วิเคราะห์ CPF-TFG- GFPT กับโอกาสของธุรกิจที่ราคาหมู-ไก่พุ่งสูง
จากประเด็นที่ราคาหมูปรับสูงขึ้น ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากปัญหาหมูขาดแคลน ขณะที่ราคาไก่ก็ยืนสูงต่อเนื่อง ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 4 ปี ดังนั้นทีมข่าว Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาสำรวจ 3 หุ้นยอดนิยมของกลุ่มนี้ จะมีความน่าสนใจแค่ไหน อ่านได้ผ่านบทความนี้เลย
CPF กำไรปี 65 ฟื้น
สะท้อนจากมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ราคาหมูและไก่ทำจุดสูงสุดในรอบหลายปี โดยราคาสุกรหน้าฟาร์มยังอยู่ระดับสูง และทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สาเหตุหลักมาจากผลผลิตสุกรออกสู่ตลาดลดลง เนื่องจากมีโรคระบาดในสุกรในหลายจังหวัด และราคาไก่ก็ทำจุดสูงสุดในรอบ 4 ปี จากความต้องการบริโภคเนื้อไก่ฟื้นตัว ส่งผลบวกต่อประสิทธิภาพการทำกำไรของ CPF แม้คาดกำไรสุทธิปี 2564 จะลดลงถึง 68% จากปีก่อน แต่คาดกำไรสุทธิปี 2565 จะฟื้นตัวถึง 49% จากปี 64 เพราะธุรกิจในไทย เวียดนามและจีนฟื้นตัว กำหนดราคาพื้นฐานปี 2565 เท่ากับ 28 บาท มองเป็นโอกาสลงทุน แนะนำ “ซื้อ”
เช่นเดียวกันกับนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ระบุว่า ที่ยังแนะนำ “ซื้อ” CPF โดยให้ราคาพื้นฐานที่ระดับ 29.00 บาท จากราคาสุกรในประเทศที่พุ่งสูง ทางการจะเริ่มขยายโครงการหมูลดราคาและขอความร่วมมือจาก Modern Trade ในการจำกัดราคาหมู อย่างไรก็ตามเชื่อว่านโยบายเหล่านี้จะไม่ส่งผลกระทบมากนักต่อราคา สุกร เนื่องจากแนวโน้มการฟื้ตัวของอุปสงค์ในปัจจุบันและการขาดแคลนอุปทาน
ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนะนำ “ซื้อ” CPF ราคาเป้าหมาย 26 บาท โดยมองว่าจะได้ประโยชน์จากราคาหมูใน ประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งคาดว่าราคาจะยืนระดับสูงเช่นนี้ไปอีก อย่างน้อย 3 เดือน ราคาหมูเฉลี่ยไตรมาส 4/64 อยู่ที่ 77.3 บาท /กก. เติบโต 11%จากไตรมาสก่อน และเติบโต 28%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
TFG สัดส่วนในประเทศสูง
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า แนะนำ เก็งกำไร TFG โดยภาพทางเทคนิค แนวรับ 4.80 บาท แนวต้าน 5.10-5.10 บาท และ Stop loss หากปรับตัวลงต่ำกว่า 4.58 บาท ทั้งนี้หุ้นกลุ่มผ้ผลิตอาหารมี Sentiment บวก โดย TFG จะได้ประโยชน์สูงสุดเนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจหมูในประเทศในสัดส่วนสูง จึงได้ผลบวกจากการปรับตัวขึ้นของราคาหมูในรอบนี้ นอกจากนี้ ประเมินว่าราคาไก่ที่เป็นโปรตีนทดแทนจะได้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน คาดว่าราคาเนื้อสัตว์จะทรงตัวระดับสูงจนถึงช่วงตรุษจีน
GFPT ครึ่งหลัง 65 แจ่ม
นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คงคำแนะนำ ถือ GFPT และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 13.10 บาท (เดิม 10.90 บาท) โดยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 65 ขึ้นอีก 13% เป็น 1.1 พันล้านบาท หลังจาก ปรับเพิ่มสมมติฐานราคาไก่ปี 65 จากเดิม 33 บาท/กก. เป็น 36 บาท/กก. รวมทั้ง ปรับเพิ่มสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นปี 65 จากเดิม 13.0% เป็น 13.5%
ทั้งนี้เมื่ออิงจากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ ราคาไก่ในประเทศเพิ่มขึ้น 28% เป็น 37 บาท/กก. หนุนโดยอุปสงค์ฟื้นตัวตามการกลับมาเปิดร้านอาหาร ในขณะเดียวกัน ต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นความเสี่ยงหลัก โดยราคากากถั่วเหลืองในตลาดโลกลดลง 12% จากระดับสูงสุดของปีนี้มาอยู่ที่ 406 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน แต่ราคากากถั่วเหลืองในประเทศยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 19.80 บาท/กก. เนื่องจากต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน ราคาข้าวโพดในประเทศเพิ่มขึ้น 3% เป็น 10.70 บาท/กก. ดังนั้นจึงคาดว่าผลประกอบการในไตรมาส 4/64 จะดีขึ้นจากไตรมาสก่อน เพราะอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 8-9% จาก 5.4% ใน ไตรมาส 3/64
ขณะที่คาดว่าผลประกอบการในครึ่งแรกปี 65 จะยังคงอ่อนแอเนื่องจากอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง เนื่องจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน และมีการใช้มาตรการป้องกัน COVID-19 ที่โรงงานของบริษัท ประกอบกับต้นทุนอาหารสัตว์แพงขึ้น ต้นทุน logistic สูงขึ้น
ในขณะเดียวกันคาดว่าผลประกอบการในครึ่งหลังปี 65 จะดีขึ้นเนื่องจาก อุปสงค์ฟื้นตัว ต้นทุนอาหารสัตว์ลดลงเพราะอุปทานเพิ่มขึ้นจากผลผลิตรอบใหม่ ต้นทุน logistic ลดลงเนื่องจากคาดว่าปัญหาความคับคั่งของการจราจรทางน้ำที่ท่าเรือจะลดลง ทั้งนี้ เมื่ออิงตามรายงานของ USDA ปริมาณผลผลิตถั่วเหลืองในปีเก็บเกี่ยว 2021/2022 จะเพิ่มขึ้น 4% เป็น 382 ล้านตัน

