สรุปให้แล้ว! GULF จะได้ผลบวกแค่ไหน? เมื่อกำลังก้าวเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
ในช่วงเย็นวานนี้ (17 ม.ค.65) GULF รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีประเด็นที่น่าสนใจคือได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับกลุ่ม Binance เพื่อร่วมกันศึกษาและจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลดีต่อ GULF แค่ไหน Wealthy Thai สรุปมาให้แล้ว
เริ่มจากมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยมอง Positive ต่อการที่ GULF ประกาศร่วมมือกับกลุ่ม Binance ในการศึกษาและจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่หากสุดท้ายตกลงร่วมลงทุนจะเป็นการเข้าสู่ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นอีกหนึ่งธุรกิจใหม่ที่มีโอกาสเติบโตอีกมาก และเป็นการ partner ไปกับเบอร์ 1 ของโลก ซึ่งอาจสร้าง upside ให้กับราคาเป้าหมายปี 65 ได้ไม่ว่าจะมาจากส่วนของศูนย์ซื้อขายฯ, ช่องทางการหา แหล่งเงินทุนที่ต้นทุนต่ำลง หรือ ธุรกิจบริการทางการเงินในอนาคต
อย่างไรก็ตามอยู่ระหว่างรอการเปิดเผยข้อมูลแผนการศึกษา/ เงินลงทุน/ แผนธุรกิจของบริษัท โดยมองว่าราคาหุ้นที่ปรับเพิ่ม 9%นับจากต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) บางส่วนอาจมาจากความคาดหวังประเด็น ดังกล่าวด้วย (อาจมีแรง sell on fact ได้) ทั้งนี้คงแนะนำ Trading Buy ที่ราคาเป้าหมายปี 65 ระดับ 44.0 บาท/หุ้น (ยังไม่รวม upside จากโครงการโรงไฟฟ้าที่ยังไม่เปิดเผย และธุรกิจ ICT) มองผู้มีหุ้นสามารถ let profit run รอการเปิดเผยข้อมูลรายละเอียด การร่วมมือกับ Binance ได้
ส่วนมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า การเข้าสู่ธุรกิจดังกล่าวของ GULF ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษา และยังไม่ได้มีการลงทุนใดๆ ซึ่งถือว่าต้องใช้เวลา และยังไม่ได้สร้าง มูลค่าเพิ่มในปัจจุบันแต่อย่างไรก็ตาม ถือเป็น sentiment เชิงบวกในระยะยาวที่จะช่วยต่อยอดฐานกำไรในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของ GULF ได้ในอนาคต
ในส่วนของคำแนะนำ ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าพื้นฐานในปี 2565 ที่ 52.0 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ แต่เนื่องจากในรอบ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นแรงไปเกือบ 20% โดยเชื่อว่าเป็นไปตามปัจจัยพื้นฐาน และในช่วงสั้นคาดเป็นการรับปัจจัยบวกจากกระแสข่าวดังกล่าวไปแล้ว จึงเน้นให้หาจังหวะเข้าสะสมลงทุนเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว
ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า เป็นความร่วมมือและผนึกความแข็งแกร่งจากทั้งสองบริษัท เนื่องจาก GULF มีประสบการณ์และความ ชำนาญในการพัฒนาและบุกเบิกธุรกิจใหม่ๆ ในประเทศ โดยมีเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งทั้งภาคธุรกิจและภาคการเงิน ขณะที่ Binance มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดย Binance เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีการเติบโตเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์และมีปริมาณการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
ก่อนหน้านี้ GULF เซ็นสัญญากับ Singtel สิงคโปร์ร่วมทุนตั้งศูนย์ข้อมูลในไทย เล็งธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่มีแนวโน้มโตแกร่ง อย่างไรก็ตามคาดผลประกอบการ GULF ปี 65 โตโดดเด่น 50-60%จากปี 64 เนื่องจาก COD โรงไฟฟ้าใหม่หลายแห่ง รับรู้ส่วน แบ่งกำไรจาก INTUCH ที่เข้าไปถือหุ้น 42.25% เต็มปี และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในโครงการโอมาน เฟส 1 ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำซื้อ GULFในระยะสั้นให้แนวต้านไว้ที่ 55-60 บาท
ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองว่า แม้ข่าวที่ออกมาจะเป็นเพียงการทำ MOU แต่หากมีความคืบหน้าทางบวก ก็เชื่อว่า GULF จะได้ประโยชน์ในเชิงเทคโนโลยีจากการร่วมทุนมาสนับสนุนธุรกิจของ GULF ได้ ซึ่งในปัจจุบัน GULF เริ่มแตกแขนงธุรกิจหลากหลาย นอกเหนือจากธุรกิจดั้งเดิมอย่างโรงไฟฟ้า และอาจเป็นลบต่อ SCB ที่เป็นฝ่ายสนับสนุนให้กับ Bitkub ซึ่งเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดในไทยตอนนี้
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่าประเด็นดังกล่าว เป็นเพียงกรอบกว้างๆเท่านั้น ในเชิงปัจจัยพื้นฐานราคาเหมาะสมที่ระดับ 48 บาท (ยังไม่รวมประเด็นดังกล่าว) ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าบริษัทจะต่อยอดอะไรเพิ่มเติมจากธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
ขณะที่ประเด็นดังกล่าว ยังไม่มีรายละเอียดถึงรูปแบบการลงทุน เป็นเพียงกรอบกว้างๆ อย่าง Digital Asset Exchange และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในประเทศไทย ดังนั้นคำว่า Digital Asset หากตีความ น่าจะไปอะไรที่มากกว่าคริปโตฯที่มีการเทรด โดย GULF มีจุดแข็งด้าน infrastructure หรือ โครงสร้างพื้นฐานอยู่แล้ว แต่หากจินตนาการจะมีโอกาสหรือไม่ในอนาคต ในเรื่องของการซื้อขายไฟ ที่จะมี Blockchain มาเป็นพื้นฐาน มีโทเคนฯมาซื้อขายไฟ เนื่องจาก Binance มีความชำนาญในเรื่องของ Digital Asset เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นเพียงการเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเดียว แต่ยังคงต้องติดตามกันต่อไป
อย่างไรก็ตามการเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลดังกล่าว คาดว่าจะทำให้การแข่งขันในตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มขึ้น โดยเชื่อว่าจะเป็นผลกระทบเชิงลบระยะสั้นกับ BITKUB แต่ระยะยาวมองว่าตลาดจะมีขนาดใหญ่ขึ้น และการมีผู้เล่นเข้ามาเพิ่มเติมทำให้ตลาดมีการเติบโตขึ้นอีกมาก ดังนั้นเบื้องต้นเชื่อว่ายังเป็นผลบวกต่อภาพรวมอุตสาหกรรม
ระมัดระวังแรง Sell On Fact
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มองว่า ประเด็นดังกล่าว ฝ่ายวิจัยค่อนข้างมีมุมมองเชิงบวกต่อแผนดังกล่าว เนื่องจากเข้าสู่ธุรกิจที่ถือว่าเป็น Mega Trend ของโลกในช่วงถัดไป ขณะที่ Binance เป็น Exchange Cryptocurrency อันดับ 1 ในเชิง Volume การซื้อขายและมีสภาพคล่องการซื้อขายอันดับ 1ของโลกเช่นกัน อย่างไรก็ตามด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาเชื่อว่ารับปัจจัยบวกตรงนี้ไปพอสมควรจึงควรระมัดระวังแรง Sell On Fact
ด้านมุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุว่า เป็นการก้าวสู่ Megatrend ที่ค่อนข้างดี เพียงแต่ด้วยราคาหุ้นที่ขึ้นมาแรง ประกอบกับ Valuation ของตัวหุ้นที่อยู่ในระดับสูงแล้ว จึงมองว่าอาจมีความเสี่ยงที่หุ้นอาจจะเจอแรงขาย Sell on fact ได้เช่นกัน ส่วนประเด็นที่น่าติดตามต่อไปคือมุมมองของ Regulators ต่อดีลดังกล่าว และความคืบหน้าด้านมาตรการที่ Sensitive อย่างเช่นการจัดเก็บภาษีต่างๆ
