เปิด 3 เหตุผลที่ GUNKUL จะกลับมา outperform SET
GUNKUL หรือ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในหุ้นโรงไฟฟ้าที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเสมอ ยิ่งล่าสุดบริษัทเพิ่งได้รับใบอนุญาตผลิต (ปลูก) กัญชง เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรม จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเริ่มเห็นผลิตได้ในไตรมาส 1/65 และนักวิเคราะห์ประเมินว่าตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไปบริษัทจะรับรู้กำไรราว 1.4 พันล้านบาทต่อปี ด้านราคาหุ้นก็ปรับฐานลงมาค่อนข้างมาก จนเห็น upside ที่จูงใจถึง 17% เป็นโอกาสเข้าลงทุน!!
เติบโตทุกธุรกิจ
โดยนักวิเคราะห์จากบล.เคทีบีเอสที ระบุว่า ธุรกิจ EPC ปัจจุบันมี backlog ราว 1.2 หมื่นล้านบาท รอรับรู้ 2-3 ปีข้างหน้า คาดในช่วงที่เหลือของปีสามารถหาโครงการเพิ่มเติมได้อีกราว 500 ล้านบาท ส่วนปี 2565 คาดมีโครงการให้เข้าร่วมอีกกว่า 5 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าได้งาน 7-10% ส่วนธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าปัจจุบันมีกำลังการผลิตราว 642 เมกะวัตต์ คาดกำลังการผลิตขึ้นไปอยู่ใกล้ระดับ 700 เมกะวัตต์ ได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 และยังคงเป้า 1,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2566
ด้านธุรกิจกัญชง-กัญชา หลังบริษัทได้รับมอบใบอนุญาตจะเริ่มปลูกทันที ซึ่งทำให้ crop แรกจะได้ผลผลิตในช่วงไตรมาส 1/65 และนำมาสกัดได้ตามแผน (extraction plant layout ได้รับการอนุมัติแล้ว) ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์จึงมีมุมมองเป็นบวก ธุรกิจมีพัฒนาการที่ดีในทุกสายงาน โดยเฉพาะธุรกิจกัญชง-กัญชา การทยอยได้ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องและระยะเวลาที่ใกล้ COD เข้ามา จะทำให้ตลาดกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง ทั้งนี้ ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2564ที่ 2.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% จากปีก่อน ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 4/64 คาดทรงตัวจากไตรมาส 3/64 หลังผ่าน high season ของโรงไฟฟ้าพลังงานลมไปแล้ว แต่ได้การรับรู้งานที่เพิ่มขึ้นของ EPC เข้ามาชดเชย
GUNKUL จะกลับมา outperform SET
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น underperform SET ราว 12% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา คาดมาจากตลาด take profit จากประเด็นธุรกิจกัญชง-กัญชา ควบคู่กับงบช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ที่ขาดความหน้าสนใจจากผลกระทบธุรกิจ Trading และ EPC กดดันภาพรวม แต่ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินราคาหุ้นมีโอกาสกลับมา outperform SET ได้ใหม่ โดย key catalyst คือ 1. outlook ที่ดีขึ้นของธุรกิจ trading และ EPC หลังการเปิดเมือง, 2. ธุรกิจกัญชง-กัญชา ทยอยได้ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องและพัฒนาการของโรงเรือนและการปลูกจะทำให้ตลาดกลับมาสนใจหุ้นอีกครั้ง และ 3. ราคาปัจจุบันกลับมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยเทรด forward PERเพียง 14x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมไฟฟ้าและกลุ่มที่จะเข้ามาทำธุรกิจกัญชง-กัญชา ที่ 20-30x จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" และราคาเป้าหมายที่ 5.85 บาท
ปี 2566 ลุ้นธุรกิจกัญชงทำกำไร 1.4 พันลบ.
ด้านนักวิเคราะห์จากบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า GUNKUL ประกาศได้รับใบอนุญาตผลิต (ปลูก) พืชเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชง ใบอนุญาตที่ นม 50/2564 (ป) นม 51/2564 (ป) และ นม 52/2564 (ป) เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรม โดยรูปแบบการปลูกเป็นระบบโรงเรือน (Greenhouse) จาก อย. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยผ่านบริษัทย่อย จี.เค. สมาร์ท ฟาร์มมิ่ง จำกัด ทั้งนี้ บริษัทย่อยดังกล่าว จะดำเนินการยื่นขอใบอนุญาตอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปแผนธุรกิจกัญชงที่ GUNKUL ได้กำหนดไว้ต่อไป โดยประเด็นดังกล่าวถือเป็นปัจจัยบวกที่เป็นความชัดเจนอีกขั้นในส่วนของธุรกิจกัญชง ซึ่งถูกรวมไว้ในประมาณการเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในส่วนถัดไปคาด GUNKUL จะได้รับใบอนุญาตสำหรับการสกัดในช่วงต้นเดือนมกราคม 2565 และหลังจากนั้นจะเริ่มนำผลผลิตกัญชงจากโครงการเขาค้อ, จังหวัดเพชรบูรณ์ มาเริ่มต้นสกัดก่อนเป็นอันดับแรก โดยในช่วงต้นโรงงานสกัดจะเริ่มกำลังการผลิตสารสกัด CBD บริสุทธิ์ที่ราว 100 กิโลกรัมต่อวัน และจะทยอยเพิ่มเป็น 500 กิโลกรัมต่อวัน และราว 1.1 พันกิโลกรัมต่อวัน ได้ในช่วงไตรมาส 4/65
ทั้งนี้ คาด GUNKUL จะเริ่มต้นรับรู้รายได้จากธุรกิจกัญชงในปี 2565 เข้ามาเป็นปีแรกที่ราว 700-800 ล้านบาท ขณะที่ปี 2566 เป็นต้นไปคาดจะรับรู้กำไรได้ราว 1.4 พันล้านบาทต่อปี
ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินมูลค่าพื้นฐานของ GUNKUL ณ สิ้นปี 2565 (SOTP) อยู่ที่ 5.60 บาท ด้านธุรกิจกัญชงเริ่มเห็นความชัดเจนจากใบอนุญาตที่ได้รับเป็นที่รับเรียบร้อย อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมา ราคาหุ้นปัจจุบันปรับฐานลงไปมากจนเริ่มเห็น upside ที่จูงใจกว่า 17% จึงปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น "ซื้อ" จากเดิม "Switch" โดยเน้นให้หาจังหวะเข้าลงทุนเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว

