ตัวอย่างบริษัทในตลาดหุ้นไทย ที่เปลี่ยนธุรกิจแล้วผลงานรุ่ง
หลายบริษัทเมื่อเกิดสภาวะที่ธุรกิจเดิมไม่เอื้ออำนวยให้เดินหน้าต่อเมื่อโลกเปลี่ยน ธุรกิจอาจจะต้องขยับปรับตาม หากไม่ปรับตัว ก็อาจจะถูกธุรกิจอื่นที่เกิดขึ้นใหม่เข้ามาทดแทน แต่ในขณะเดียวกันวิชั่นและมุมมองของผู้บริหารมีส่วนสำคัญที่จะนำพาให้บริษัทรอดพ้นวิกฤตด้วยการหาโอกาสนำธุรกิจใหม่เข้ามาใส่แทนที่ธุรกิจเดิม
ขณะเดียวกันประเด็นการเปลี่ยนแปลงฐานธุรกิจเดิมที่บริษัทก่อตั้งนั้น อาจจะไม่ใช่เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงธุรกิจเพื่อให้อยู่รอด แต่อาจเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น ที่ต้องการนำธุรกิจที่ตนเองสนใจ และมีความถนัดเข้ามาใส่แทนฐานธุรกิจของบริษัทเดิมที่มีอยู่ แต่อย่างไรก็ตามจุดมุ่งหมายล้วนแล้วแต่ก็เพื่อให้บริษัทเดินหน้าเติบโตมีผลกำไรที่ดี
ในครั้งนี้ Wealthy Thai ได้ยกตัวอย่างบริษัทในตลาดหุ้นไทยที่มีการปรับเปลี่ยนฐานธุรกิจดั้งเดิมที่เคยทำมาเป็นธุรกิจใหม่ที่เกาะกระแสไปกับเทรนด์ธุรกิจของโลก ณ ช่วงเวลาขณะนั้น เพื่อความอยู่รอดและผลกำไรที่จะเกิดขึ้น โดยจะมีบริษัทอะไรบ้างนั้น Wealthy Thai จะเล่าให้ฟัง
SUPER จาก ”อิฐ” เป็น “โรงไฟฟ้า”
บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER ซึ่งก่อนหน้านั้นได้ใช้ชื่อว่า “ซุปเปอร์บล๊อก”โดยนับตั้งแต่การก่อตั้งบริษัท SUPER ดำเนินธุรกิจการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอิฐมวลเบา ทั้งบล็อกก่อผนัง แผ่นผนังสำเร็จรูป และเสาเอ็นทับหลังสำเร็จรูป ก่อนจะขายธุรกิจทั้งหมดทิ้ง และหันมารุกธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนแบบเต็มตัว ซึ่งเน้นไปที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย และที่เวียดนาม
RS Entertainment ผันตัวเป็น Commerce
ต้องยอมรับกันเลยว่าบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS ในยุคหนึ่งเคยเป็นค่ายเพลงที่มีศิลปินโด่งดังได้รับการยอมรับจากแฟนเพลงชาวไทยกันไม่น้อย แต่อย่างไรก็ตามเมื่อกระแสเทรนด์ของโลกเปลี่ยนไป RS จึงต้องปรับตัวให้ทันยุคทันสมัยธุรกกิจ จนถึงขั้นได้ขึ้นชื่อว่าเป็นองกรค์ที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันได้ดีที่สุดองค์กรหนึ่งเลยก็ว่าได้
โดยปัจจุบันรายได้หลักของ RS ไม่ได้มาจากธุรกิจ Entertainment อีกแล้ว แต่มาจากธุรกิจ Commerce ซึ่งก่อนหน้านี้เริ่มเข้าสู่ธุรกิจสุขภาพและความงาม ก่อนจะรุกแบบเต็มตัวพร้อมการขยายช่องทางจัดจำหน่ายทั้งแบบออนไลน์ และออฟไลน์ จากนั้นเริ่ม Business Model เปลี่ยนรูปแบบธุรกิจสู่ธุรกิจพาณิชย์ค้าปลีก (MPC) อย่างเต็มรูปแบบ หลังเห็นสัญญาณการทำรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำจากการขายสินค้าแบบ โฮมช้อปปิ้ง และไดเร็คเซลส์
BEYOND จากเหมืองสู่เมือง
ก่อนหน้านี้นักลงทุนคงจะเคยได้ยินชื่อ บริษัท ผาแดง อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ PDI ซึ่งประกอบธุรกิจเหมืองแร่ และโรงถลุงแร่สังกะสีสำหรับผลิตโลหะสังกะสีแท่งบริสุทธิ์และโลหะสังกะสีผสม จากนั้นเริ่มมีการขายสินทรัพย์บางส่วนจากธุรกิจเดิม โดยหันไปเน้นการลงทุนด้านพลังงานทางเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ แต่อย่างไรก็ตามแค่เพียงระยะเวลาไม่กี่ปีต่อมาบอร์ดบริหารได้ปรับวิสัยทัศน์และทิศทางใหม่ด้วยการปรับแผนเน้นลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
โดยทำการเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่จาก “ผาแดง อินดัสทรี” เป็น บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือBEYOND จากเดิมที่บริษัทเคยทำธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานและสาธารณูปโภค ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ผันตัวมาทำธุรกิจโรงแรมอย่างเต็มตัว เริ่มต้นธุรกิจนี้ด้วยการเข้าลงทุนในโรงแรมหรูชั้นนำอย่าง Four Seasons Hotel Bangkok และ Capella Bangkok ซึ่งเป็นการปูทางให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม
ALPHAX อดีตขายก๊อกน้ำ ปัจจุบันพัฒนาอสังหาฯ
วันที่ 11 ม.ค.65 เป็นวันแรกที่ทาง ALPHAX เริ่มใช้ชื่อย่อดังกล่าวซื้อขายเป็นวันแรกในตลาดหุ้นไทย หลังจากทีก่อนหน้านี้ใช้ชื่อว่า บริษัท โอเชี่ยน คอมเมิรช จำกัด (มหาชน) หรือ OCEAN ได้รับการจับตามองจากเหล่านักวิเคราะห์ว่ากำลังจะเป็นหุ้นที่มีสตอรี่เรื่องการ “Turnaround” หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ และผู้บริหารชุดใหม่ จากเดิมที่เคยประกอบธุรกิจเป็นผู้จำหน่ายก๊อกน้ำ และปรับโมเดลธุรกิจมาเป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์
ขณะเดียวกันยังรุกธุรกิจกัญชง โดยร่วมมือกับ JP (ผู้ผลิต เพื่อผลิตสารสกัดกัญชง (CBD) ทั้งรูป Full spectrum & Isolate ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง จำหน่ายให้กับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มหลายรายทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังได้ขยายการลงทุนไปยังธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ที่ประเทศสปป.ลาวอีกด้วย

