ส่อง 10 หุ้น SET100 อัตราเงินปันผลสูง พบ JAS ติดอันดับอีกแล้ว ?
ก่อนหน้านี้ Wealthy This ได้นำเสนอ 10 อันดับหุ้น SET50 ที่มีอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) สูงไปแล้ว วันนี้ถึงคราวของ SET100 (ข้อมูลสิ้นสุด 15 ธ.ค. 2564) มาดูกันว่าจะมีหุ้นอะไรที่ให้ Dividend Yield สูงบ้าง!!
โดยอันดับ 1 ยังเป็น STGT หรือ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ครองแชมป์ มี Dividend Yield สูงสุดอยู่ที่ 9.11% ส่วนอัน 2 คือ TASCO หรือ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) มี Dividend Yield ที่ 8.84% และอันดับสาม คือ TCAP หรือ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) ) มี Dividend Yield ที่ 8.05% ส่วนอันดับอื่นๆ ดูได้จากตารางด้านล่าง

สำหรับอันดับ 1 อย่าง STGT คงไม่ต้องพูดถึงแล้ว แต่ที่น่าสนใจ คือ JAS หรือ บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มักติดอันดับต้นๆ ของหุ้นที่ให้ Dividend Yield สูงเสมอ และเชื่อว่านักลงทุนหลายคนคงเจ็บกับหุ้น JAS มาไม่มากก็น้อย เพราะราคาปรับขึ้นลงให้ใจหายใจคว่ำตลอด
ด้านผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปี 2564 บริษัทยังมีผลขาดทุน อยู่ที่ 1,545.8 ล้านบาท โดยนักวิเคราะห์จากบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ประเมินไตรมาส 4/64 ผลขาดทุนจะอยู่ในระดับทรงตัวจากไตรมาส 3/64 เพราะมักเป็นไตรมาสที่ JAS มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าไตรมาสปกติ เช่น โบนัสประจำปี ขณะที่ทิศทางรายได้ต่อลูกค้า (ARPU) ยังต้องติดตามความต่อเนื่อง เนื่องจากประเมินว่าผลบวกที่เกิดขึ้นในไตรมาส 3/64 ส่วนหนึ่งมาจากภาพรวมการแข่งขัน ซึ่งมีความเสี่ยงกลับมาได้ตลอดเวลา การฟื้นตัวของรายได้ JAS ที่ต่อเนื่อง ฝ่ายวิจัยจึงยังให้น้ำหนักไปที่ธุรกิจใหม่ๆ เช่น การต่อยอดบริการดิจิตอลต่างๆ กับฐานลูกค้าที่มี 3.6 ล้านราย เช่น Smart Home, Home Shopping, Targeted Advertising ที่บริษัทวางแผนไว้ รวมถึงธุรกิจของบริษัทย่อย JTS (ถือหุ้น 50.9%) ที่มีแผนดำเนินการธุรกิจยุคดิจิตอล เช่น Hyperscale Data Center รวมถึงธุรกิจเหมืองขุด Bitcoin ซึ่งไตรมาส 3/64 สร้างรายได้ราว 4.2 ล้านบาท (ขุดได้ 2.8 เหรียญฯ) ซึ่งมีแผนจะเพิ่มจำนวนเครื่องจากปัจจุบันที่มี 500 เครื่องเป็น 5,000 เครื่อง ในต้นปี 2565 และ 50,000 เครื่องในปี 2567 ตามลำดับ
แม้ในระยะสั้นจะประเมิน JAS ไม่น่ามีส่วนรายได้ใหม่ๆ เข้ามาอย่างมีนัยยะ แต่หากรายได้ธุรกิจหลักในปัจจุบัน คือ อินเตอร์เนตความเร็วสูงยังมีทิศทางที่ดีต่อเนื่อง เชื่อว่าประมาณการปี 2564-2566 จะมี Upside เปิด และอาจจะช่วยให้การพลิกทำกำไรเร็วกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ว่าจะเกิดขึ้นราวกลางปี 2566 ขณะที่จะผ่อนคลายความเสี่ยงเพิ่มทุน จากผลกระทบการขาดทุนต่อฐานทุนงวดไตรมาส 3/64 ที่เหลือราว 2.3 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม เพื่อรอติดตามความต่อเนื่อง โดยรวมฝ่ายวิจัยจึงยังคงประมาณการเดิมไว้ก่อน
หุ้นไม่มี Upside แนะนำ Switch ไป ADVANC
ฝ่ายวิจัยปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐานปี 2565 อยู่ที่ 3.0 บาท เทียบกับ ราคาปัจจุบัน ยังไม่มี Upside เหลือมากพอให้ลงทุน ประกอบกับ ปัจจัยขับเคลื่อนหุ้นไม่ชัดเจน โดยเฉพาะการขยายรายได้ใหม่ที่ช่วยหนุนรายได้และผลประกอบการกลับมาฟื้นตัวต่อเนื่อง คงคำแนะนำ Switch ไป ADVANC (ราคาเป้าหมาย 226 บาท) ที่ประเด็นหนุนชัดเจนกว่า ทั้งโอกาสปรับเพิ่ม Payout Ratio, การนำทรัพย์สินที่มีไปต่อยอดรวมถึงแผนการต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ กับพันธมิตรที่ดึงดูดหลากหลายกว่า JAS และได้เปรียบกว่าจากฐานทุนและฐานะการเงินที่พร้อมกว่า
