลุ่มบริษัทมูลค่าหลักแสนล้านอย่างบีทีเอส กรุ๊ป รวมถึงจะพาไปดูความมั่งคั่ง และเจาะลึกแผนธุรกิจแนวโน้มมุมมองในอนาคตของกลุ่มเจมาร์ทจากมุมมองนักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน และที่สำคัญคือจะพาไปเคาะคำนวณราคาเป้าหมายของหุ้นในแต่ละตัวของกลุ่มเจมาร์ท


ก่อนอื่นเลยขอย้อนไปเมื่อช่วงเดือนส.ค.ที่ผ่านมาทุกคนคงจะจำกันได้ว่ามีกระแสข่าวว่าจะเกิดอภิมหาดีลเกิดขึ้นอีกหนึ่งดีลในปี 64 จากการที่กลุ่มบริษัทเจมาร์ทมีแผนผนึกกำลังร่วมกับกลุ่มของบีทีเอส แต่อย่างไรก็ตามกระแสข่าวดังกล่าวก็เป็นเพียงข่าวลือได้ไม่นานเมื่อทั้งสองบริษัทได้แถลงข่าวการร่วมมือกันทางธุรกิจกันจริงด้วยการที่กลุ่มเจมาร์ทได้เพิ่มทุนเพื่อเปิดทางให้ทางกลุ่มบีทีเอสเข้าไปถือหุ้น


การร่วมเป็นพันธมิตรครั้งนี้ จะสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ให้กับทั้งสองกลุ่ม ได้มากน้อยแค่ไหนคงจะต้องจับตารอดู แต่อย่างไรก็ตามช่วงที่ผ่านมานี้เริ่มสร้างให้เห็นแล้วว่ามีผลต่อราคาหุ้นต่อกลุ่มเจมาร์ทมากแค่ไหน โดยกลุ่ม JMART วางเป้าจะมีกำไรเติบโต 50% 3 ปีนับจากนี้คาดว่าจะยังสามารถเติบโตได้อีกปีละ 50% ผลของการเติบโตหลักมาจาก JMT ที่ตั้งเป้าจะเป็นเบอร์หนึ่งในธุรกิจบริหารสินทรัพย์ภายใน 3 ปีนับจากนี้ ขณะที่ SINGER วางเป้าหมาย 5 ปี นับจากนี้จะขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของกลุ่มธุรกิจ Non-bank


ทั้งนี้กลุ่มเจมาร์ทวางเป้าหมายไว้ว่ามูลค่าของกลุ่มบริษัทรวมกันจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 3 เท่า จากเดิมรวมกันอยู่ที่ระดับ 1 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตามแผนการเติบโตของกลุ่มเจมาร์ทนั้นยังไม่นับรวมการผนึกพันธมิตรต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มเติมร่วมกับ VGI และ U ภายในเครือข่าย 3M ของกลุ่มบีทีเอส เพียงแค่กลยุทธ์ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นก็พอจะทำให้เห็นวิธีการเติบโตแบบยังไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดได้


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด มองว่าแผนการใส่เงินเพิ่มทุนของกลุ่มบีทีเอสให้กับกลุ่มเจมาร์ทนั้นน่าจะเสร็จสิ้นได้ภายในสิ้นปี 2564 โดยช่วงระยะเวลาคือ แผนเพิ่มทุนของทั้ง JMART JMT และ SINGER ผ่านการอนุมัติโดยผู้ถือหุ้นของใน EGM เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนไปแล้ว


สำหรับขั้นต่อไปจะเป็นการใส่เงินทุน/จ่ายเงินสด (หรือการจัดสรรแบบ PP) โดยกรอบเวลาคร่าว ๆ สำหรับ JMART คือประมาณสิ้นเดือนพฤศจิกายน ส่วนของ SINGER จะเป็นช่วง 7-14 ธันวาคม (RO และ PP) จากนั้นจะเป็นของ JMT ในช่วงวันที่ 14-20 ธันวาคม ดังนั้น จึงคาดว่ากระบวนการเพิ่มทุนทั้งหมดน่าจะสรุปจบได้ภายในสิ้นปีนี้



มองอนาคตต่อจากนี้อย่างไร

ผลของการเติบโตของกลุ่มรวมเป็นการผนึกกำลังการเติบโตของแต่ละบริษัทในเครือ โดยเริ่มกันที่มุมมองแนวโน้มของ JMART บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดกำไร 4Q64 จะฟื้นตัวกลับมาอยู่ระดับ 350-400 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 30%QoQ มาจากทั้งกลุ่มการเงิน (JMT-SINGER) กำไรเติบโตได้ตามขนาดพอร์ตที่ขยายตัวทุกไตรมาส และการพลิกมีกำไรของ KBJ จากปริมาณการตั้งสำรองที่ลดลง


โดยธุรกิจมือถือจะฟื้นตัวแรงจากไตรมาสก่อนที่ 60-70 ล้านบาท หลังกลับมาเปิดสาขาปกติ และอุปสงค์ที่แข็งแรงโดยเฉพาะ iPhone 13 หนุนยอดขายทำจุดสูงสุดของปี ประกอบกับการเปิดสาขาใหม่ JAS Village Kubon ในช่วงปลายปีของ J ที่มีกำไรทันที ทำให้กำไรเข้าเป้าหลัง 9M64 ทำได้คิดเป็น 67% ของกำไรที่เรามองไว้ 1,242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56%


ปรับราคาเหมาะสมสำหรับ 12 เดือนข้างหน้าขึ้นอีก 8% เป็น 50.50 บาท/หุ้น อิง SOTP เพื่อสะท้อนมูลค่า JMT-SINGER และ ธุรกิจมือถือ (core) เปรียบเทียบอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดีมูลค่าของ JMART ยังมี Upside สำคัญ 2 ปัจจัยที่นอกเหนือประมาณการของเราและตลาด ได้แก่ i) ความร่วมมือในระดับธุรกิจหลังกลุ่ม BTS เข้าทำธุรกรรมแล้วเสร็จในปลายปีนี้ โดยเฉพาะการเข้ามาใช้ช่องทางขาย-จำหน่ายสินค้า-ให้บริการร่วมกัน ii) ธุรกิจ JVC ที่อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการใหม่ และหาก JFIN coin ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายผ่านเครือข่ายพันธมิตรที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2565


สำหรับ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) JMT ระบุว่าสองปัจจัยที่ตลาดอาจทบทวนประมาณการขึ้น ซึ่งสิ่งน่าสนใจมากกว่ากำไรสุทธิที่เกิดขึ้น คือปริมาณหนี้ลงทุน 7,113 ล้านบาท ในงวด 9 เดือนปี 64 สูงกว่าเป้าหมายที่เคยให้ไว้ 6 พันล้านบาท มากสุดในอุตสาหกรรมและเป็นสถิติใหม่ของบริษัท เป็นฐานสำคัญสำหรับการเติบโตในปีหน้า


ขณะเดียวกันเงินสดเรียกเก็บที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 3/64  ที่มีการล๊อคดาวน์ แต่ยังดีกว่าคาดถึง 25% สะท้อนถึงความสามารถในการเจรจาประนอมหนี้แม้ในช่วงยากลำบาก ทั้งการลงทุน-เก็บหนี้ที่ทำได้ดีกว่าแผนเดิม มีโอกาสที่จะเห็นยอดเก็บเงินสดในปี 2565 อาจถึงระดับ 6,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อน หรือเฉลี่ย 1,500 ล้านบาทต่อไตรมาส ทำให้ตลาดอาจต้องทบทวนประมาณการกำไรปี 2564-65 ขึ้นอีกราว 10-20% มาใกล้เคียงกับที่เรามองไว้ระดับ 1.4และ2.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% และ+71% ตามลำดับ


ส่วน SINGER เป็นอีกหนึ่งความหวังของกลุ่ม ซึ่งเริ่มเห็น Synergy ด้านธุรกิจกับ VGI-U ตั้งแต่ในไตรมาส 4/64 แล้ว นอกเหนือการขยายไลน์สินค้าใหม่ในกลุ่ม Commercial รองรับการเปิดเมือง (ตู้แช่หมูกะทะ) บริษัทยังได้เดินหน้าสร้าง Synergy กับกลุ่ม BTS จากการนำสินค้าขายผ่านตัวแทน จาก Fanslink ( ธุรกิจค้าส่งสินค้า IT ที่ถือหุ้นโดย VGI) เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า , อุปกรณ์เสริม IT ,Xiaomi IoTs เป็นต้น


รวมถึงการเปลี่ยนแฟรนไชส์กว่า 3,000 สาขา ทั่วประเทศเป็นจุดรับ-ส่งสินค้า (Drop point) ของ Kerry (KEX) ซึ่งทำให้บริษัทมีรายได้บริการสูงขึ้น ขณะไม่มีต้นทุนส่วนเพิ่ม แม้รายได้ข้างต้นอาจเกิดขึ้นไม่มากในช่วงเริ่มต้น แต่เราเชื่อว่าจะขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในปี 2565 เป็น Upside risk ที่ตลาดยังไม่ได้ใส่ไว้ในประมาณการ


โดยกระบวนการเพิ่มทุนในเดือน พ.ย.อาจเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นช่วงสั้น แต่เรามองเป็นโอกาสสะสม ด้วยแนวโน้มกำไรขยายตัว +61/+41%YoY ในปี 2564-65 สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม 10-15% จากปีก่อนราคาหุ้นสมควรที่บริษัทจะมี premium คงคำแนะนำ ซื้อ บนราคาเหมาะสมปี 2565 เท่ากับ 49 บาท


ด้าน J เป็นอีกหนึ่งบริษัทในจักรวาลของกลุ่ม ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาธุรกิจได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์จึงทำให้อัตราการเช่าพื้นที่ได้รับผลกระทบตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวแบบลดลงตามไปด้วย แต่อย่างไรก็ J ได้เปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ JAS Green Village ใน เดือน ธ.ค.64 ที่จะทำให้ไตรมาส 4/64 และในปี 65 ด้วยอัตราผู้เช่าสูงกว่า 90% ซึ่งจะสร้างกระแสรายได้ใหม่ให้กับบริษัท



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Stock of the Day
KSL แจ้งศาลสั่งเพิกถอนใบ รง.4 โรงงานน้ำตาลสระแก้วบริษัทย่อย ชี้คำพิพากษาศาลชั้นต้นยังไม่ถึงที่สุด เดินหน้าอุทธรณ์ ยันดำเนินการตามกฎหมาย
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
SCG ปักหมุด "ASEAN Strategic Partner" ผนึกผู้คน-ธุรกิจ-โอกาส นำทัพภูมิภาคเติบโตตามแนวทาง Inclusive Green Growth
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
ซีพี แอ็กซ์ตร้า จัดงาน “แม็คโคร โชห่วย โชว์โปร ออนทัวร์ 2026” ครั้งที่ 17 ที่หาดใหญ่
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Fund Move
บลจ. แอสเซท พลัส มองหุ้นไทยยังมีโอกาสไปต่อ รับ Earnings Upgrade Fund Flow ต่างชาติกลับ ชูหุ้นปันผลโครงสร้างพื้นฐานเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fund Move
บลจ.ยูโอบี นำเสนอโอกาสการลงทุนในตราสารภาครัฐบาลต่างประเทศสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ตราสารภาครัฐต่างประเทศ USD 6 เดือน 1 IPO 20-26 ส.ค. 2569
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us