เกาะกระแส! หุ้นสินค้าไอที กับธุรกิจที่ไม่เคยตกเทรนด์
สินค้าอุปกรณ์ยังคงเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมและอยู่ในกระแสสังคมทุกยุคทุกสมัยอยู่เสมอ เพราะเป็นสิ่งที่ตาม เทรนด์เกาะกระแสเทรนด์เทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา รวมถึงสินค้าบางประเภทก็เป็นสิ่งที่ก้าวนำเทรนด์กระแสอีกด้วย ดังนั้นเองสินค้าไอทีจึงเป็นสินค้าที่ไม่เคยตกยุคตกสมัย เช่นเดียวกันหุ้นในกลุ่มขายสินค้าอุปกรณ์ไอทีที่ไม่เคยตกไปจากจอเรดาร์ของนักลงทุนที่ราคาหุ้นเองก็ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นตามรอบของการเล่น
โดยกลุ่มหุ้นที่ขายสินค้าไอทีชั้นนำในที่นี้ได้แก่ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7,บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX,บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ CPW และบริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI ทั้งนี้หากดูทั้งในแง่ของแนวโน้มราคาหุ้น และผลประกอบการของกลุ่มหุ้นดังกล่าวได้สะท้อนออกมาให้เห็นแล้วว่าในปี 64 เติบโตแค่ไหน ดังนั้นต้องจับตาแนวโน้มทิศทางผลงานในปี 65 ผ่านมุมมองจากเหล่านักวิเคราะห์
ในครั้งนี้ Wealthy Thai ได้รวบรวมบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจ ที่พูดถึงแนวโน้มการเติบโต และโอกาสทางธุรกิจของหุ้นกลุ่มสินค้าไอทีไว้อย่างน่าสนใจ รวมถึงประเมินราคาเป้าหมายโอกาสไปต่อของราคาหุ้นว่ายังจะพอเหลือช่องว่างและโอกาสให้เติบโตได้อีกมาน้อยแค่ไหนมาให้นักลงทุนเลือกไว้พิจารณาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจการลงทุน
COM7 ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าต่อยอดเติบโต
ในโอกาสนี้จะขอเริ่มกันที่แนวโน้มธุรกิจของหุ้น COM7 นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินปัจจัยหนุนธุรกิจในปี 65 คือ แม้การเติบโตปี 65 ท้าทายขึ้น จากฐานปี 64 ที่สูง แต่เชื่อว่าการเติบโตระดับ 12%-15% จะต่อเนื่องอย่างน้อย 2-3 ปี จากการขยายส่วนแบ่งตลาดสินค้าหลักปัจจุบันไอทียังทำได้ต่อเนื่อง ยังไม่รวมถึง S-Curve ใหม่การเริ่มขยายตัวสู่ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเชื่อว่าเป็นการเข้าสู่ตลาดที่ถูกจังหวะ และต่อยอดระยะกลาง-ยาว รวมถึงจะเปิด Upside มูลค่าหุ้นปี 65ที่ 84 บาท ที่ยังไม่รวมธุรกิจดังกล่าวได้มากขึ้น หากการขยายสำเร็จ
สำหรับระยะกลาง-ยาว COM7 ฝ่ายวิจัยประเมินการเติบโต COM7 ยังมีความน่าสนใจโดยเฉพาะ S Curve สำคัญ ในเรื่องการขยายตัวไปเริ่มจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า ผ่านการรับบริหารแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าใน 30 สาขาของ ILM และการเริ่มจำหน่ายในสาขา Stand Alone ของตนเอง ซึ่งฝ่ายวิจัย ประเมินว่า COM7 เลือกจังหวะเข้าสู่ตลาดอย่างเหมาะสมเนื่องจากภาพอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระยะยาว จะความอัจฉริยะมากขึ้น คือ มีระบบเชื่อมต่ออินเตอร์เนตและอุปกรณ์ไอทีอื่น นับจากนี้ผู้บริโภคน่าจะมีแนวโน้มที่ปรับเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน รองรับระบบสมาร์ทมากขึ้น
SYNEX แผนใหม่ที่ต้องติดตามในปี 65
ทางฝั่ง SYNEX ก็ได้มีการปรับแผนธุรกิจในปี 65 ไว้อย่างน่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยการหันไปเน้นทำสินค้าที่เป็นแบรนด์ของตัวเองมากขึ้น และการรุกตลาดในกลุ่มตลาดเกมส์มากยิ่งขึ้น โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่าทาง SYNEX ได้เริ่มวางแผนการปรับ Business model ในปีหน้าอย่างชัดเจนมากขึ้นสู่การสร้าง IT Ecosystem ที่ครอบคลุมมากขึ้นทั้ง
โดยธุรกิจต้นน้ำ คือการจัดหาสินค้าเพื่อผลิตสินค้าแบรนด์ของตนเอง โดยเฉพาะอุปกรณ์เสริมในตลาด Gaming ซึ่งมีอัตราการเติบโตระดับสองหลัก และอัตรากำไรสูงกว่าค่าเฉลี่ยเดิมมากกว่า 10% ขณะที่ธุรกิจกลางน้ำ การเพิ่มสินค้าในแบรนด์และหมวดใหม่ๆเช่น Software เกมส์ , Cyber security
ส่วนปลายน้ำ การขยายในธุรกิจที่เป็น Blue ocean ทั้งการลงทุนใน Startup SWOPMART (แพลตฟอร์มสินค้า IT มือสอง) ที่จะเปิดตัวเป็นทางการในต้นปีหน้า, การรุกธุรกิจ Service center ให้บริการหลังการขายและรับประกัน (On-site) เพื่อสะท้อนธุรกิจหลักยังคงมีอุปสงค์แข็งแรงใน 6-12 เดือนข้างหน้าหนุนผลประกอบการทรงตัวได้ในระดับสูงตามกำไรที่ประเมินว่าจะคาดขยายตัวได้ 6% ปรับราคาเหมาะสมปี 65 เท่ากับ 31.00 บาท อิง P/E 30 เท่า
CPW การควบรวมบริษัทหนุนอัตรากำไร
บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด คาดกำไรสุทธิของ CPW จะเติบโตเฉลี่ย 24% ต่อปี (CAGR 2 ปี 65-67) ซึ่งการเติบโตของ CPW มาจากแผนการขยายสาขา โดยใน 4Q21 บริษัทมีแผนขยายสาขาของบริษัทเองโดยแผนการเปิด A-Store 2 สาขา และในปี 65 มีแผนขยาย U-Store อย่างน้อย 4-5 สาขาและบริษัทรับรู้ IBIZ Plus จำนวนสาขาเพิ่มขึ้นมาเป็น 109 สาขาในปีนี้
รวมถึงยอดขายสาขาที่เติบโตตามกำลังซื้อฟื้นตัวดีขึ้นในไตรมาส 4 – ปีหน้า เราคาดยอดขายสาขาเดิมในปี 65 อยู่ที่ 10% และลดลงมาเป็น 8% ในปีถัดไป เนื่องจากบริษัทเริ่มมีการจำหน่ายสินค้า Apple ในร้าน .Life ในปี 63 เป็นต้นมา ในขณะที่ เราคาดหลังจากการควบรวม IBIZ Plus จะกดดันอัตรากำไรของบริษัทในเบื้องต้น แต่คาดในระยะยาวจะกลับมาดีขึ้น
ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของ CPW อยู่ที่ 4.90 บาท อิงจาก PER 27 เท่าปี 65 โดยเราให้ +2SD ของค่าเฉลี่ยในอดีตของบริษัท เนื่องจาก CPW อยู่ในช่วงการเติบโต รวมทั้งการขยายสาขาสำหรับธุรกิจหลักของบริษัท U-Store , A-Store
SPVI ปีหน้ายังเติบโต
บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุว่าปี 65 ทาง SPVI ตั้งเป้าเปิดสาขา 10 สาขา และคงเน้นการขยายตลาดการศึกษาทั้ง U-Store, A-Store โดยปัจจุบัน U-Store มีสัดส่วนรายได้ 21% ของทั้งหมดจากจำนวนสาขา 21 สาขา สำหรับปี 65 วางแผนที่จะขยาย 8-10 สาขา นอกจากนี้ จากการจับมือกับ AIS เปิด A-Store ปัจจุบันมี 4 สาขา วางแผนจะขยาย 4-5 สาขาในปีหน้า ซึ่งเราคาดจำนวนสาขาในปี 65 จะเพิ่มขึ้นเป็น 80 สาขา ด้วยแนวโน้มที่ดี เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าที่เหมาะสม 8 บาท

