ทำความรู้จัก ‘PTC’ หุ้นไอพีโอคลังน้ำมันรายใหญ่ของภาคอีสาน

การขับเคลื่อนของเศรษฐกิจประเทศนั้นมีหัวใจสำคัญ คือ ภาคการขนส่ง ที่มีหน้าที่นำสินค้าและวัตถุดิบต่างๆกระจายไปยังทั่วประเทศ ดังนั้น เมื่อการขนส่งมากขึ้น การใช้เชื้อเพลิงก็มากขึ้นตามไปด้วย แต่การบริหารเชื้อเพลิงให้มีใช้ทั่วประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย จึงต้องมีคลังน้ำมันเพื่อจัดเก็บ โดยเฉพาะในภาคอีสานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่


บริษัท พรีเมียร์ แทงค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PTC  เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการคลังน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรับ เก็บ ผสม และจ่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงรายใหญ่ของไทย  โดยดูแลในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งปัจจุบันบริษัทเป็นผู้ให้บริการคลังน้ำมันเพื่อรับ เก็บ ผสม และจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับบริษัทผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่สุดของประเทศ


PTC ผู้ประกอบธุรกิจคลังน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรับ เก็บ ผสม และจ่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิง โดยได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบกิจการคลังน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 17 ของพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ 2542 (ผู้ให้ประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3) จากกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ให้สามารถประกอบธุรกิจคลังน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรับ เก็บ ผสม และจ่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิง


โดยลักษณะการให้บริการของบริษัท ประกอบด้วย บริการรับ เก็บ และจ่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูปประเภทเบนซินและดีเซล โดยมีการให้บริการที่คลังน้ำมันเชื้อเพลิงที่จังหวัดขอนแก่น (คลังขอนแก่น) และคลังน้ำมันเชื้อพลิงที่จังหวัดศรีสะเกษ (คลังศรีสะเกษ) และบริการผสมน้ำมันเชื้อเพลิงพื้นฐานตามสูตรเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูปตามที่ลูกค้าต้องการ โดยมีการให้บริการที่คลังศรีสะเกษ


ทั้งนี้ คลังขอนแก่น มีขนาดพื้นที่คลังประมาณ 37 ไร่ เริ่มเปิดให้บริการในปี พ.ศ 2557 ปัจจุบันมีถังเก็บน้ำมันเพื่อให้บริการจำนวน 10 ถัง ปริมาตรรวมประมาณ 9.0 ล้านลิตร สามารถรองรับการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงได้หลากหลายประเภทตามความต้องการที่มีในประเทศไทย ซึ่งได้แก่ น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 และน้ำมันดีเซล B10


ส่วนคลังศรีสะเกษ มีขนาดพื้นที่คลังประมาณ 74 ไร่ เริ่มเปิดให้บริการใน ปี พ.ศ 2562 ปัจจุบันมีถังเก็บน้ำมัน 10 ถัง ปริมาตรรวมประมาณ 9.70 ล้านลิตร สามารถรองรับการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูป น้ำมันเชื้อเพลิงพื้นฐาน และน้ำมันชีวภาพได้หลากหลายประเภทเช่นเดียวกัน ซึ่งได้แก่ น้ำมันดีเซลพื้นฐาน, น้ำมันเบนซินพื้นฐาน, เอทานอล, น้ำมันไบโอดีเซล (B100) และน้ำมันดีเซลชนิดพรีเมี่ยม



อีสานความต้องการใช้น้ำมันสูง

ความโดดเด่นของ PTC คือ พื้นที่ของการให้บริการที่ให้บริการในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ และมีความต้องการใช้น้ำมันที่สูง โดยความต้องการใช้น้ำมันของภาคอีสานนั้นสูงเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ  และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่อเนื่อง จึงเป็นโอกาสของ PTC ที่จะสร้างการเติบโตได้อีกในอนาคต


ปัจจุบัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านอุตสาหกรรมการเกษตร ด้านการท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นเส้นทางเชื่อมโยงสู่ประเทศเพื่อนบ้านได้ ทำให้มีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีกำลังการจ่ายน้ำมันทั้ง 2 คลัง สูงสุดรวมกันกว่า 7 ล้านลิตรต่อวันโดยประมาณ



การบริโภคน้ำมันในประเทศโตเฉลี่ย
2.56% ต่อปี

หากย้อนกลับไปดูการบริโภคน้ำมันประเทศไทยในช่วงระหว่างปี 25342563 มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ของปริมาณการบริโภคน้ำมันอยู่ที่ 2.56% ต่อปี ซึ่งในปี 2563 ประเทศไทยมีปริมาณการบริโภคน้ำมันอยู่ที่ 50,717.38 ล้านลิตร/ปี หรือ 138.95 ล้านลิตร/วัน  โดยปริมาณบริโภคน้ำมันในประเทศไทยลดลงจาก 57,659.46 ล้านลิตร/ปี หรือ 157.97 ล้านลิตร/วัน ในปี 2562 คิดเป็นอัตราการลดลง 12.04% เป็นผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19


อย่างไรก็ตามอัตราการเปลี่ยนแปลงของปริมาณการบริโภคน้ำมันมีความสัมพันธ์ใกล้เคียงกับอัตราการเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ดังนั้นหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง มีการฉีดวัคซีนได้มากขึ้น และสามารถเปิดประเทศท่องเที่ยวได้อีกครั้ง การบริโภคน้ำมันก็มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย



‘คลังศรีสะเกษ’ เริ่มเปิดให้บริการหนุนกำไรโต

ผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปีมีความน่าสนใจอย่างมาก โดยในปี 2561 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 75.42 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 45.68% แต่ปี 2562 บริษัทมีกำไรสุทธิลดลงมาอยู่ที่ 55.43 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 31.28% เนื่องจากการเปิดคลังศรีสะเกษเริ่มเปิดให้บริการช่วงครึ่งหลังของปี 2562 ทำให้ระยะเริ่มแรกคลังศรีสะเกษยังไม่มีกำไร และการเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยจ่ายที่เกิดจากเงินกู้ยืมระยะยาวที่นำมาสร้างคลังศรีสะเกษที่พร้อมใช้งานในช่วงครึ่งปีหลัง 2562 บริษัทจึงหยุดการรับรู้ต้นทุนการกู้ยืมเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ และบันทึกต้นทุนดังกล่าวเป็นต้นทุนทางการเงิน ส่งผลให้กำไรสุทธิในปี 2562 ลดลง


อย่างไรก็ตามในปี 2563 กำไรสุทธิของบริษัทเติบโตอย่างโดดเด่นแม้จะมีการระบาดของโควิด-19 โดยมีกำไรสุทธิเท่ากับ 111.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100.36% จากปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 43.76% เนื่องจากคลังน้ำมันศรีสะเกษเปิดให้บริการเต็มปี ทำให้มีรายได้มากขึ้น และต้นทุนทางการเงินลดลงจากการชำระหนี้เงินกู้ระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ทำให้เงินต้นลดลงอันส่งผลให้ดอกเบี้ยเงินกู้ลดลงตามไปด้วย


ขณะที่งวด 9 เดือนสิ้นสุด ณ 30 กันยายน 2564  มีกำไรสุทธิเท่ากับ 72.23 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 43.33% โดยบริษัทมีกำไรขั้นต้นลดลงตามรายได้จากการให้เช่าและบริการที่ลดลงตามการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของโควิดเป็นปัจจัยหลัก อย่างไรก็ดี บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ในระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีรายได้จากการให้เช่าและบริการลดลง เป็นผลจากการที่บริษัทมีค่าเสื่อมราคาและค่าซ่อมบำรุงที่ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน





วางเป้าหมายสู่ธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า

PTC กำลังจะเข้าสู่ก้าวที่สำคัญ ด้วยการเข้าจดทะเบียนในในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ด้วยเกณฑ์กำไรสุทธิ (Profit Test) กับภารกิจระดมทุน เพื่อใช้ในการชำระคืนเงินกู้แก่สถาบันการเงินภายในปี 2565 และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจของบริษัทภายในปี 2565 โดยมีแผนขายหุ้นไอพีโอจำนวน 110 ล้านหุ้น คิดเป็น 26.83% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท


และอีกจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจ และไม่สามารถมองข้ามได้ คือ บริษัทมีเป้าหมายในการพัฒนาธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ นอกจากนี้ PTC ได้วางแผนสร้างการเติบโตในอนาคตอีกหลายโครงการ ในช่วงระยะเวลา 1-3 ปี ประกอบไปด้วย


(1) สร้างจุดรับน้ำมันทางรถไฟ บริเวณด้านหลังของคลังน้ำมันศรีสะเกษ สำหรับการรับน้ำมันทางรถไฟโดยบริษัทมีแผนที่จะปรับพื้นที่และวางรางรถไฟที่ด้านหลังของคลังน้ำมันเพื่อที่ใช้เป็นจุดจอดของรถไฟและเป็นจุดสูบถ่ายน้ำมันเข้าถังเก็บ การลงทุนในส่วนนี้จะมีมูลค่าประมาณ 85-90 ล้านบาท


(2) สร้างระบบท่อเพื่อลำเลียง รวมถึงติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการสูบรับน้ำมันจากจุดรับน้ำมันทางรถไฟเข้าถังเก็บน้ำมันของบริษัท โดยการลงทุนในส่วนนี้จะมีมูลค่าประมาณ 15-20 ล้านบาท


นอกจากนี้ บริษัทยังมีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการรับ-จ่ายน้ำมัน โดยรองรับวิธีการโอนคลังที่หลากหลาย และเพิ่มจำนวนสถานีบริการที่มารับน้ำมันจากคลังของบริษัท รวมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งมอบพลังงาน เพื่อให้ทุกพื้นที่มีโอกาสเข้าถึงพลังงานอย่างเท่าเทียมกัน ด้วยวิสัยทัศน์ (Vision) ที่ว่า “เป็นห่วงโซ่คุณค่า ที่มั่นคงแข็งแกร่งในระบบพลังงานของประเทศ บนหลักการบริหารแบบยั่งยืนและใส่ใจ เพื่อเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่เป็นหนึ่งในใจลูกค้า” และมีแผนสร้างธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิสัยทัศน์ และพันธกิจ เพื่อเป็นการกระจายฐานรายได้ และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน..



Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us