PLANB ทุ่มงบ 2.8 พันล้าน ซื้อหุ้นบ.ย่อย AQUA ขึ้นแท่นผู้นำสื่อโฆษณานอกบ้านของไทย ดันรายได้ปี 65 แตะระดับ 6 พันล้าน
สิ้นสุดดีลซื้อขายหุ้นระหว่าง AQUA และ PLANB แล้ว โดยการซื้อขายหุ้นครั้งนี้จะทำให้ PLANB กลายเป็นผู้นำสื่อนอกบ้านของไทย ด้วยมาร์เก็ตแชร์กว่า 70%
โดย AQUA หรือ บริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จะจำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทย่อย คือ บริษัท อควา แอด จำกัด (มหาชน) และบริษัท บอร์ดเวย์ มีเดีย จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจสื่อนอกบ้านให้แก่ PLANB หรือ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) คิดเป็นมูลค่ารวม 2,800 ล้านบาท และจะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนในบริษัท PLANB จำนวน 84 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 0.10 บาทต่อหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 7.22 บาท หรือคิดเป็นมูลค่ารวม 606.48 ล้านบาท
นายฉาย บุนนาค รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AQUA กล่าวว่า เงินที่ได้จากการขายหุ้นประมาณ 600 ล้านบาท บริษัทจะนำไปเพิ่มทุนใน PLANB ซึ่งจะทำให้มีสัดส่วนการถือหุ้นประมาณ 1.96% และส่วนที่เหลืออีกราว 2,200 ล้านบาท จะนำไปขยายธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งจะแจ้งให้ทราบในเดือนก.พ. นี้
ด้านนายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PLANB กล่าวว่า เงินลงทุนที่บริษัทจะนำไปซื้อหุ้นมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและจากการเพิ่มทุนจดทะเบียน โดยออกและเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น
โดย PLANB มีป้ายสื่อ LED ประมาณ 500 จอ และมีป้ายบิลบอร์ดรวมบริษัทในเครืออีกหลายพันป้าย ซึ่งบริษัทจะได้ป้ายเพิ่มจาก AQUA รวมอีกประมาณ 400 ทำเล แบ่งเป็น LED ประมาณ 150-200 จอ และ บิลบอร์ดอีก 200 ทำเล ซึ่ง PLANB จะเป็นผู้นำสื่อนอกบ้านครอบคลุมสัดส่วน 70% ในประเทศ ซึ่งการลงทุนครั้งนี้ PLANB คาดว่าจะช่วยสร้างรายได้ให้ PLANB เพิ่มอีกประมาณ 800-1,000 ล้านบาท หรือช่วยสนับสนุนให้รายได้ปีนี้ของ PLANB แตะระดับ 5,800-6,000 ล้านบาท
สำหรับแผนการดำเนินงานปี 2565 ของ PLANB คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อขยายจอ LED ใน 7-11 อีกประมาณ 1,000 จอ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้บริษัทมีจอใน 7-11 รวมทั้งหมด 3,000 จอ ส่วนการลงทุนอื่นๆ บริษัทสนใจขยายการลงทุนด้านกีฬา คาดว่าจะใช้เงินลงทุนไม่มาก
ทั้งนี้ บริษัทคาดหวังสัดส่วนรายได้สื่อนอกบ้านลดลงเหลือ 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 80% โดยตามแผนงานเดิมคือปี 68 ยังคาดหวังรายได้ช่วงแตะระดับ 1 หมื่นล้านบาท
ส่วนอัตราการใช้สื่อโฆษณา (Occupency rate) สิ้นปี 64 บริษัททำได้แล้วประมาณ 40% ซึ่งในปี 65 บริษัทคาดว่าอัตราการใช้สื่อจะปรับตัวดีขึ้น ส่วนการควบรวมกิจการหรือ M&A ยังมองหาเพิ่มเติมแต่อาจเป็นขนาดเล็กกว่าดีล AQUA
