Official Update :

โพยหุ้นคัด 5 หุ้นเด่นเดือนม.ค. พร้อมไขข้อสงสัยทำไมถึง "น่าลงทุน"

เข้าสู่เดือนแรกของปี 2022 วันนี้ทีมข่าว Wealthy Thai ได้รวบรวมกลยุทธ์การลงทุนในเดือนนี้มาฝากนักลงทุน โดยเฉพราะหุ้นเด่นที่น่าสะสม หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนไม่มากก็น้อย โดยความน่าสนใจในเดือนนี้จากสถิติย้อนหลัง 10 ปีของ SET Index ผลตอบแทนของเดือน มกราคม มีผลตอบแทนเฉลี่ยที่เป็น บวก ซึ่งมีเพียง 3 ปีเท่านั้นที่ผลตอบแทนเป็นลบ


สะท้อนจากมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ที่ออกมาประเมินกลยุทธ์การลงทุนในเดือนม.ค.65 ว่า ให้น้ำหนักบวกกับการเคลื่อนไหวของ SET Index เดือน ม.ค. 65 กรอบ 1,600-1,700 จุด จากสถิติในอดีตที่มักให้ผลตอบแทนเป็นบวก


ขณะที่โอมิครอนประเมินกระทบต่อดัชนีและเศรษฐกิจจำกัดจากความรุนแรงที่ต่ำ ส่วนแรงขาย LTF ที่ครบกำหนด 7 ปีมองว่ากระทบเพียงช่วงสั้น และให้ น้ำหนักกับ Fund Flow ที่มีโอกาสไหลเข้าต่อเนื่องตามภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว เช่นเดียวกับผลประกอบการไตรมาส 4/64 ของบริษัทจดทะเบียน เริ่มที่กลุ่มธนาคารที่ไม่เป็นปัจจัยกดดัน และ ระยะสั้นคาดได้อานิสงส์จากมาตรการช้อปดีมีคืนและกระตุ้น EV กลยุทธ์แนะนำ “ถือลงทุน” หลังให้สะสมช่วงพักตัวไปแล้ว ส่วนหุ้นแนะนำเดือนเดือนนี้เน้น Domestic Play ได้แก่ CK EA HMPRO KBANK ORI



สถิติเดือน ม.ค มักให้ผลตอบแทนเป็นบวก

สถิติในอดีต 10 ปีย้อนหลังของ SET Index มักให้ ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ย 1.7% ด้วยความน่าจะเป็น 70% (ปรับขึ้น 7 ใน 10 ปี) และ 7 ปีหลังสุดปรับตัวขึ้นได้ทุกปียกเว้นปี 2020 ที่ปรับลงแรงจากความกังวลการแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกแรก เราจึงมีมุมมองเชิงบวกต่อการ เคลื่อนไหวของ SET Index เดือนนี้แกว่งตัว Sideways Up กรอบทางเทคนิคอยู่ที่ 1,600-1,700 จุด



คาดตลาดไม่กังวลโอมิครอนเพราะโอกาส
Lockdown ต่ำ

ทั้งนี้คาดว่าการแพร่ระบาดของโอมิครอนที่รวดเร็วและมีผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นวันละกว่า 1 ล้านคนทั่วโลก รวมถึงในไทยที่ภาครัฐ ออกโรงเตือนว่ากรณีแย่ที่สุดอาจเห็นผู้ติดเชื้อเพิ่มวันละ 3 หมื่นราย และเสียชีวิตราววันละ 180 ราย (อัตราการเสียชีวิต 0.6%)


อย่างไรก็ตามคาดตลาดจะไม่ตอบรับเชิงลบอย่างมีนัยยะ เนื่องจากกว่า 1 เดือนที่มีการระบาดบ่งชี้ว่าความรุนแรงของโอมิครอนอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำทั้งด้านอาการ โอกาสในการเข้ารักษาในโรงพยาบาล รวมถึงเสียชีวิต ประกอบกับการเร่งฉีด วัคซีน Booster Dose เข็ม 3 อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน โดยปัจจุบันขยับขึ้นเป็น 9% ของประชากร ทำให้โอกาสที่ ภาครัฐจะกลับมา Lockdown อย่างเข้มข้นนั้นต่ำมาก ทำให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจคาดจำกัดและยังเห็นการทยอยฟื้นตัว ได้ต่อเนื่องในปี 2022



แรงขาย
LTF กดดันระยะสั้นๆ แต่ยังคาด Flow ไหลเข้า

ปี 65 จะครบอายุ LTF 7 ปีและสามารถขายได้ โดยในปี 2016 ห้างอ้างอิงจาก NAV สุทธิ ณ สิ้นปีพบว่ามีเม็ดเงินซื้อ LTF ราว 6 หมื่นล้านบาท ที่ระดับดัชนีเฉลี่ยทั้งปีราว 1,466 จุด ซึ่งมีผลตอบแทนเทียบกับระดับดัชนีปัจจุบันราว 12.5% (หากอิง ดัชนีสิ้นปี 59 จะมีผลตอบแทน 7%) ทำให้ในช่วงเดือน ม.ค. 65 จะมีแรงกดดันระยะสั้นจากการขาย LTF ที่ครบอายุ บางส่วนออกมากดดัน อย่างไรก็ตามมองเป็นปัจจัยกดดัน ชั่วคราวและยังให้น้ำหนักกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ ค่อนข้างดีหนุน Fund Flow ให้มีโอกาสไหลเข้าต่อเนื่อง โดยตั้งแต่เดือน ก.ย.64 เกือบ 4 หมื่นล้านบาท



กลุ่มธนาคารเริ่มประกาศกำไร

ประเมินแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/64 ของกลุ่มธนาคารจะฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า หลังคลาย Lockdown และคาดธนาคารจะยังไม่จำเป็นต้องตั้งสำรองเพิ่มอย่างผิดปกติจากการระบาดของโอมิครอน รวมถึงคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในไตรมาสแรกปี 65 เป็นต้นไป ตามเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวทั้งการบริโภค รวมถึงการลงทุนหนุนให้สินเชื่อกลับมาขยายตัวได้ดี โดยมองว่าภาพรวมกำไรไตรมาส  4/64 ของบริษัทจดทะเบียนจะไม่เป็นปัจจัยถ่วงดัชนีและคาดตลาดมองข้ามไปยังปี 65 ที่ฟื้นตัวสดใส



เน้นหุ้น
Domestic Play เป็นหลัก

จากปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดที่ให้น้ำหนักกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศและผลกระทบจากโอมิครอนที่จำกัด และระยะสั้นได้อานิสงส์จากมาตรการช้อปดีมีคืนและ Package กระตุ้น EV กลยุทธ์การลงทุนระยะยาวเราเน้น “ถือลงทุน” หลังให้ทยอยสะสมตามระดับต่างๆในช่วงดัชนีปรับฐานไปแล้ว โดยยังคง SET Target ปี 65 ที่ 1,770 จุด รวมถึงมีแนวโน้มที่กระแสเงินทุนยังคงไหลเข้า Theme การลงทุนจึงเน้นกลุ่ม Domestic Play เป็นหลักโดย Top Pick 5 ตัว สำหรับเดือน ม.ค. ได้แก่ CK EA HMPRO KBANK ORI


CK แม้งบไตรมาส 4/64-1/65 ไม่สดใส แต่คงมีมุมมองบวกและให้น้ำหนักต่อทิศทางธุรกิจรับเหมาที่เป็นขาขึ้นรอบใหม่ หนุนจากปริมาณงานในมือที่คาดเร่งขึ้นเป็น 4.6 หมื่นล้านบาทในปลายปีนี้ และมีโอกาสทะยานแตะมากกว่าแสนล้านบาทในปีหน้า หนุนการรับรู้รายได้ตั้งแต่ครึ่งหลังปี 65 และเร่งตัวขึ้นเป็น S-Curve ไปอีก 5 ปีข้างหน้า ขณะที่ต้องติดตามการ ประกาศผลประมูลรถไฟฟ้าม่วงใต้ในเดือนมี.ค.65 ซึ่ง CK JV STEC ยื่นประมูล ทั้งหมด 6 สัญญา รวมถึงความคืบหน้าของรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่ง BEM มีแต้มต่อจากการเดินรถใต้ดิน หนุนโอกาสการรับงานโยธาของ CK คงราคาเหมาะสมปี 2022 ที่ 26 บาท (SOTP) ยังแนะนำซื้อ


EA คงแนะนำ ซื้อ หลังปรับราคาเป้าหมายจาก 88 เป็น 122 บาท มาจาก 1. การปรับเพิ่มประมาณการ EPS อีก 4-9% ในปี 64-66; และ 2.การปรับเพิ่มค่า 2022 P/E จาก 15 เท่า เป็น 24 เท่า สำหรับ e-bus จากมูลค่างานในมือที่อยู่ในระดับสูงและความชัดเจนในการส่งมอบสินค้า


HMPRO คงคำแนะนำซื้อ ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 18.3 บาท (จาก 18.5 บาท) จากการลดประมาณการกำไรสุทธิปี 64-66 ลง 2-10% หลังปรับสมมติฐาน SSSG และ GPM เพื่อสะท้อนผล ประกอบการ 9 เดือนปี 64 ที่อ่อนแอเกินคาดในกลุ่ม Home Improvement โดยเลือก HMPRO จากประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรที่ดีในปี 65 ที่ 22% ซึ่งคาดว่าจะเห็นความ ต้องการที่อั้นจากการเปิดเมืองและการซ่อมแซมบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย พร้อมมาตรการลดหย่อนภาษีการซื้อสินค้าและประโยชน์ของการเพิ่มความต้องการที่อยู่อาศัยจากการผ่อนเกณฑ์ LTV


KBANK โดยเชื่อว่า KBANK จะรายงานการเติบโตที่ดีในปี 65 ที่ 10% จากปี 64 ส่วนมากจากการเพิ่มของรายได้ค่าธรรมเนียมและปริมาณสินเชื่อ นอกจากนี้ยังคิดว่าธนาคารฯ กำลังตั้งหน้าปฏิรูปตัวเองเพื่อปลดข้อจำกัดในด้านมูลค่าและเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างเต็มกำลัง เพราะฉะนั้นจึงยังคงเลือก KBANK เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของที่ราคาเป้าหมายปี 2022 ที่ 172 บาท (GGM) แนะนำซื้อ


ORI โดยปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2022 เป็น 16 บาท คงแนะนำ ซื้อ และให้ Premium จาก 9 บริษัทอสังหาฯ ซึ่ง Forward PE2022 ที่ 9.1 เท่า สะท้อนแผนการขยายลงทุนในอุตสาหกรรมอื่นที่ชัดเจนขึ้น และทุกธุรกิจเริ่มทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 65


ขณะที่การเติบโตกำไรปกติปี 64-65 คาด +21.8% เด่นกว่ากลุ่มอสังหาฯที่ +9.4% CAGR และเร่งขึ้นดีในปี 66 นอกจากนี้ การดำเนินธุรกิจยังถูกขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์และจุดแข็งของกลุ่ม ORI ที่ปรับตัวได้เร็วตอบรับสภาพแวดล้อมและเมกะเทรนด์, การขยายการลงทุนในธุรกิจที่หลากหลายช่วยเติมเต็มธุรกิจของบริษัทและมีผลกำไรที่สม่ำเสมอ และการคำนึงถึงหลัก ESG ในการประกอบธุรกิจ เป็นบวกต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ทำให้เรามองว่า ORI สมควรได้รับ Premium Valuation เมื่อเทียบกับกลุ่มฯ จึงคงแนะนำ ซื้อ และชอบมากที่สุดในกลุ่มฯ



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”