Official Update :

เปิดยุทธศาสตร์การลงทุนปี 65 ทำไมหุ้น Domestic Play ถึงดูดีกว่า Global Play

เริ่มเข้าสู่ปีใหม่กันแล้ว อย่างปี 2565 หรือ ปีขาล ท่ามกลางความเสี่ยงของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ที่เริ่มระบาดอย่างแพร่หลายในทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ดังนั้นในแวดวงตลาดทุนเราจะเตรียมตัวอย่างไร บทความนี้มีคำตอบให้แล้ว สะท้อนจากมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ที่ระบุว่า หุ้น Domestic Play ดูดีกว่าหุ้น Global Play


โดยยังคงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของ GDP ที่จะเร่งตัวขึ้นในปี 2022 จากทุกๆเครื่องยนต์ทั้งการ บริโภคและการลงทุนที่คาดเร่งตัวอย่างมีนัยตั้งแต่ 5.7-6.7% หลังผ่านการ Lockdown 2 ครั้ง ในปี 2021 และความเชื่อมั่นทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่การอุปโภคภาครัฐ การ ส่งออก ยังคงเป็นอีกปัจจัยประคอง สภาพัฒน์และธปท.ประเมินการเติบโตของ GDP ปี 2022 ในกรอบ 3.5-4.5% จากปี 2021


อย่างไรก็ตามแม้จะยังมีความเสี่ยงจากการระบาดของโอมิครอนโดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรปที่เริ่มแพร่เป็นวงกว้าง แต่จากข้อมูลปัจจุบันที่ความรุนแรงของอาการไม่มาก ประกอบกับอัตราการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มของไทยที่สูงถึง 63% และอยู่ระหว่างเร่งฉีดเข็ม 3 อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อและป่วยหนัก ทำให้คาดว่าความรุนแรงของการระบาดจะไม่น่ากังวลเท่ารอบที่ผ่านๆมา จึงมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม Domestic และ Reopening Play อย่างกลุ่มค้าปลีก ร้านอาหาร ธนาคาร รับเหมาฯ เป็นต้น


ขณะที่ Fund Flow หลังจากที่ FED เริ่มส่งสัญญาณถึงแผนปรับลด QE ช่วงเดือน ก.ย. 21 ก่อนเริ่มทยอยลดจริง ในเดือน พ.ย. โดยรวมไม่ได้ส่งผลให้กระแสเงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นไทย ซึ่งถือสอดคล้อง กับที่เราประเมิน และเราให้น้ำหนักกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่หนุนเม็ดเงินทยอยไหลเข้ามากกว่า ส่วน ปัจจัยที่คาดว่าจะส่งผลต่อตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกคือ QT (Quantitative Tightening) หรือ การลดขนาดงบดุลของ FED ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างเร็วในปี 2023 และเร็วเกินไปที่จะกังวล


ทั้งนี้ยังคงเป้า SET Index ปี 2022 ที่ 1,770 จุด (อิง EPS ที่ 96 บาทและ PER 18.5 เท่า) โดยมองระดับ 1,600 จุด แบบบวกลบ หรือต่ำกว่าในการเข้า "ทยอยสะสม" ระยะกลาง-ยาว ขณะที่ Earnings Yield Gap ปัจจุบันที่ 4.6% ค่อนข้างใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 10 ปีและมีโอกาสปรับลงได้ต่ำสุดราว 4.2% ซึ่งเป็น Low ในช่วงก่อน COVID-19 โดยจะรับกับ SET Index ใกล้เคียงกับเป้าหมายของเรา จึงมองว่าสมเหตุสมผล





กลยุทธ์การลงทุนระยะกลาง-ยาวแนะนำ "แบ่งไม้ทยอยสะสม" 3 ระดับ เพื่อลดความเสี่ยงกรณีโอมิครอนระบาดและส่งผลกระทบ ได้แก่ 1,590-1,600 จุด รองลงมาคือ 1,550-1,570 จุด และกรณี Lockdown ที่ 1,500-1,520 จุด สำหรับ Theme การลงทุนในปี 2022 ที่กลุ่ม Domestic และ Value Play เป็นหลักตามเศรษฐกิจที่ฟื้นและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นทั่วโลก ซึ่งคาดว่าจะสามารถ Outperform Global Play ที่ปรับตัวดีในปีที่ผ่านมาและยกฐานขึ้นสูงไปแล้ว โดย Top Pick 10 หลักทรัพย์ในปี 2022 ได้แก่ CK CPALL CRC GPSC JR JWD KBANK MEGA ORI TKS



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”