Official Update :

SAK ลีสซิ่งน้องใหม่ที่น่าจับตามอง

ลีสซิ่งเป็นธุรกิจที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก เพราะที่ผ่านมา SAWARD และ MTC ต่างสร้างผลงานที่ดี ทั้งในด้านราคาหุ้นและผลประกอบการมาต่อเนื่อง ทำให้บริษัทน้องใหม่ที่กำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในกลุ่มธุรกิจเดียวกันอย่างSAK หรือ บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)ที่พึ่งแถลงข่าวแผนการเข้าจดทะเบียนใน SET ไปเมื่อปลายเดือนต.ค. กำลังถูกจับตามองจากนักลงทุน

พอร์ตสินเชื่อรวม6,067ลบ.

SAK เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยระดับภูมิภาค ภายใต้ชื่อแบรนด์ ‘สินเชื่อศักดิ์สยาม’ (SAKSIAM)ปัจจุบันมีสาขาให้บริการทั้งสิ้น 519 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 38 จังหวัด ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยสินเชื่อที่ให้บริการแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้

1.สินเชื่อทะเบียนรถ (Vehicle Title Loan) สำหรับลูกค้ารายย่อยบุคคลทั่วไปและเกษตรกร ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถยนต์กระบะ รถตู้ รถบรรทุกและรถใช้เพื่อการเกษตร

2.สินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) สำหรับบุคคลทั่วไปที่มีรายได้ประจำที่แน่นอน อาทิ ข้าราชการ, พนักงานบริษัท เป็นต้น โดยไม่ต้องใช้หลักประกันในการขอสินเชื่อ ให้วงเงินสินเชื่อสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย

3.สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ (Nano Finance) เป็นสินเชื่อเพื่อนำไปใช้ประกอบอาชีพสำหรับบุคคลทั่วไป อาทิ พ่อค้า แม่ค้า ผู้ทำงานอาชีพอิสระ หรือผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

และ 4.สินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อรถแลกเงิน (Hire-Purchase and Car for Cash) สำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่หรือต้องการนำรถยนต์มาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ

โดย ณ วันที่ 30 มิ.ย. 63 บริษัทมีพอร์ตสินเชื่อรวม 6,067 ล้านบาท จากจำนวนสัญญาสินเชื่อรวม 230,273 สัญญา แบ่งเป็นลูกหนี้ที่มีหลักประกัน 88% และลูกหนี้ไม่มีหลักประกัน 12% ของพอร์ตสินเชื่อรวม

รายได้เติบโตเฉลี่ย31.6% ต่อปี

สำหรับผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2560-2562) บริษัทมีอัตราการเติบโตของรายได้จากดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมและบริการ เฉลี่ย 31.6% ต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ โดยปี 2560 มีรายได้ 928.5 ล้านบาท กำไรสุทธิ 290.1 ล้านบาท ปี 2561 มีรายได้ 1,256.6 ล้านบาท กำไรสุทธิ 398.5 ล้านบาท และ 9 เดือนแรกปี 2562 มีรายได้ 1,172.9 ล้านบาท กำไรสุทธิ 264.0 ล้านบาท

สาขาเพิ่มเป็น1,119 แห่ง ภายในปี 66

ส่วนการเติบโตในอนาคต SAK วางแผนจะขยายสาขาให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยผศ.ดร.พูนศักดิ์ บุญสาลี ประธานกรรมการบริหารกล่าวว่า ภายใน 3 ปี บริษัทต้องมีการเติบโตเป็น 2 เท่าตัว ทั้งในด้านพอร์ตสินเชื่อและสาขา โดยตั้งเป้าหมายจะขยายสาขาเป็น 1,119 แห่ง ภายในปี 2566 ซึ่งเป็นการตั้งเป้าขยายสาขาอย่างน้อยปีละ 200 สาขา โดยมุ่งเน้นให้มีสาขาอยู่ครอบคลุมอย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ และเพิ่มจำนวนสาขาในพื้นที่เดิมให้เข้าถึงในระดับชุมชน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงบริการสินเชื่อที่มีมาตรฐานและความเป็นธรรมได้ง่ายขึ้น รองรับความต้องการของสินเชื่อที่มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

เสนอขายหุ้นไอพีโอไม่เกิน546 ล้านหุ้น

ขณะที่รายละเอียดการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ SAK ในไฟลิ่งระบุว่า บริษัทจะเข้าจดทะเบียนใน SET หมวดธุรกิจ เงินทุนและหลักทรัพย์ โดยใช้เกณฑ์กำไร (Profit test) โดยจำนวนหุ้นที่เสนอขายทั้งหมดไม่เกิน 546,000,000 หุ้น คิดเป็น 26.05 % ของจำนวนหุ้นทั้งหมดมูลค่าที่ตราไว้ 1 บาทต่อหุ้น และมูลค่าตามราคาบัญชีที่ 1.93 บาทต่อหุ้น (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 62) ส่วนราคาหุ้นที่จะเสนอขายนั้น ต้องรอบริษัทประกาศอีกครั้ง

ด้านวัตถุประสงค์ บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อปรับปรุงระบบให้บริการสินเชื่อ ประมาณ 32 ล้านบาท, ชำระคืนเงินกู้บางส่วนจากสถาบันการเงิน และขยายการให้สินเชื่อรวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

แม้จำนวนสาขาของSAK จะยังไม่มากเท่ารุ่นพี่อย่างSAWARD และ MTC แต่การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ น่าจะเป็นโอกาสให้บริษัทระดมเงินทุนเพื่อสร้างการเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้ ต้องรอติดตามว่าจำนวนเงินที่บริษัทคาดหวังจากการระดมทุนครั้งนี้จะเป็นอย่างไร ราคาจะสมเหตุสมผลหรือไม่ และที่สำคัญจะทันเข้าเทรดในปี 63 หรือต้องรอยาวไปจนถึงปีหน้า