หุ้น SABUY ที่นักลงทุนไม่สบาย !! ราคาหุ้นลบ 16 % ผบห.ลั่นเป็นหุ้น Growth Stock
หุ้นเทคโนโลยีตัวล่าสุดอย่าง บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SABUY ได้เข้าเทรดเป็นวันแรกในวันนี้ (11 พ.ย. 63) เปิดการซื้อขายเท่ากับราคาไอพีโอที่ระดับ 2.50 บาท แต่ราคาหุ้นค่อนข้างผันผวน จนหลุดมายืนในแดนลบ โดนล่าสุด ช่วงเช้าราคาหุ้น อยู่2.08บาท ลดลง จากราคาไอพีโอ ลดลง 16.80 %
นายชูเกียรติ รุจนพรพจี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SABUY กล่าวว่า ราคาหุ้นวันนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความตั้งใจในสิ่งที่เราจะทำได้ ซึ่งเรื่องของราคาดังกล่าวเราเชื่อว่า หากเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง และตามแผนงานที่วางไว้ เราเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วราคาหุ้นก็ต้องสะท้อนพื้นฐานของมันเอง
ทั้งนี้เรามองว่ามูลค่าของบริษัทยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งทิศทางธุรกิจยังคงเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรก โดยเรามองว่าจะที่เราจะทำนับจากนี้ เราตั้งใจทำให้ธุรกิจมีการเติบโตไปตามแผนงาน ดังนั้นหากธุรกิจมีพื้นฐานที่ดี ราคาก็คงจะสะท้อนออกมาเองในอนาคต โดยเราตั้งใจที่จะเป็นหุ้น Growth Stock โดยวางเป้าหมายของรายได้ต้องเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% ต่อปี โดยมองว่า SABUY เหมาะกับารลงทุนระยะกลาง-ยาว
สำหรับจุดเด่นของบริษัทเมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้วนั้น เรามีระบบเทคโนโลยีที่มีเสถียรภาพ มีระบบฮาร์ดแวย์ ที่บริษัทมีการบริหารจัดการที่เพียบพร้อม มีระบบ payment ที่ครอบคลุม โดยยังมีแผนร่วมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆอีกด้วย เพื่อทำมาร์เก็ตติ้งร่วมกัน
โดยในงวด 9 เดือนแรกที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิเติบโตสูงถึงระดับ 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งบ่งบอกถึงคุณภาพของบริษัทแม้เกิดการระบาดของ COVID-19 แต่บริษัทยังมีศักยภาพรักษาอัตราก่ารเติบโตได้ดีอีกด้วย ดังนั้นเราเชื่อมั่นว่าแม้ราคาเข้าเทรดวันแรกที่เปิดมาระดับดังกล่าว แต่ด้วยพื้นฐานธุรกิจของบริษัทที่แข็งแกร่ง เรามั่นใจนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนที่ดีในอนาคต
ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการในช่วงไตรมาส 4 ยังมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอ แต่มีความเชื่อมั่นว่าผลประกอบการจะออกมาเป็นที่น่าพอใจและตามแผนุรกิจที่วางไว้ โดยในช่วงไตรมาส 4 มองว่ารายได้จากตู้เติมเงินปรับตัวดีขึ้น รวมทั้งยอดขายเครื่องดื่ม ยังเติบโตได้ดีเช่นกัน และสินค้าใหม่ก็ยังมีกระแสตอบรับที่ดีอีกด้วย
นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนให้บริการติดตั้งและวางระบบศูนย์อาหารลุกค้าเพิ่มเติมอีกด้วย ขณะเดียวกันยังมีการติดตั้งการให้บริการตู้สินค้าอื่นๆ ทั้งตู้สายชาร์ต ตู้คาแรคเตอร์ และชุดชั้นใน เป็นต้น โดยมีการติดตั้งบนห้างสรรพสินค้าทั่วไป ที่จะสนับสนุนยอดขายในอนคตอีกด้วย
ดังนั้นจึงประเมินว่าภาพรวมทั้งปี 2563 รายได้รวมคาดว่าจะเติบโระดับ 20% โดยปัจจุบันตู้เติมเงินอัตโนมัติมีสัดส่วนรายได้ 60% มีรายได้ 10,000 บาทต่อตู้ต่อเดือน ส่วนการจำหน่ายเครื่องดื่มและอาหารสำเร็จรูปผ่านตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “เวนดิ้ง พลัส” มีสัดส่วนรายได้ 35% มีรายได้ 9,000 บาทต่อตู้ต่อเดือน ขณะที่ธุรกิจบริการติดตั้งและวางระบบศูนย์อาหาร รวมถึงการให้บริการจัดการศูนย์อาหารพร้อมการจ้างบำรุงรักษาซ่อมแซมศูนย์อาหารมีสัดส่วนรายได้ 5%
ด้านปี 2564 คาดว่ารายได้จะเติบโตต่ออีก 20% เช่นกัน โดยมีแผนขยายตู้ เวนดิ้ง พลัส 4,000-5,000 ตู้ จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 6,000 ตู้ รวมทั้งยังมีแผนขยายตู้เติมเงินอัตโนมัติเพิ่มอีกประมาณ 4,000 ตู้ จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 53,000 ตู้ เพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัทในอนาคต
