คาดตลาดหุ้นไทยบวกต่อ แนะเก็บ 2 หุ้นใหญ่กำไรดี
บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ คาดปรับตัวขึ้นแนวต้าน 1,685 - 1,690 จุดก่อนจะสลับอ่อนตัว โดยดัชนียังคงได้แรงหนุนกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นเหนือ 82 US/Barrels รวมถึง Fund flow ต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่องตามความคาดหวังเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ดีในปีนี้หลังคลาย lockdown อย่างไรก็ตามควรระวังแรงขายจากความกังวล FED ขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังตัวเลข CPI สหรัฐเดือนธ.ค. +7% YoY
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy
-
PTTEP TOP PTTGC IVL SPRC ราคาน้ำมันดิบ+ค่าการกลั่นทรงตัวระดับสูง
-
กลุ่มได้ประโยชน์ดอกเบี้ยขาขึ้น BBL TTB KBANK BLA
-
ค่าระวาง Container ทรงตัวระดับสูง RCL LEO III WICE SONIC JWD
หุ้นแนะนำวันนี้
-
PTTEP ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน ด้านแนวโน้มงบไตรมาส 4/64 คาดมีกำไรสุทธิ 9.2 พันล้านบาททรงตัว qoq แต่เพิ่มขึ้นแรงกว่า 263%yoy
-
BANPU (ซื้อ/เป้า 14 บาท)แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/64 ยังเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากไตรมาส 3/64 อิงตามราคาถ่านหินในตลาดโลกที่สูงขึ้น และแนวโน้มไตรมาส 1/65 เติบโตต่อเนื่องหลังราคาถ่านหินพลิกกลับมาฟื้นตัว และล่าสุดปรับขึ้นสู่ระดับ 203$/ton เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับราคา ณ สิ้นปี 2021 ที่ 170$/ton
ประเด็นสำคัญวันนี้
-
(+/-) อัตราเงินเฟ้อสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 40 ปีแต่เป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้อยู่แล้ว:สหรัฐรายงานอัตราเงินเฟ้อเดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 7% จาก 6.8% ในเดือน พ.ย. ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.5% จาก 4.9% ในเดือน พ.ย. แม้อัตราเงินเฟ้อสหรัฐจะพุ่งสูง แต่เมื่อคืนตลาดไม่ได้กังวลกับปัจจัยนี้มากนักเนื่องจากมองว่าอัตราเงินเฟ้อดังกล่าวเป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้อยู่แล้วและเชื่อว่าเฟดจะไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยเร็วไปกว่าที่เคยคาดไว้
-
(+) น้ำมันดิบพุ่งแรงหลังสต๊อกน้ำมันดิบของลดลงมากกว่าที่ตลาดคาด:ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้นอีก 1.42 ดอลลาร์ (+1.8%) ปิดที่ระดับ 82.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลสูงสุดในรอบ 2 เดือน ตอบรับ EIA รายงานตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 4.6 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 1.6 ล้านบาร์เรล และเริ่มมีนักวิเคราะห์ประเมินว่าหากกลุ่ม OPEC+ ยังไม่เร่งเพิ่มปริมาณการผลิตอาจจะหนุนให้ราคาพุ่งแตะระดับ 90$/bbl ได้ในช่วงกลางปี
-
(+/-) กลุ่มBank เตรียมประกาศงบไตรมาส 4/64 คาดกำไรสุทธิรวมทรงตัว qoq แต่เพิ่มขึ้น 25%yoy : เราคาดกำไรไตรมาส 4/64 ของกลุ่มธนาคาร ที่ 3.3 หมื่น ลบ. ทรงตัว qoq แต่เพิ่มขึ้น 25% yoy หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่แข็งแกร่งและค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ต่ำลง โดย BBL จะมีการเติบโตแข็งแกร่งที่สุด yoy จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง ขณะที่ KBANK อาจอ่อนแอที่สุดในแง่ yoy เนื่องจากตั้งสำรองที่สูงขึ้นและ TTB อาจมีกำไรอ่อนแอลง qoq เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการโอนหลักประกันเพิ่มในไตรมาส 4/64
