เปิดเหตุผลที่ PTTEP และ IVL จะเป็นหุ้นเด่นในหมวดพลังงานปี 65
อย่างที่นักลงทุนรู้กันว่าหุ้นในกลุ่มพลังงานถือเป็นกลุ่มที่มีน้ำหนักต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยและถือเป็นกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่นักลงทุนประเภทสถาบันต่างชาติและนักลงทุนประเภทกองทุนไทยเข้าลงทุน ซึ่งจะมีการปรับพอร์ตเข้าออกหุ้นในกลุ่มดังกล่าวตลอด เพราะเป็นหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งและมีสภาพคล่อง รวมถึงแนวโน้มทางธุรกิจในวันนี้และอนาคตที่ยังแสวงหาโอกาสการเติบโตมาโดยตลอด
ในครั้งนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนไปดูสถิติข้อมูลที่น่าสนใจของหุ้นในกลุ่มพลังงานจากเหล่านักวิเคราะห์หุ้นกลุ่มพลังงาน ถึงบทสรุปของผลงานในปี 64 รวมถึงแนวโน้มธุรกิจในปี 65 กับโอกาสและความเสี่ยงของธุรกิจที่จะเกิดขึ้น โดยนักวิเคราะห์ได้เลือก 2 หุ้นเด่นในกลุ่มพลังงานที่มีปัจจัยบวกจากธุรกิจและความต้องการของโลกที่ฟื้นตัวขึ้น ได้แก่ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP และบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL
โดยนักวิเคราะห์หลายแห่งได้ประเมินพื้นฐานของหุ้น PTTEP และ IVL ไว้อย่างน่าสนใจ ทั้งในแง่ของปัจจัยพื้นฐานและโอกาสทางธุรกิจของทั้งสองบริษัทรวมถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมของทั้งสองบริษัทดังกล่าว ซึ่ง Wealthy Thai จะขอยกประเด็นที่น่าสนใจมาให้นักลงทุนได้พิจารณาตัดสินใจเพื่อที่จะหาหุ้นน่าลงทุนที่อาจจะเป็นเป้าหมายหลักในธีมกลยุทธ์ปี 65
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรปี 65 ของ PTTEP และ IVL จะสูงกว่าตลาดคาด 16% และ 23% โดย PTTEP ได้รับอานิสงส์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น และคาดปริมาณเพิ่มขึ้น 12% จากปี64 (ปริมาณหายไปเนื่องจากความล่าช้าในการเข้าถึงแหล่งเอราวัณ) ราคาหุ้นน่าสนใจ เทรดที่ P/E ปี 65 ที่ 8 เท่า แนะนำซื้อ โดยประเมินราคาเป้าหมายใหม่ที่ 157 บาท
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) มองในประเด็นหลัก คือบริษัทวาง CAPEX รวม 1.65 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และ OPEX 1.06 หมื่นล้านเหรียญเพื่อ 1.การรักษาปริมาณการผลิตจากโครงการผลิตหลักที่มีอยู่ในปัจจุบัน 2. การเพิ่มปริมาณการผลิตในอนาคตสำหรับโครงการในประเทศโมซัมบิก, อัลจีเรีย, และมาเลเซีย 3.เร่งกิจกรรมการสำรวจเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว และ 4.การลงทุนในธุรกิจใหม่
โดยคำแนะนำพื้นฐานแนวโน้มการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของกำไรหลักปี 65 หนุนโดยปริมาณขายและราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น และต้นทุนต่อหน่วยที่ลดลง น่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้ต่อไปนอกจากนั้นยังมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรในระยะยาวจากการลงทุนใหม่ๆ เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 145 บาท
IVL แข็งแกร่งไม่แพ้กัน
ขณะที่ด้านของ IVL บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า IVL โดดเด่นเรื่องเคมีภัณฑ์ โดยเติบโต 22% ในปี 65 เราเชื่อว่าตลาดอาจไม่ชอบนโยบายการควบคุมแบบคู่ของจีน (โครงสร้าง) อย่างเต็มที่ อาจเห็นว่าห่วงโซ่โพลีเอสเตอร์ยังคงมีอยู่ ทำให้ส่วนต่างของ integrated PET ในเอเชียสูงขึ้น ขณะที่ส่วนต่างในฝั่งตะวันตก (การเจรจาสัญญาใหม่) อาจมากกว่าตลาดคาดหมายด้วย โดยกำหนดคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 60 บาทต่อหุ้น
ส่วนบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ในปี 65 ผู้บริหารให้มุมมองว่าปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น จากปีก่อน และอัตรากำไร Core EBITDAต่อตัน จะไม่ต่ำกว่าปี 64 หนุนจากอุปสงค์แข็งแกร่ง, ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน - ค่าขนส่งอยู่ระดับสูง, การปรับสัญญาราคาขายในตลาดตะวันตกให้สะท้อนราคาตลาด, การกลับมาผลิตของโรงงาน Gas cracker, การปีดดีลเข้าซื้อ Oxiteno ภายในไตรมาส 1/65 (ยังไม่รวมในประมาณการ)
ทั้งนี้คงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 65 ที่ 49 บาท แต่ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ" เนื่องจาก 1) ช่วง 1เดือนที่ผ่านมา หุ้นปรับตัวลง -9% แย่กว่า SET ที่ทรงตัว ทำให้ราคาปัจจุบันหุ้นมี Upside gain เปิดกว้าง 17% 2) ประมาณการปี 64 - 65 มี Upside risk จากทำไร 9M64 ที่แข็งแกร่ง และการปิดดีลซื้อกิจการ Oxiteno 3) โมเมนต้มกำไรน่าสนใจช่วง 6 เดือนข้างหน้า โดยไตรมาส 4/64 คาดประคองตัวได้แม้เป็น Low season ไตรมาส 1/65 จะรับรู้การกลับมาของโครงการ Gas cracker, และเข้าสู่ไฮซีซั่นของธุรกิจ PET ช่วงไตรมาส 2/65

