เปิด 4 เหตุผล!! ทำไมนักวิเคราะห์ให้ราคาเป้าหมาย KCE สูงถึง 105 บาท
เมื่อเข้าสู่ช่วงต้นปีหรือไตรมาส 1 นักลงทุนมักมองหาหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรสุทธิเติบโตดี เพื่อเข้าไปเก็งกำไรรับผลตอบแทนก่อนช่วงประกาศผลการดำเนินงาน ซึ่งนักวิเคราะห์หลายค่อยก็ลิสต์รายชื่อหุ้นออกมาหลายตัว โดย KCE เป็นหนึ่งในหุ้นที่ถูกคาดการณ์ว่าผลงานไตรมาส 4/64 และปี 2564 จะเติบโตสูง จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าและกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่ผลงานจะเติบโตในระดับสูงต่อเนื่องอีก 2-3 ปี ซึ่งนักวิเคราะห์ให้ราคาเป้าหมายล่าสุดถึง 105.00 บาท ปัจจัยอะไรที่ทำให้นักวิเคราะห์มองราคาเป้าหมาย KCE สูงขนาดนี้ Wealthy Thai มีข้อมูลมาให้แล้ว
โดยนักวิเคราะห์จากบล.เคทีบีเอสที ระบุว่า คาด KCE จะรายงาน core profit ไตรมาส 4/64 อยู่ที่ 763 ล้านบาท โต 82% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และโต 27% จากไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุที่เติบโตโดดเด่นจากไตรมาส 4/63 มาจาก gross margin ที่ดีขึ้นมากจากค่าเงินบาทอ่อนค่า และรายได้เพิ่มขึ้นจากร่าคาขายและกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ส่วนการเติบโตจาไตรมาส 3/64 มาจาก 1. covid-19 ในประเทศคลี่คลายทำให้กำลังการผลิตของบริษัทกลับมาปกติ, 2. กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 3/64 – 4/64, 3. Gross margin เพิ่มขึ้นเป็น 29% จาก 27.2% ในไตรมาสก่อนหน้าจากค่าเงินบาทอ่อนค่า โดยค่าเงินบาทเฉลี่ยในช่วงไตรมาส 4/64 อยู่ที่ 33.37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 2.6% จากไตรมาส 3/64) โดยฝ่ายวิเคราะห์ประเมินรายได้สกุล USD อยู่ที่ 136 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (เพิ่มขึ้น 21% จากไตรมาส 4/63 และเพิ่มขึ้น 18% ไตรมาส 3/64) ดีขึ้นทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้าจากกำลังการผลิตที่ดีขึ้น
ปี 2565-2566 ยังสดใสจาก EV car
นอกจากนี้ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าผลการดำเนินงานของ KCE ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของขาขึ้น (sunrise) จากความต้องการใช้ PCB (printed circuit board) ที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 1. การก้าวเข้าสู่ยุค digital ทำให้มีความต้องการบริโภคสินค้า IT ที่เกี่ยวข้องกับ IoT, Cloud service, 5G, E-commerce, Work from home, Crypto currency และ Metaverse ที่ต้องใช้ PCB เป็นหัวใจหลักในแผงวงจรไฟฟ้า และ 2. การเติบโตอย่างรวดเร็วของรถยนต์ EV (electric vehicle) เป็นปัจจัยเร่งให้ความต้องการ PCB สูงขึ้น เนื่องจาก EV มีปริมาณการใช้ PCB ที่มากกว่ารถยนต์แบบ traditional อีกทั้งในอนาคตการมาของ Autonomous car (รถยนต์ไร้คนขับ) จะทำให้มีการบริโภค PCB มากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทได้ปิดยอดขายช่วงไตรมาส 2/65 เรียบร้อยแล้ว
โดยฝ่ายวิเคราะห์คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 และ 2565 อยู่ที่ 2,377 ล้านบาท โต 111% และ 3,459 ล้านบาท โต 46% ตามลำดับ จาก 1. ประมาณการรายได้สกุลดอลลาร์สหรัฐ ปี 2564 ที่ 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และปี 2565 อยู่ที่ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากแผนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง, 2. ประเมิน gross margin ปี 2564 และ 2565 แบบ conservative อยู่ที่ 28% และ 30% โดยปี 2565 มี upside จาก product mix เนื่องจากโรงงานที่จะสร้างในปีดังกล่าวจะเนั้นสินค้า high margin เป็นหลัก
เคาะราคาเป้าหมาย 105 บาท
ดังนั้น จึงคงราคาเป้าหมายอยู่ที่ 105.00 บาท อิง PER 35.0x โดยฝ่ายวิเคราะห์มองว่า PE ที่ 35 เท่า เหมาะสมเนื่องจาก 1. ผลการดำเนินงานของบริษัทยังอยู่ในช่วงเติบโตระดับสูงสอดคล้องกับภาพรวมอุตสาหกรรมโลก โดยคาดว่ากำไรสุทธิปี 2563-2566 จะเติบโต (CAGR) อยู่ที่ 59%, 2. ค่าเฉลี่ย PE ของ Global peer ในกลุ่มอุตสาหกรรม semiconductor อยู่ที่ 31 เท่า ซึ่งมองว่า KCE ควรเทรด premium กว่าเล็กน้อยจากการแนวโน้มการเติบโตที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย และ 3. ธุรกิจของบริษัทอยู่ในเทรนด์การเติบโตของรถยนต์คือ EV car และ Autonomous car

