10 อันดับหุ้น SET50 แจกอัตราเงินปันผลสูง!!
อีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ปี 2565 แล้ว จึงเป็นธรรมเนียมที่ Wealthy Thai จะทำสรุปข้อมูลหุ้นในด้านต่างๆ มานำเสนอนักลงทุน โดยบทความนี้ได้สำรวจหุ้นที่มีอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) สูงสุด 10 อันดับ ในกลุ่ม SET50 (ข้อมูลสิ้นสุด 15 ธ.ค. 2564) ซึ่งพบว่า STGT หรือ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นหุ้นที่มี Dividend Yield สูงที่สุดที่ 9.11% รองลงมา คือ บริษัทแม่อย่าง STA หรือ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) มี Dividend Yield อยู่ที่ 7.63% และอันดับ 3 คือ TISCO หรือ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มี Dividend Yield ที่ 6.87% ส่วนอันดับอื่นๆ ดูได้จากตารางด้านล่าง

STGT แม้อัตราปันผลสูง
การที่ STGT กลายเป็นหุ้นที่มี Dividend Yield สูงที่สุดไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าเป็นหนึ่งในหุ้นที่ให้ปันผลดี และที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับฐานค่อนข้างมาก ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (1 ม.ค. – 15 ธ.ค. 2564) ราคาหุ้นปรับตัวลดลงถึง 62.17% จึงทำให้ระดับเงินปันผลเมื่อเทียบกับราคาหุ้นนั้นสูง
สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานของ STGT ในไตรมาส 4/64 บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า มีมุมมองเป็นกลางต่อแนวโน้มกำไร แม้คาดว่า ASP จะชะลอลงต่อเนื่องจากไตรมาส 3/64 แต่เป็นการชะลอตัวในระดับที่น้อยลง ด้านปริมาณขายคาดเบื้องต้นอาจฟื้นตัวขึ้นเป็นระดับ 8,000 ล้านชิ้น จากกำลังการผลิตใหม่และตู้คอนเทนเนอร์ที่ขาดแคลนน้อยลง รวมถึงค่าระวางเรือที่เริ่มปรับตัวลงเช่นกัน ดังนั้น ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปี 2564 ที่ 28,112 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96.2% จากปีก่อน ส่วนกำไรปกติปี 2565 คาดจะปรับลงหรือไม่ขึ้นอยู่กับแนวโน้มผลประกอบการที่ได้จาก Guidance ของบริษัทหลังการประชุมนักวิเคราะห์ จึงคงคำแนะนำ ซื้อ แต่เชิงกลยุทธ์แนะนำ Wait & See เพื่อรอทิศทางอุตสาหกรรมและกลยุทธ์การดำเนินงานจากบริษัทอีกครั้ง
STA ธุรกิจยางพาราดีต่อเนื่อง แต่ถุงมือยางยังเป็นปัจจัยกดดัน
ขณะที่ STGT อาจไม่น่าสนใจลงทุน แต่บริษัทแม่อย่าง STA กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นของอุตสาหกรรม โดยนักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจยางธรรมชาติที่จะทำจุดสูงสุดของปีในไตรมาส 4/64 และยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่องในปี 2565 โดยคาดจะมีการเติบโตทั้งในด้านปริมาณขายและราคาขายเฉลี่ย ตามอุปสงค์ล้อยางในตลาดโลกที่สูงขึ้น แต่เนื่องจากสัดส่วนกำไรของ STA ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจถุงมือยาง ซึ่งมีแนวโน้มจะชะลอในไตรมาส 4/64 และชะลอลงต่อเนื่องในปี 2565 จึงเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นเชิงปัจจัยพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ยังคงคำแนะนำ “ ซื้อ “ STA ที่ราคา เหมาะสมสิ้นปี 2565 ที่ 45.00 บาท แต่เชิงกลยุทธ์แนะนำ Wait and see เพื่อรอดูสถานการณ์ของถุงมือยาง โดยหากนักลงทุนสนใจลงทุนในหุ้นยางพารา NER อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า
