BRI เทรดวันแรกราคาทะยาน 11 บาท คาดรายได้ปี 64 จะโตไม่ต่ำกว่า 50%
เทรดส่งท้ายปีกับ BRI หรือ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) โดยเปิดการซื้อขายวันแรกที่ราคา 11.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.76% จากราคาไอพีโอที่ 10.50 บาท ผู้บริหารคาดรายได้ปี 64 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 50% และยังมีแผนปี 65 ที่จะเปิดโครงการใหม่ มูลค่ากว่า 10,800 ล้านบาท
โดยนางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI กล่าวว่า ดีใจที่หุ้น BRI ได้รับการตอบรับเชิงบวกจากนักลงทุนจนทำให้ราคาเปิดเทรดวันนี้อยู่ในแดนบวกได้ แม้เซนติเมนต์ตลาดหุ้นไทยวานนี้จะค่อนข้างผันผวน มองเป็นการเริ่มต้นที่ดี ส่วนเงินที่ได้จากการระดมทุน บริษัทจะนำเงินไปใช้พัฒนาโครงการ ชำระเงินกู้และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในปี 2564 บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 50% จากปีก่อนที่มีรายได้ 2,342.1 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 348.7 ล้านบาท จากปัจจัยสนับสนุนทั้งการรับรู้รายได้จากแบ็กล็อกที่ ณ ไตรมาส 3/64 อยู่ที่ 670 ล้านบาท และการเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาส 4/64 บริษัทเปิดโครงการใหม่ทั้งหมด 6 โครงการ รวมมูลค่า 4,300 ล้านบาท ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค
ส่วนปี 2565 บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถเปิดโครงการใหม่ได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ 9 โครงการ รวมมูลค่าโครงการ 10,800 ล้านบาท เน้นแบรนด์ “บริทาเนีย” และ “แกรนด์ บริทาเนีย” จับกลุ่มลูกค้าระดับกลางและกลางบน ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและต่างจังหวัด โดยจะขยายการเปิดโครงการในจังหวัดใหม่ๆ ได้แก่ ระยองและอุดรธานี โดยระยองถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพจากการพัฒนาโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และมีนิคมอุตสาหกรรมอยู่เป็นจังหวัด ส่วนอุดรธานีถือเป็นเมืองเศรษฐกิจชั้นนำของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีจำนวนประชากรและกำลังซื้อสูง
ด้านนายพายุพัด มหาผล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า บมจ.บริทาเนีย ถือเป็นบริษัทชั้นนำด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบที่มีศักยภาพการเติบโตที่ดีในระยะยาว จากแผนงานขยายการพัฒนาโครงการให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและต่างจังหวัดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดที่มีศักยภาพในภาคต่างๆ ของประเทศ นอกจากนี้ จากภาพรวมเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในช่วงฟื้นตัว รวมถึงการผ่อนปรนมาตรการ LTV โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ให้สถาบันการเงินสามารถปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยแก่ผู้กู้ได้เต็ม 100% ของมูลค่าหลักประกัน จะเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของภาพรวมอสังหาริมทรัพย์และการขยายโครงการของ บมจ.บริทาเนีย
“คาดหวังกับ BRI เพราะเป็นการ spin-off จากกลุ่มออริจิ้นบริษัทแรก แม้วานนี้ตลาดหุ้นไทยจะมีปัจจัยลบจากภายนอกเข้ามากดดัน แต่พื้นฐานของบริษัทมีศักยภาพในการเติบโตสูง ตัวเลขเปิดการซื้อขายวันนี้เป็นตัวเลขที่ acceptable อยากให้รอติดตามการเติบโตของบริษัทในระยะยาว” นายพายุพัด กล่าว
