‘DPAINT’ กำลังสร้างการเติบโตอย่างมีสีสัน
เศรษฐกิจและธุรกิจของไทย กำลังจะกลับมารีสตาร์ทกันอีกครั้ง หลังจากที่เราต้องเผชิญกับ Covid-19 มานานกว่า 2 ปี การจะดึงให้เศรษฐกิจกลับมานั้น ต้องใช้กำลังที่มากกว่าปกติ การลงทุนและการจัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจจึงจะกลับมาคึกคัก ไม่นับการต้องซ่อมแซมบ้านหลังเกิดภาวะน้ำท่วม ซึ่งก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจสีทาบ้าน
“ตลาดสีทาบ้านมีมูลค่ามากกว่า 2 หมื่นล้านบาท นับว่าเป็นตลาดที่เม็ดเงินมหาศาล เป็นโอกาสของผู้เล่นที่มีศักยภาพเข้ามาแข่งขัน ซึ่งหนึ่งในผู้เล่นที่น่าสนใจ คือ ‘DPAINT’ หรือที่เรารู้จักกันในนามของ ‘สีเดลต้า’ เป็นหนึ่งในบริษัทที่กำลังเปลี่ยนผ่านและสร้างการเติบโตได้ดี”
ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 64 รายได้จากการขายและบริการ (ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการขายตามสัญญาและประมาณการรับคืน) อยู่ที่ 622.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 27.7% และมีกำไรสุทธิ 42.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 20.8%
บุกตลาดสีทาบ้านคุณภาพสูง
การเติบโตที่โดดเด่นของ ‘DPAINT’ ท่ามกลางการแพร่ระบาดของ Covid-19 มาจากการเน้นลงทุนนวัตกรรมและคุณภาพที่สูง สิ่งนี้สะท้อนได้จากสัดส่วนรายได้จากการขายและบริการสินค้า โดย DPAINT มีรายได้จากสีคุณภาพพิเศษในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ที่ 251.7 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 45.0 % รายได้จากสีคุณภาพสูง อยู่ที่ 174.5 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 29.5 % และสีคุณภาพคุ้มค่า อยู่ที่ 196.6 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 9.7%
โดยกลุ่มสินค้าที่สร้างการเติบโตให้กับ DPAINT อยู่ในกลุ่มสีคุณภาพพิเศษและเป็นแบรนด์ขายดี ไม่ว่าจะเป็น Delta ChillSHIELD , Delta Magic Shield , Delta Shield Plus จุดเด่น คือ ที่มีความทนทานมากกว่าสีในกลุ่มสีคุณภาพสูงและคุณภาพคุ้มค่า โดยมีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี ผลิตด้วยวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงและมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการผลิต ทำให้สีมีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มขึ้นในด้านต่างๆ เช่น คงสภาพสีได้ยาวนาน มีความเงางาม
เมื่อเน้นในคุณภาพที่สูงย่อมส่งให้กำไรของบริษัทนั้นออกมาดีด้วย โดย ‘DPAINT’ มีศักยภาพการทำกำไรที่ดีมาก มีอัตรากำไรขั้นต้นเติบโตขึ้น อยู่ที่ 42.1% รักษาอัตรากำไรสุทธิที่ 7.7%
“การเติบโตของ DPAINT โดดเด่นและเติบโตมากกว่าเพื่อนในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน อย่าง TOA หรือ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีรายได้ 9 เดือนแรก 12,898 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6.3% แต่พวกเขามีกำไรอยู่ที่ 1,538 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 55.7% ซึ่งนับว่าเขาอยู่ในช่วงที่กำลังเจอความท้าทายจากความผันผวนของเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของ Covid -19 ในขณะนี้”
มั่นใจรายได้ปีนี้เติบโต 20 %
สำหรับมุมมองผู้บริหาร คุณรณฤทธิ์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DPAINT มองว่า “การเติบโตที่ผ่านมาเกิดจากการเพิ่มไลน์สินค้าที่เปิดตัวใหม่ และจำนวนช่องทางการจัดจำหน่ายตามแผนธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อรองรับลูกค้าให้มีการเข้าถึงมากขึ้น โดยเฉพาะร้านค้าปลีก ซึ่งรวมถึงร้านค้าโมเดิร์นรีเทล และ ร้านค้าปลีกดั้งเดิม ปัจจุบันมีรวมกันมากกว่า 1,000 สาขา เกือบทั่วประเทศ รวมถึงการพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพสูง”
อย่างไรก็ตาม DPAINT ประเมินว่าการเติบโตจะมีอย่างต่อเนื่องไปในไตรมาสที่ 4 และช่วยให้รายได้ของ DPAINT ในปี 2564 จะเติบโตมากกว่าปีที่ผ่านมา 20% และเตรียมที่จะออกสินค้าใหม่ในช่วงเดือน ธ.ค. เพื่อกระตุ้นยอดขายด้วย
ซึ่งการเข้าระดมทุนในช่วงที่ผ่านมาที่ DPAINT นำเงินไป ปรับปรุงโรงงาน เครื่องจักร และระบบการผลิตที่โรงงานสุวินทวงศ์ 150 ล้านบาท เพิ่มความสามารถในการผลิตและบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2568 และใช้ในการซื้อเครื่องผสมสี 440 เครื่อง จากปัจจุบันมีทั้งสิ้น 380 เครื่อง จะถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างการเติบโตรอบใหม่ให้กับบริษัทในระยะยาว
นอกจากนี้ DPAINT ได้เดินหน้าทำการตลาดในรูปแบบใหม่ อย่างการจับมือกับ “ดิสนีย์” พัฒนาสี “เดลต้า เมจิก ชิลด์” (DELTA MAGIC SHIELD) หนึ่งในคอลเลคชั่นสี “เดลต้า เมจิก ซีรีส์” (DELTA MAGIC SERIES) เพื่อยกระดับวงการสีทาอาคาร ด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ในมิติใหม่ๆ ให้กับตลาดสีในเมืองไทยด้วย
นักวิเคราะห์มอง DPAINT เป็นหนึ่งในหุ้น ‘Growth stock’
บล.บัวหลวง ออกบทวิเคราะห์ให้มุมมองว่า DPAINT จะเป็นหนึ่งในหุ้น ‘Growth stock’ โดย DPAINT มีความโดดเด่นเรื่องนวัตกรรมสีทาอาคารมานาน และอยู่ในช่วงเร่งการเติบโต ตั้งเป้าเป็นเบอร์ 3 ใน 10 ปี ซึ่งเท่ากับการเติบโตประมาณ 22% ต่อปี โดยการเติบโตนั้น จะผ่านกลยุทธ์เพิ่มช่องทางขาย ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ และทำแบรนด์กับ Disney ซึ่งปลายปีนี้จะขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 48% ส่วนเงินจาก IPO ใช้ซื้อเครื่องผสมสีวางที่ร้านคู่ค้าเพิ่มมากกว่า 116% และลงทุนยกเครื่องเทคโนโลยีโรงงานใหม่เป็น Full Automation หนุนอัตรากำไรขยายตัวในระยะยาว เราคาดกำไรสุทธิปี 2564 - 2566 เติบโต 32%ต่อปี และในปี 2565 จะเป็นปีที่บริษัทมีการเติบโตสูงสุด 47%
อย่างไรก็ตาม DPAINT เป็นหนึ่งในหุ้น ‘Growth stock’ ของตลาดหุ้นไทยที่พร้อมจะสร้างการเติบโตด้วยนวัตกรรมในสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง ดังนั้นจึงอาจเป็นโอกาสในการลงทุนในระยะยาว และอาจเป็นหุ้นหนึ่งที่ช่วยสร้างสีสันให้กับพอร์ตลงทุนให้เขียวสดใสก็เป็นไปได้
ขณะที่ บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ให้มุมมอง TOA กำไรไตรมาส 3 ปีนี้ จะชะลอตามคาด มีสาเหตุมาจาก 1)รายได้อ่อนลง ตามปริมาณขายโดยเฉพาะสีทาอาคารที่ลดลง กดดันจาก Low Season ที่เข้าฤดูฝน และ COVID-19 รุนแรงทั้งในประเทศและภูมิภาค , มาตรการล็อกดาวน์และปิดแคมป์ก่อสร้างในเดือน กรกฎาคม รวมถึงสถานการณ์อุทกภัยในช่วงปลายไตรมาส 2) อัตรากำไรขั้นต้นลดลง จากต้นทุนราคาวัตถุดิบสูงขึ้น 3) ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น จากค่าเสื่อมและมาตรการป้องกัน COVID
มองแนวโน้มไตรมาส 4/2564 คาดฟื้นตัว จากกำไรปกติ 9 เดือนปีนี้ คิดเป็น 74% ของคาดการณ์ทั้งปี ตามปัจจัยฤดูกาล รวมถึงผลบวกจากการคลายล็อกดาวน์และการแพร่ระบาดคลายตัว แม้เดือนตุลาคมยังได้รับผลกระทบบางส่วนจากน้ำท่วมในต่างจังหวัด อย่างไรก็ดี สถานการณ์ดีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน สนับสนุนความต้องการซ่อมแซมหลังน้ำลด ขณะที่การทยอยปรับราคาขายขึ้นรอบที่ 2 ตั้งแต่เดือนตุลาคม บรรเทาผลกระทบของวัตถุดิบที่เป็นขาขึ้น

