คาดดัชนีลดความร้อนแรง จับตาโค้งสุดท้ายประกาศงบหนุนหุ้นรายตัว
บล.เคทีบี (ประเทศไทย)
คาดดัชนีฯ ลดความร้อนแรงหลังปรับตัวขึ้นแรงวันก่อน ตลาดหุ้นเอเซียเช้านี้บวกได้น้อยลง แรงซื้อหุ้นอิงการท่องเที่ยวคาดยังมีและจะเป็นตัวหลักๆ ที่พยุงตลาด ขณะที่การรายงานกำไรไตรมาส 3/63 มีผลต่อหุ้นรายตัว กลยุทธ์ยังให้น้ำหนักกับหุ้นอิงการท่องเที่ยว แต่ควรระวังแรงขายทำกำไรจากการเปลี่ยนกลุ่มที่จะเข้ามาเก็งกำไร
การประกาศข่าวดีในเรื่องวัคซีนของ Pfizer และ Eli Lilly ช่วยปลด lock ความกังวลที่สหรัฐฯ-ยุโรป กำลังมีการติดเชื้อ Covid-19 เพิ่มขึ้นอย่างมาก และพิสูจน์ได้ว่าไวรัสตัวนี้มีทางแก้หรือรักษา หุ้นที่ราคาลงมามากๆ คือ กลุ่มที่อิงการท่องเที่ยว (โรงแรม-โรงกลั่นน้ำมัน-ผู้ผลิตน้ำมันธุรกิจการบิน) อาจขึ้นต่อได้อีกเล็กน้อย โดยก่อนหน้านี้เราประเมินกลุ่มนี้ จะฟื้นได้ประมาณ 20% จากจุดต่ำสุด แต่อาจมีการขายหุ้นกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องหรือหุ้นที่ไม่ได้ประโยชน์จากการมีวัคซีน (กลุ่มไอทีอีเล็คทรอนิคส์)
ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น (brent $43) และดอลล่าร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง (Dollar Index 92.7) เป็นบวกต่อหุ้น Commodity ตัวอื่นๆ และตลาดหุ้นไทยที่มีน้ำหนักของหุ้นน้ำมัน-ปิโตรเคมีค่อนข้างมาก โดย top picks หุ้นกลุ่มนี้ คือ TOP, PTTEP, PTTGC แต่ในทางตรงกันข้ามหุ้นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็ง คือ หุ้นกลุ่มส่งออกรวมถึงนโยบายของสหรัฐฯ ที่อาจกีดกันทางการค้าอย่างที่เห็นการตัด GSP และมีผลกระทบต่อผู้ค้ายางพาราของไทย (NER, STA)
ทั้งนี้ ตลาดเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการส่งงบไตรมาส 3/63 วันสุดท้ายคือ 16 พย. ฝ่ายวิจัยรวบรวมกำไรล่าสุดของ SET อยู่ที่ 8.7 หมื่นลบ. -20% YoY ; +11.6% QoQ
ประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้
ผู้ว่าธปท.จะแถลงภาวะเศรษฐกิจไทยและบอร์ดแข่งขันฯ จะแถลงในเรื่องดีลของการซื้อ Tesco ของกลุ่มซีพี Strategy ภาพรวมๆ จากเรื่องวัคซีน เรายังมองบวกเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องและราคาลงมามาก
กลยุทธ์ลงทุน
ควรให้น้ำหนักกับหุ้นอิงการท่องเที่ยว แต่ควรระวังแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มอื่นๆ จากการเปลี่ยนกลุ่มเล่น พอร์ตหุ้นวันนี้ นำ SUN ออกจากพอร์ต และเพิ่ม GPSC เข้ามาแทน พอร์ตหลัก ประกอบด้วย GPSC(10%), BANPU*(10%), KTC(10%), AAV (10%), TOP(15%), MINT(15%) ส่วนพอร์ต KTBST SET50 Skynet คงหุ้นเดิม ไว้ทั้งหมด RATCH (20%), BBL(30%),GULF(10%), BDMS(10%), CBG(10%), CPALL(10%)
