Official Update :

6 หุ้นโรงไฟฟ้าขานรับนโยบาย “ไบเดน” ดันราคาหุ้นทะยานลัดฟ้า

จากกรณีที่นายโจ ไบเดน มีโอกาสสูงที่จะได้รับชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ โดยนโยบายของพรรคเดโมแครต ที่จะถูกผลักดันให้เกิดขึ้นเป็นอันดับต้นๆ คือสนับสนุนพลังงานสะอาด (Clean Energy) ซึ่งนโยบายดังกล่าวถือเป็นนโยบายเรือธงของพรรค เนื่องจากเป็นเรื่องของกระแสสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงทำให้หุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ 6 บริษัทของไทย ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF

บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP และบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO ขานรับนโยบายดังกล่าวอย่างชัดเจนจนทำให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นตามภาวะตลาด และมีส่วนช่วยหนุนให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 41.88 จุด ทะยานขึ้นมาแตะ 1,264 จุด

ขณะเดียวกันในช่วงเปิดทำการซื้อขายหลักทรัพย์ในครึ่งเช้าวันนี้ (6พ.ย.63) หุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ BGRIM ที่ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้น 2.75% ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าราคาหุ้นของ BGRIM ปรับเพิ่มขึ้น 18% ตลอดในช่วง 5 วันทำการ จากราคาปิด 39.50 บาท เมื่อวันที่ 2 พ.ย. จนมาถึงล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้ ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 46.75 บาท ขณะที่หุ้น GULF ยังคงตอบสนองรับข่าวการมาของไบเดน เช่นกันจึงทำให้ราคาหุ้นในช่วงเช้าวันนี้ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4% มาอยู่ที่ 32.50 บาทต่อหุ้น โดย GULF หลังจากที่เพิ่มทุนแล้ว จะมีความพร้อมลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ หลังจากที่ก่อนหน้านั้นได้เข้าซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เยอรมนี และมีพันธมิตรที่พร้อมจะลงทุนในกลุ่มประเทศขนาดใหญ่เช่นสหรัฐ อังกฤษ เนเธอร์แลนด์

ส่วน GPSC เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ Gas to Power ที่จะรับอานิสงส์จากนโยบายของพรรคเดโมแครต ซึ่งในช่วงเช้าวันนี้ราคาหุ้นของ GPSC ปรับเพิ่มขึ้นอีก 6.25% มาอยู่ที่ราคา 63.75 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากวานนี้ที่ราคาหุ้นทะยานกว่า 12.68% ด้าน RATCH ที่วานนี้ราคาหุ้นตอบรับการเข้ามาของไบเดน จึงทำให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 7.33% มาอยู่ที่ระดับ 51.25 บาทต่อหุ้น และในช่วงเปิดทำการซื้อขายวันนี้ ราคาหุ้นขยับตัวขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 0.49% ส่วนหุ้น EGCO เป็นหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่ง ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงมีโอกาสที่จะลุยธุรกิจโรงไฟฟ้าในสหรัฐ ขณะที่ BPP วานนี้ราคาปรับเพิ่มขึ้น 3.76% โดย BPP มีโอกาสมากที่จะทำธุรกิจไฟฟ้าในสหรัฐฯ เนื่องจากบริษัทแม่อย่างบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เข้าลงทุนในธุรกิจเชลล์ก๊าซ

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า การชนะการเลือกตั้งของโจ ไบเดนจะเป็นบวกต่อ GULF มากที่สุด เพราะมีโรงไฟฟ้าในยุโรปแล้ว มีพันธมิตรคือ Orsted ซึ่งเป็นผู้ประกอบการพลังงานลมรายใหญ่ที่สุดของโลก ทำให้ GULF มีโอกาสได้โครงการใหม่ๆ ทั้งในยุโรปและสหรัฐฯ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการในสหรัฐฯ และยุโรปอยู่ อีกทั้ง GULF เป็นหุ้นเด่นด้านการเติบโตสำหรับการลงทุนระยะยาว จะเริ่มเห็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ไตรมาส3/63 บนกำลังการผลิตที่มีอยู่ในปัจจุบัน ขณะที่ฐานทุนที่ใหญ่ขึ้น กระแสเงินสดจำนวนมากจากการเพิ่มทุน ทำให้คาดว่าจะเห็นโครงการใหม่ๆ ขนาดใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อเนื่องในปี 64 ทั้งที่จ่ายไฟเข้าระบบแล้ว และโครงการใหม่ ซึ่งจะทำให้การเติบโตของ GULF มากกว่าที่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดการณ์ คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 40.75 บาท